LAST UPDATE : DECEMBER 06 2014  07:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

บทบาทและหน้าที่ของพระพรหมสุธี

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
ในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา

31 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2557

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 


 

ประมวลข่าวเจ้าคุณเสนาะ

 

 

ตูมสนั่นหลังวันพ่อ !

สตง.ส่งเจ้าหน้าที่สอบเงินวัดสระเกศ

 

 

 

 

เผยเอกสาร "ด่วนที่สุด" สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจบัญชีการเงินวัดสระเกศ

 

หนังสือ "ด่วนที่สุด" ที่ ตผ.0018/6047 ลงนามโดย นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 เรื่อง การตรวจสอบเงินอุดหนุนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่แผนกตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 3 คน ได้แก่

1. ว่าที่ รต.จุฑา แก้วสีนวล นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ

2. นายฐวรรธน์ ธนสารสุรพงศ์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ

3. นายธีรวิทย์ นัดวิไล นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ

ให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบบัญชีค่าใช้จ่ายเงินของวัดสระเกศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน ศกนี้ เป็นต้นไป "จนกว่าจะแล้วเสร็จ" เจ้าหน้าที่ทั้งสามนายดังกล่าวข้างต้นนั้น ในหนังสือระบุว่า อยู่ในการควบคุมกำกับดูแลของ "นายชัยวัฒน์ อนันตศานต์" ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวน ที่ 3

 






 

 

ที่มาของหนังสือดังกล่าวก็คือ คำร้องจากองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน พิทักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (อพช) กล่าวหา พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กระทำการทุจริตต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67,550,000 บาท ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้นำไปใช้จ่ายในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีหมายกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในวันที่ 9 เดือนมีนาคม พ.ศ.2557 ที่ผ่านมา

 

 

อพช. ได้ร้องเรียนไปหลายทาง ทั้ง ปปช. ปปท. สตง. และ ดีเอสไอ ซึ่งล่าสุด ในวันที่ 27 พ.ย. 57 ที่ผ่านมา ทางดีเอสไอ ได้ให้ทาง อพช. เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณีเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งทางพุทธศาสนิกชนทั่งประเทศ ต่างก็รอดูว่าจะมีการดำเนินการจากหน่วยงานของรัฐอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะคดีนี้ถือว่าเป็นคดีตัวอย่างและร้ายแรง พอๆ กับคดีผู้มีอิทธิพลสีกากีที่กำลังดังสนั่นเมืองอยู่ในเวลานี้

และแล้วทาง สตง. ก็ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ถึงแม้จะไม่ประกาศตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าคุณเสนาะอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้ "ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ" อย่างเป็นทางการ ตามหนังสือดังกล่าวข้างต้น

 

 

พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ)
เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

อดีตเลขานุการประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
เทียบเท่ากับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 

นับจากวันที่ สตง. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบัญชีวัดสระเกศ คือวันที่ 8 พ.ย. เป็นต้นมา เพียงอีก 2 วัน ก็จะครบ 1 เดือนพอดี ซึ่งก็คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้น่าจะมีคำตอบว่า เกิดการทุจริตเงินงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเกี่ยวหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ณ วันนี้ ทางหน่วยงานสำคัญของรัฐ คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้เข้าไปตรวจสอบบัญชีวัดสระเกศแล้ว ถ้าหาก สตง. วินิจฉัยว่า "มีความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าวจริง" งานนี้ เจ้าคุณเสนาะก็ต้อง "ปิ๋ว" จากตำแหน่งต่างๆ ทั้งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 12 กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ แถมจะถูกยึดทรัพย์เป็นรูปแรกในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยในสมัยรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว เผลอๆ ถูกดำเนินคดีติดคุกติดตะรางอีกต่างหาก ซึ่งต้องถือว่าร้ายแรงที่สุด

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
6 ธันวาคม 2557


 

400 ล้าน !

งบประมาณ "บูรณะ" วัดอรุณ
เงินหลวง ฮ่ะ เงินหลวง

 

อา..ใช้เงินภาษีอากรประชาชนมหาศาลปานนั้น ถามว่า เวลาทรุดโทรม วัดอรุณก็มาแบมือเบิกเงินจากคลังหลวงไป แต่เวลาวัดอรุณใหม่เอี่ยมอ่อง ขายบัตรขายเบอร์ ให้แก่นักท่องเที่ยวได้เข้าชมเป็นสิบๆ ปีนั้น เคยคืนกำไรให้แก่ประเทศชาติประชาชนบ้างไหม ใช่แต่วัดอรุณเท่านั้นนะ วัดสำคัญๆ อื่นๆ ทั่วประเทศไทย ที่ใช้ระบบเดียวกันด้วย มิน่า เจ้าอาวาสวัดไหนๆ ก็อยากจะยกระดับเป็น "วัดหลวง" มันได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ สมณศักดิ์ะดับเจ้าคุณ กฐินหลวง และงบหลวง โดยเฉพาะสมณศักดิ์นั้น มิต้องทำอะไร แค่อ้างว่า "เป็นเจ้าอาวาสวัดหลวง" ก็มีโควต้ารออยู่แล้ว "มหาสายชล" เถียงสิว่าจริงหรือเปล่า ? คุณประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนมีความเสมอภาคทัดเทียมกัน ก็โปรดออกกฎหมาย "ยกทุกวัดในประเทศไทย" ให้เป็นวัดหลวงเสียทีเถิด นะ เพื่อความเป็นธรรม

 

 

คนจนมีสิทธิ์ไหมคร๊าบ !

สี่ร้อยล้านบูรณะวัดอรุณ
ความเพียงพอในยุคเศรษฐกิจพอเพียง

พอเพียงสำหรับวัดเดียว !

 

วันนี้ (4 ธ.ค.) พระศากยปุตติยวงศ์ (ต่อศักดิ์ สุนฺทรวาที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม กล่าวว่า วัดอรุณฯได้รับงบประมาณโครงการบูรณะศาสนสถานภายในวัดที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้การสนับสนุนจากทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ดำเนินการบูรณะพระอุโบสถวัดอรุณฯ ซึ่งมีความทรุดโทรม

โดยขณะนี้ทางวัดได้ดำเนินการบูรณะเครื่องชุดประกอบบนหลังคาพระอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางวัดจึงใช้โอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2557 จัดพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดอรุณฯ ทั้งนี้พระอุโบสถวัดอรุณฯ เคยมีการบูรณะครั้งใหญ่มาแล้ว 1 ครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 และครั้งนี้ถือเป็นการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 9 โดยงบฯที่ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ จะนำมาดำเนินการบูรณะศาสนสถานตามโครงการดังกล่าวนั้น คาดว่าจะต้องใช้งบฯ 400 ล้านบาท โดยจะนำไปบูรณะพระอุโบสถ พระวิหารหลวง หอไตร 2 หลัง มณฑปพระพุทธบาทจำลอง และประตูซุ้มยอดมงกุฏ ตลอดจนการปรับภูมิทัศน์โดยภาพรวม ซึ่งจะเริ่มจากการบูรณะพระอุโบสถก่อน

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนขององค์พระปรางค์วัดอรุณฯนั้น ทางกรมศิลปากรได้เข้ามาดำเนินการบูรณะ โดยรัฐบาลอนุมัติงบฯในการดำเนินการบูรณะ 150 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการบูรณะองค์พระปรางค์ประกอบซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2558 จากนั้นในปี 2559 จะมีการบูรณะองค์พระปรางค์หลักต่อไป

 

ที่มา : เดลินิวส์
4 ธันวาคม 2557


 

"พระมหา" ไม่ใช่สมณศักดิ์ !

นายอำเภอปัวอ้าง "ยกเลิก" กิจนิมนต์วันเฉลิมฯ

 

 

ข่าวจากวัดเฮี้ย หรือวัดบ้านเฮี้ย อำเภอปัว จังหวัดน่าน แจ้งมายังอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอมว่า เกิดปัญหาว่าด้วยสมณศักดิ์พระมหาเปรียญ ของ พระมหาครรชิต ภทฺทญาโณ  ป.ธ.4 เจ้าอาวาสวัดบ้านเฮี้ย ถูก นายจตุพร ชนะศรี นายอำเภอปัว จังหวัดน่าน ทำหนังสือยกเลิกนิมนต์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้นั้น

ทั้งนี้ นายจตุพร ชนะศรี ชี้แจงว่า "เนื่องจากได้รับแจ้งจากจังหวัดว่า การจัดพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ให้นิมนต์พระที่มีพัดยศสมณศักดิ์ ประกอบพิธีศาสนาในงานดังกล่าวฯ อำเภอปัวจึงกราบขออภัย ยกเลิกการนิมนต์ตามหนังสือดังกล่าวข้างต้น" ซึ่งในท้ายหนังสือยังระบุด้วยว่า "จึงนมัสการมาเพื่อทราบ และขอกราบอภัยอย่างสูงมา ณ ที่นี้"

ตามข้อความดังกล่าวนี้ชี้ว่า นายอำเภอปัวคิดว่า "พระมหา" มิใช่สมณศักดิ์ จึงขอยกเลิกการนิมนต์ดังกล่าว แต่ก็กระทำอย่างอ่อนน้อม มิได้มีกริยาท่าทีดูหมิ่นพระมหาครรชิต หรือสมณศักดิ์ "พระมหา" แต่อย่างใด เป็นแต่เพียงความเข้าใจผิดของทางอำเภอปัว ซึ่งโดยปกติแล้ว คนระดับนายอำเภอ เมื่อเกิดข้อสงสัยประการใดๆ ในทางพระสงฆ์ ก็มีหนทางมากมายช่วยแก้ไข เช่น กราบเรียนถามพระผู้ใหญ่ในจังหวัด ที่รู้สถานะของ "พระมหา" ดังกล่าว แต่กลับตีความเอาเองแล้วทำการออกไป จนเกิดเป็นความเสียหายในวงกว้างดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันคับแคบและวิธีการทำงานอันมักง่ายของนายอำเภอปัว แต่เรื่องนี้คงมิต้องถึงกับฟ้องร้องให้เป็นเรื่องเป็นราว อันจะกระทบถึงงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาที่จะมาถึงนี้ เพียงแต่ต้องชี้แจงให้นายอำเภอปัวทราบ และจะไม่ทำผิดเช่นนี้อีกต่อไป ก็เพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในความเข้าใจของนายอำเภอปัวนั้น คงจะได้ข้อมูลมาบ้างตามที่ปรากฏ คือว่า ในพิธีทรงตั้งเปรียญนั้น จะมีพิธีพระราชทาน "พัดยศ" ให้เพียง 3 ขั้นเท่านั้น คือ ประโยค ป.ธ.3-6 และ ป.ธ.9 นอกนั้นมิได้ถวายพัดยศ แต่ส่วนใหญ่แล้ว พระเปรียญ 4-5 ก็จะนำเอาพัดยศ ป.ธ.3 ไปติดเลข 4-5 และพระเปรียญ 7-8 ก็จะนำเอาพัดเปรียญ 6 ไปติดเลข 7-8 ซึ่งมีขายตามร้านสังฆภัณฑ์ เพื่อยกฐานะตามวิทยฐานะที่เลื่อนขึ้นไป การไม่ทรงถวายพัดพระเปรียญ 4-5-7-8 ดังกล่าว อาจจะเป็นที่มาของความเข้าใจผิดที่ว่า พระมหา ป.ธ.4 ไม่มีพัดยศ ก็เป็นได้

เรื่องนี้ทางมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ควรจะมีคำแนะนำอย่างถูกต้องและชัดเจนต่อไป

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
3 ธันวาคม 2557


 

สายต่างประเทศ !

เปิดบัญชี เจ้าคุณ-พระครู สายต่างประเทศ ทั่วโลก

 








อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
3 ธันวาคม 2557


 

ก่อการดีข้ามชาติ !

มหาสังฆนายกศรีลังกาบินข้ามทะเล
ทำสังฆกรรมบวชภิกษุณีที่เมืองไทย

โดยที่มหาเถรสมาคมไม่มีใครทราบ

เป็นเรื่องประหลาดในโลกใบนี้

 

 

ซ้าย : สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชไทย

ขวา : พระมหินทวังสะ มหาสังฆนายก แห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา

 

 

ซ้าย : ภิกษุณีธัมมทีปา หัวหน้าอารามทิพยสถานธรรม เกาะยอ สงขลา

ขวา : พระพรหมวํโส เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

 




 

ภาพจาก : มจร.นิวส์

 

ข่าวการบินข้ามทะเลอันดามันจากศรีลังกามายังจังหวัดสงขลาประเทศไทย ของพระมหาสังฆนายกะ มหินทะวังสะ สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา พร้อมด้วยภิกษุณีสุมิตราและภิกษุณีสงฆ์ศรีลังกา เพื่อทำการอุปสมบทภิกษุณีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ อารามทิพยสถานธรรม อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา มองดูเหมือนว่า ไม่มีอะไร เพราะเป็นการมาทำสังฆกรรม เป็นกิจกรรมในทางศาสนา ธรรมดาๆ เท่านั้น

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปกว่านั้น ก็จะพบว่า มีอะไรไม่ธรรมดา เพราะว่า

1. นี่เป็นการบวชภิกษุณีขึ้นเป็นครั้งแรกในดินแดนประเทศไทย ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมานั้น ไม่เคยมี ถึงจะมีความพยายามบวชภิกษุณีในประเทศไทย ก็ถูกคณะสงฆ์ไทย (โดยการสนับสนุนของรัฐบาลไทย) สั่งระงับ ถึงกับสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราช ได้เคยออกคำสั่ง "ห้ามมิให้มีการบวชภิกษุณี สิกขมานา และสามเณรี" ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2471 ถึงปัจจุบันคำสั่งนั้นก็ยังมิได้ยกเลิก

2. เป็นการเดินทางมาบวชนอกราชอาณาจักรศรีลังกา ของพระมหาเถระระดับ "มหาสังฆนายก" เทียบได้กับสมเด็จพระสังฆราช อันเป็นตำแหน่งผู้นำระดับประเทศ แต่เป็นการมาแบบ "มิได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ" จากรัฐบาลไทย หรือจากคณะสงฆ์ไทย หากแต่เป็นการมาแบบ "Private" หรือเป็นการส่วนตัว

ก็ในเมื่อประเทศไทยมี "ข้อห้าม" จากคณะสงฆ์ไทย ซึ่งอุปถัมภ์โดยรัฐบาลไทย มิให้มีการบวชภิกษุณี บรรพชาสิกขมานา และสามเณรี (พระผู้หญิงและเณรผู้หญิง) ทำให้พระสงฆ์ไทยไม่ว่านิกายใดๆ ไม่กล้าทำการบวชให้แก่สตรีในประเทศไทย ซึ่งสตรีไทยที่ประสงค์จะบวชพระบรรพชาเณร ได้พยายามทุกวิถีทาง หลังสุดก็คือ การเดินทางไปบรรพชาอุปสมบทในประเทศศรีลังกา แล้วกลับมาอยู่ในเมืองไทย ถึงกระนั้น ก็ยังไม่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลและคณะสงฆ์ไทยให้เป็นภิกษุณี

เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่มีนักบวชสตรีไทย เดินทางไปนิมนต์พระมหาสังฆนายกะ แห่งศรีลังกา เดินทางมาทำการบรรพชาอุปสมบทสตรีไทย คงมิใช่เรื่องที่พระมหาสังฆนายกะจะมิทราบเรื่อง ว่ามีปัญหาอะไรในเมืองไทย เกี่ยวกับสถานภาพของภิกษุณี และนักบวชสตรีทั้งหลาย

การเดินทางมาของพระมหาสังฆนายกะ แห่งนิกายอมรปุระ ในครั้งนี้ ย่อมจะเป็นที่ "ทราบดี" ทั้งที่ไปที่มา อุปสงค์อุปาทานต่างๆ คงจะเล็งเห็นผลลัพธ์แล้วว่า ถ้าไปจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งด้านผลดีและผลเสีย แต่เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว คงจะเห็นว่า "มีผลดีมากกว่าผลเสีย" จึงถึงกับยอมเอาตำแหน่งมหาสังฆนายกะมาทำสังฆกรรมข้ามประเทศ ในระดับที่ต้องเรียกว่า "ก่อการดีข้ามชาติ"

การเผยแผ่พระศาสนาข้ามชาติในอดีตนั้น เท่าที่ทราบ ก็มีทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

อย่างไม่เป็นทางการ ได้แก่ มีพระภิกษุชาวไทยในหัวเมืองต่างๆ ในเมืองสุโขทัย เชียงใหม่ กรุงศรีอยุธยา ละโว้ (ลพบุรี) เป็นต้น เดินทางไปยังศรีลังกา ศึกษาพระธรรมวินัย เกิดความเลื่อมใส จึงทำการบวชใหม่ แล้วกลับมาทำการเผยแผ่ลัทธิแบบลังกาวงศ์โดยตรง ชาวไทยเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงถวายการทำนุบำรุง และทางราชการ (โดยพระมหากษัตริย์ไทย) ได้ยกย่องขึ้นเป็นนิกายสงฆ์อย่างเป็นทางการ

อย่างเป็นทางการ ได้แก่ การที่รัฐบาล (พระมหากษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์) ทำการร้องขอพระภิกษุสงฆ์ พระไตรปิฎก ไปทำการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ซึ่งเสื่อมลงแทบว่าจะไม่มีเหลือ เช่นในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้รับการร้องขอจากทางศรีลังกา จึงส่งพระสงฆ์นำโดยพระอุบาลี ไปทำการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันนิกายสยามวงศ์ก็ยังคงดำรงมั่นในศรีลังกา

คำว่า "ทางการ" กับ "ไม่เป็นทางการ" นั้น แยกความหมายออกง่ายๆ ก็คือว่า ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ไปรับเอาลัทธินิกายใหม่เข้ามา ก็จะถือว่า "ไม่เป็นทางการ" แต่ถ้าหากการที่บุคคลมี "ตำแหน่ง" ในทางคณะสงฆ์ จะเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาในต่างประเทศนั้น ต้องมีการร้องขอจากรัฐบาลประเทศนั้นๆ จึงจะเป็นเหตุผลในการไป มิใช่นึกอยากจะไปก็ไป ยกเว้นแต่ประเทศนั้นๆ มิได้มีข้อห้ามในเรื่องดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ อยู่ดี จึงจะมีสิทธิ์เข้าไปทำการสอนสั่งศาสนาของตนในประเทศนั้นๆ ได้

เมื่อเปรียบเทียบกับการมาของ พระมหาสังฆนายก มหินทะวังสะ นิกายอมรปุระ แห่งศรีลังกาในครั้งนี้ ย่อมจะเป็นที่ "กังขา" ว่ามาได้อย่างไร ในเมื่อ

1. มิได้รับการเชื้อเชิญจากรัฐบาลหรือคณะสงฆ์ไทย

2. เป็นการมาส่วนตัว แต่ที่ติดตัวมานั้นเป็น "ตำแหน่งมหาสังฆนายกะ" เทียบได้กับสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศสูงส่ง บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับนี้ จะทำอะไรก็ต้องมีพิธีรีตรอง โดยเฉพาะในต่างประเทศนั้น พิธีทางการทูตอันประกอบด้วย กฎ กติกา มารยาท ถือว่าสำคัญสูงสุด ผิดไปจากนี้ก็เป็น "วิธีการของโจร"

3. ถามว่า การเข้ามาทำความดีในประเทศไทยนั้นทำได้ไหม ? คำตอบก็คือ เป็นคำถามที่ครอบจักรวาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลัทธิศาสนาในโลกนี้นั้น มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แม้ว่าทุกลัทธินิกายจะอ้างว่า "ทุกศาสนาล้วนแต่สอนคนให้เป็นคนดี" แต่การทำความดีตามลัทธิของตนโดยปราศจากความมีมิตรภาพต่อลัทธิอื่นๆ นั้น ก็เป็นชนวนแห่งการ "ทำความชั่ว" ระดับสงครามศาสนามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

การทำสังฆกรรม "บรรพชา-อุปสมบท" นั้น ถือได้ว่า เป็นการสร้างบุคคลากรขึ้นใหม่ สามารถจะขยายผลกลายเป็น "นิกายสงฆ์" ขึ้นในประเทศไทยได้ หากว่านิกายสงฆ์นั้นเข้ากันได้กับทางคณะสงฆ์ไทย และหรือทางคณะสงฆ์ไทยยอมรับ ก็นับว่าดีไป แต่ถ้าหากว่าเป็นลัทธิตรงกันข้าม หรือเป็นลัทธิต้องห้าม ก็ต้องถือว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศชาติพระศาสนา

4. ในประเทศศรีลังกานั้น ทราบว่ามีพระสงฆ์ในพุทธศาสนาอยู่ 3 นิกายด้วยกัน ได้แก่ นิกายสยามวงศ์ นิกายรามัญ และนิกายอมรปุระ ซึ่งสองนิกายหลังนี้ไปจากประเทศพม่า ส่วนนิกายสยามวงศ์นั้นไปจากกรุงศรีอยุธยา

ซึ่งถ้าดูสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกาแล้ว รัฐบาลและคณะสงฆ์ไทยย่อมจะให้ความเคารพนับถือนิกายสยามวงศ์มากกว่าอีกสองนิกาย เพราะถือว่าเป็นคณะสงฆ์ที่ไปจากประเทศไทยเรา

ทีนี้ว่า ถ้าหากคณะสงฆ์ไทย (โดยมหาเถรสมาคม) ไม่เห็นชอบให้มีการบวชภิกษุณีขึ้นในประเทศไทย ทางนิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ทราบเรื่องราวแล้ว ก็คงจะปฏิเสธไม่ยอมรับคำนิมนต์ให้มาทำการบวชภิกษุณีขึ้นในแดนไทย ทั้งนี้ก็เพราะเคารพและให้เกียรติในกันและกัน

กลับกัน สำหรับนิกาย อมรปุระ ซึ่งเป็นนิกายพม่า แทบว่าไม่รู้จักมักจี่กับคณะสงฆ์ไทย ครั้นได้รับนิมนต์จากสตรีไทยแล้ว ก็รีบบินมาทำสังฆกรรมขึ้นในเขตประเทศไทย โดยที่คณะสงฆ์ไทยและรัฐบาลไทยมิได้รับทราบ

เรื่องนี้มิใช่แค่การ "เสียมารยาท" เท่านั้น หากแต่เป็นการกระทำที่ "อุกอาจ" เพราะเป็นการทำผิดกฎหมายของประเทศอื่น ของพระมหาเถระ ระดับ "สมเด็จพระสังฆราช" แห่งศรีลังกา

ทางมหาเถรสมาคมและรัฐบาลไทย จะมีปฏิกิริยาอย่างไร ต่อพฤติกรรมของ "พระมหินทวังสะ มหาสังฆนายกะแห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา" ในครั้งนี้ ก็ต้องติดตามดูอย่างไม่กระพริบตา ว่ามหาเถรสมาคมจะรักษาอำนาจในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทยไว้ได้หรือไม่

ยกตัวอย่าง ในปี พ.ศ.2552 พระพรหมวังโส วัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นวัดในสังกัดวัดหนองป่าพง ของหลวงพ่อชา จังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำการบวชภิกษุณีที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมิได้รับการอนุญาตจากคณะสงฆ์ไทย จึงถูกคณะสงฆ์ไทย "ตัดออก" จากคณะสงฆ์ไทยไป ซึ่งนั่นยังเป็นเพียงการที่พระในสังกัดคณะสงฆ์ไทย "ไปทำการบวชภิกษุณีนอกราชอาณาจักร" ซึ่งทางคณะสงฆ์ไทยก็ไม่ยินยอมแล้ว

ในทางปกครองของคณะสงฆ์ไทยเรานั้น หากภิกษุรูปใดยังมิได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ก็ไม่สามารถจะทำการบรรพชาอุปสมบทได้ ขืนทำก็ผิดกฎหมาย หรือแม้แต่ว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์แล้ว แต่ประสงค์จะไปทำการบรรพชาอุปสมบทในเขตอื่นๆ ซึ่งมีพระอุปัชฌาย์อยู่แล้ว ก็จะต้องมีการ "ขออนุญาต" ไปทำสังฆกรรมข้ามเขต มิเช่นนั้นก็จะถือว่าผิดจริยาพระสังฆาธิการระดับร้ายแรงด้วย

แต่ครั้งนี้ พระมหาสังฆนายกะ นิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา พร้อมด้วยภิกษุณีสงฆ์ ได้บินเข้าทำการบวชภิกษุณีขึ้น "ในราชอาณาจักรไทย" ถามว่า คณะสงฆ์ไทยยินยอมหรือไม่ และหากไม่ยินยอม ทางมหาเถรสมาคม อันนำโดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จะทำอย่างไร เพราะหากมหาเถรสมาคมไม่ทำอะไร ต่อไป ใครนึกอยากจะนิมนต์พระนิกายไหนมาบวชภิกษุณีขึ้นในเมืองไทยก็ได้ นั่นก็เท่ากับว่า ประเทศไทยไร้ขื่อแป เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
1 ธันวาคม 2557


 

ชัดเจน !

เณรคำซุกตัววัดขันติธรรม เลค เอลซินอร์
นั่งรอนอนรอเจ้าหน้าที่ไทยไปเชิญตัวกลับ

รอจนเบื่อ แต่ไม่เห็นมาซักที เลยขับรถออกมากินลมชมวิว เห็นว่ากว่าอัยการจะสั่งฟ้องอีก 3 ข้อหา ก็ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ส่วนคณะสงฆ์ไทยก็หมดปัญญา เพราะว่าสั่งสึกแล้ว หมดภาระหน้าที่ สวีวี่วี ต่อไปนี้จะไปแต่งตัวเป็นอะไรที่ไหนอย่างไรในต่างประเทศ กฎหมายไทยก็ไปไม่ถึง ดังนั้น จึงได้แค่เพียง..ตามองตา

 

 

CSI LA เผยภาพเณรคำอีก คราวนี้เจาะลงกลางวงข้าวในวัดขันติธรรม เมืองเลค เอลซินอร์ ซึ่งมีชื่อเณรคำเป็นเจ้าของ สอดรับกับกระแสข่าวในพื้นที่ที่กระซิบว่า "ความจริงแล้ว เณรคำมิได้ไปอาศัยใครอยู่ หากแต่ซุกตัวอยู่ในห้องใหญ่ บ้านเลขที่ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530 นั่นเอง แต่จะเลือกรับแขกที่ไว้วางใจได้เท่านั้น นอกนั้นไม่ออกมาด้านนอก เวลาจะออกไปไหนก็ปกปิดมิดชิด นั่งรถออกไปเลย"

ภาพข้างต้นนี้ มีการบันทึกเวลาไว้ด้วยว่า 2014/06/13 หมายถึง พ.ศ.2557 เดือนมิถุนายน วันที่ 13 หรือแปลแบบไทยก็ได้ความว่า วันที่ 13 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2557 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าพรรษา นั่นแสดงว่า เณรคำได้เข้าอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้มาตั้งนาน มีการพบปะผู้คนโดยเฉพาะพระสงฆ์ลาว-ไทยหลายรูป มีการถ่ายรูป แต่เก็บไว้มิดชิด จนกระทั่งรูปงานกฐินหลุดออกมา รูปอื่นๆ จึงทยอยตามออกมาด้วย

เชื่อว่าหลังจากนี้ ภาพของเณรคำจะหลุดออกมาสู่โลกภายนอกมากขึ้น เพราะเณรคำและคนใกล้ชิดคงคิดว่า ไหนๆ คนก็รู้แล้วว่าอยู่ไหน จะปกปิดไปทำไม เล่นเปิดตัวเต็มๆ เหมือนอาจารย์ยันตระไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ?

 

ที่มา : CSI LA
1 ธันวาคม 2557


 

บวชภิกษุณีที่สงขลา !

มหาเถรรู้หรือไม่ รู้แล้วจะทำอย่างไร ?

 

 

 

 

อา..ปัญหาพระศาสนามาอีกแล้ว คราวนี้หนักกว่าเดิม เพราะมีพระไทยและพระศรีลังกามาช่วยให้การอุปสมบทภิกษุณีสำเร็จ ต่อไปก็สามารถทำกิจกรรมทุกอย่างได้เอง เพราะมีทั้งโรงอุโบสถ มีภิกษุณีสงฆ์ มีสามเณรี มีสิกขามานา และมีพระภิกษุสงฆ์ภาคใต้และต่างประเทศให้การสนับสนุน อุดแบบไหนก็เอาไม่อยู่

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ณ ทิพยสถานธรรมภิกษุณีอาราม อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ได้มีพิธีอุปสมบทภิกษุณีขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีสิกขมานาจำนวน 8 รูป ได้เข้ารับการอุปสมบทในครั้งนี้

ทั้งนี้ ได้มีการนิมนต์พระอุปัชฌาย์มาจากประเทศศรีลังกา คือ "ท่านมหินทวังสะ" เจ้าอาวาสวัดทีปทุตมาราม นครโคลัมโบ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นมหาสังฆนายก หรือพระสังฆราช นิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ส่วนปวัตตินี (อุปัชฌาย์) ในฝ่ายภิกษุณีสงฆ์นั้น ได้นิมนต์ "ภิกษุณีสุมิตตา" และคณะภิกษุณีสงฆ์จากศรีลังกา มาครบองค์สงฆ์ ทำให้พิธีกรรมผ่านไปโดยเรียบร้อย

 

ภิกษุณีธัมมทีปา (ณัฐทิพย์ ตนุพันธ์)
หัวหน้าภิกษุณีแห่งอารามทิพยสถานธรรม เกาะยอ สงขลา

 

หัวหน้านักบวชในอารามแห่งนี้ มีชื่อว่า ภิกษุณีธัมมทีปา (ณัฐทิพย์ ตนุพันธ์) ซึ่งได้จัดตั้งสำนักขึ้นมา เป็นสาขาของวัตรทรงธรรมกัลยาณี ของภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ จังหวัดนครปฐม

มีลำดับกิจกรรมสำคัญของสำนักภิกษุณีแห่งนี้ ดังนี้

วันที่ 5 เมษายน 2557 มีพิธีบรรพชาสามเณรี จำนวน 38 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์

 

ภาพพิธีบรรพชาสามเณรี

 










 

วันที่ 20 ตุลาคม 2557 มีพิธีผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต สำนักภิกษุณีทิพยสถานธรรม โดยได้นิมนต์พระภิกษุในบริเวณใกล้เคียง จำนวน 40 รูป มาทำพิธีสมมติสีมา จนเสร็จสิ้น

 

ภาพพิธีผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต

 

















 

 

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 เวลา 06.00 น. ทำการอุปสมบทนางสิกขมานาเป็นภิกษุณี โดยนิมนต์พระอุปัชฌาย์และปวัตตินี พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ตรงมาจากประเทศศรีลังกา

 

ภาพพิธีอุปสมบทภิกษุณีเป็นครั้งแรก

 








 

สายสัมพันธ์กับแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน

 



 

ถามไปยังมหาเถรสมาคมว่า ครั้งก่อน ในเดือน ธันวาคม พ.ศ.2552 พระพรหมวํโส และคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการบวชภิกษุณี โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะสงฆ์ไทย สายวัดหนองป่าพงของหลวงพ่อชา จึงประกาศตัดวัดโพธิญาณออกจากสังกัด มาครั้งนี้ มีพระไทยในจังหวัดสงขลาหลายสิบรูป ไปทำสังฆกรรมสมมติสีมา เพื่อให้ใช้ทำการบวชภิกษุณีขึ้นในประเทศไทย มหาเถรสมาคมจะทำอย่างไร ?

ปัญหามี 2 ประเด็น คือ

1. การบวชภิกษุณีในประเทศไทย โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากมหาเถรสมาคม และรัฐบาลไทย ถือว่าทำได้ไหม หมายถึงว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิด, ผิดมาตราใด และมีโทษอย่างไร

2. การนำเอาพระอุปัชฌาย์จากต่างประเทศมาทำการบรรพชาอุปสมบท ในราชอาณาจักรไทย โดยมิได้รับอนุญาตจากมหาเถรสมาคมและรัฐบาลไทย ทำได้หรือไม่ หากว่าทำไม่ได้ จะผิดกฎหมายมาตราใด และมีโทษอย่างไร ?

 

ข่าว : เดลินิวส์
1 ธันวาคม 2557


 

ให้ "ธงชัย" ไปอินเดีย !

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์บัญชาการ

อีกแล้วครับท่าน

 

 


 

อา..นี่แหละ ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ของไม่จริง เสนาะเวลานี้ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน มีตำแหน่ง แต่ไม่มีอำนาจ เป็นเจ้าอาวาสแต่คุมพระลูกวัดไม่ได้ ขอโทษเถิดนะ ไปเป็นภารโรงยังจะมีศักดิ์ศรีกว่าด้วยซ้ำ สมัยเก่าเขามีคติว่า "ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้" แต่สำหรับ "พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี ปัญญาวชิโร" ฮีโร่ของธรรมกายในวันนี้ เห็นทีจะไม่มีคำนี้อยู่ในหัว เพราะในชีวิตก็ไม่เคยมีวีรกรรมอะไรกับเขา นอกจากวิชาตุ๊กแกที่ใช้ห้อยชายจีวรสมเด็จเกี่ยวขึ้นสู่ที่สูง แต่สมัยเป็นเณรถึงรองสมเด็จ อยู่กับสมเด็จฯเสนาะก็เหมือนมีองค์ลง ทำอะไรก็มีศักดิ์มีสิทธิ์ พอสมเด็จเกี่ยวตาย เสนาะกลายเป็นเหมือนผีออก เพราะทำอะไรก็ไม่เป็น ที่ควรทำก็ไม่ทำ ที่ไม่ควรทำก็กลับทำ แต่ถามว่า ทำไมเสนาะทนได้ ตอบเอาเองก็แล้วกันนะคุณเหนาะนะ เดี๋ยวจะหาว่าตอบแทน

ภาพข้างต้นนี้เป็นคำถามดีที่สุดสำหรับ "ต่อคุณธรรม" ของเจ้าคุณเสนาะ ถ้ายังพอมีเหลือ ?

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
30 พฤศจิกายน 2557


 

สาส์นสมเด็จ !

 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ มอบสาส์น "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แห่งราชอาณาจักรไทย" ในงานสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ ที่พุทธคยา อินเดีย เริ่มวันที่ 2 ธันวาคม ศกนี้ ยังไม่ทราบว่า "สมเด็จฯจะโปรด" ให้ใครไปแทน เสนาะภาวนาว่า "ขอให้เป็นใครก็ได้ ที่ไม่ใช่..ธงชัย" แต่ถ้าใช่อีกละก็.. "จปล" จะเป็นลม !

 

เสี่ยงเทียน เสี่ยงทาย เสี่ยงบารมี

ใครดีใครอยู่ !

 

ทีมสวดยัดของป๋าเหนาะ สู้ๆ

 

 

ทางแยกแห่งภูเขาทอง

ซ้าย : ไปวัดปากน้ำ ขวา : ไปวัดพิชัยญาติ หรือกลับบ้านสามหลัง

 

 



 




 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
30 พฤศจิกายน 2557



 

สองนครา !

คณะสงฆ์ไทยมีเพียงหนึ่งเดียว
ปกครองโดยมหาเถรสมาคมเดียว

แต่วิธีการต่างกันลิบลับ โปรดสังเกต

 

นครศรีธรรมราช แค่ไม่ไว้วางใจ ชุมชนรอบวัดก็รวมตัวกันเรียกรองให้เจ้าอาวาสแสดงความบริสุทธิ์ แต่สำหรับ "นครกรุงเทพฯ" มีหลักฐานมากมายในวัดสระเกศ เช่นรถยนต์นับสิบๆ คัน รวมทั้งพยานบุคคล ชุมชนรอบวัดสระเกศกลับรวมตัวกัน "ปกป้องเจ้าคุณเสนาะ" เพราะเห็นแก่สินบน "เผาศพฟรี" ที่ป๋าเหนาะประเคนให้ ส่งผลให้ป๋าเหนาะยืนยงคงกระพัน รักษาเข็มขัดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ระดับ "ตุ๊กแก" เรียกพี่ อำนาจหน้าที่ยังอยู่ครบ  ไม่ว่าจะเป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 12 กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ นี่คือความสามารถพิเศษส่วนบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบนะจ๊ะ ถ้ามิใช่ชาว อ.ย.

 

นครศรี VS นครหลวง

 

วัดหัวอิฐ นครศรีธรรมราช วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร


 

ชาวบ้านฮือล้อมกุฏิจี้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดดังเมืองคอนสงสัยพัวพันสีกาม่าย

นครศรีธรรมราช - ชาวบ้านเมืองนครศรีธรรมราชฮือล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดชื่อดังสงสัยพัวพันสีกาม่าย เตรียมรวบรวมรายชื่อเพื่อร้องไปยังเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ให้มีการสอบสวน รวมทั้งตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัดด้วย

วันนี้ (29 พ.ย.) ชาวบ้านหลายสิบคนย่านบ้านหัวอิฐ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้ารวมตัวหน้ากุฏิพระมหาบุญราย ครุโก อายุ 72 ปี พรรษาที่ 51 เจ้าอาวาสวัดหัวอิฐ เพื่อเรียกร้องให้เจ้าอาวาสมีความชัดเจนในการจัดการกับหญิงม่าย ที่เข้ามาพัวพันในกุฏิของเจ้าอาวาสอย่างไม่เหมาะสม ท่ามกลางเสียงครหาในทางที่ไม่เป็นผลดีกับเจ้าอาวาสและความศรัทธาต่อวัด โดยมีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนเจ้าอาวาสและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการพัวพันกับหญิงม่ายดังกล่าว เข้ามาเผชิญหน้าและมีการปะทะคารมกันอย่างตึงเครียด โดยเจ้าหน้าที่ของวัดต้องนิมนต์เจ้าอาวาสจากหอฉันที่มีการทำพิธีในช่วงวันธรรมสวนะขึ้นรถกลับมาที่กุฏิ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยและเป็นตัวกลางในการเจรจาทำความเข้าใจ

ส่วนชาวบ้านได้เรียกร้องให้พระมหาบุญราย กล่าวแสดงความบริสุทธิ์ และประกาศห้ามไม่ให้หญิงม่ายที่เข้านอกออกในกุฏิ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดอีกโดยเด็ดขาด ขณะที่พระมหาบุญรายได้กล่าวสั้นๆ เพียงว่า ชาวบ้านให้อาตมาพูดว่า ไม่ให้นางอี๊ดเข้ามาในวัดอีก ก่อนที่จะหยุดพูด ทำให้สถานการณ์เริ่มมีความตึงเครียดอีกครั้ง จนมีการเข้าไปเจรจากับเจ้าอาวาสโดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจาร่วมจนเจ้าอาวาสได้ประกาศอย่างเด็ดขาดอีกครั้งว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอี๊ดหญิงม่ายรายนี้ และประกาศที่จะให้ชาวบ้านเลือกตั้งกรรมการวัดขึ้นมาใหม่ รวมทั้งแสงความบริสุทธิ์ว่าในชีวิตไม่เคยเสพเมถุน แม้แต่ครั้งเดียว

นายวิมล เกื้อมา ชาวบ้านอาวุโส ระบุว่า ชาวบ้านมีความสงสัยในพฤติกรรมของหญิงม่าย และเจ้าอาวาสแต่ไม่มีหลักฐาน จึงมาเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบจากเจ้าอาวาสรวมทั้งข้อสงสัยในเรื่องทรัพย์สินเงินทองของวัดที่เจ้าอาวาสให้หญิงม่ายรายนี้ดูแลจัดการเสมือนเป็นผู้จัดการวัด รวมทั้งกิจนิมนต์ของสงฆ์ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม

นายวิมล เกื้อมา ชาวบ้านอาวุโสระบุว่า ชาวบ้านมีความสงสัยในพฤติกรรมของหญิงม่าย และเจ้าอาวาสแต่ไม่มีหลักฐาน จึงมาเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบจากเจ้าอาวาส รวมทั้งข้อสงสัยในเรื่องทรัพย์สินเงินทองของวัด ที่เจ้าอาวาสให้หญิงม่ายรายนี้ดูแลจัดการเสมือนเป็นผู้จัดการวัด รวมทั้งกิจนิมนต์ของสงฆ์ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม

ข่าว : ผู้จัดการ
30 พฤศจิกายน 2557


 

ขอหลักฐานเพิ่ม !

ดีเอสไอให้ อพช. ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมคดีเจ้าคุณเสนาะ

ก็แสดงว่าที่ยื่นๆ ผ่านมาทั้งหมดนั้นเบาหวิว ไม่มีน้ำหนัก

 

อะฮ้า ! งานนี้เสี่ยเหนาะมีสิทธิ์ลอยลำ เพราะดูรูปการณ์แล้ว "กินเหนาะยากส์" ซะแล้ว เพราะระดับดีเอสไอ ซึ่งเป็นถึงกรมคดีพิเศษ รับเรื่องมาตั้งแต่กลางพรรษา ก็ยังหาบทสรุปไม่ได้ว่า "เจ้าคุณเสนาะผิดอะไร" จึงหันหน้ามาถาม อพช. ว่า มีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมไหม ถ้าไม่มีก็ไม่รับฟ้องนะ บลาๆ ว่ากันว่า ถ้าดีเอสไอไม่รับฟ้อง ปปท. และ ปปช. ก็คงเหวี่ยงสำนวนลงถังขยะไปด้วย เพราะหน่วยงานของรัฐย่อมเชื่อใจในหน่วยงานของรัฐเช่นกัน

ส่วนทางคณะสงฆ์นั้น ก็เสร็จเรียบร้อยโรงเรียนวัดสระเกศและวัดโสธรไปแล้ว เพราะมีการ "คืนตำแหน่งให้หมดแล้ว" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภูเขาทองและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร โดยเฉพาะเรื่องภูเขาทองนั้น เสนาะยอมถึงขั้นว่า "ให้เจ้าคุณธงชัยเก็บเงินบริจาค จะนำส่งเข้าบัญชีวัด เท่าไหร่ก็ได้ ไม่ติดใจ" ซึ่งมองยังไงก็ยังมองไม่ออกว่า "นี่คือคำสั่งอันถูกต้องตามระเบียบราชการ" ออกคำสั่งเช่นนี้ก็เท่ากับ "เปิดโอกาสให้โกงวัด" ได้อย่างเป็นทางการ ลำพังสั่งด้วยวาจาก็ผิดแล้ว แต่นี่เล่นเซ็นแถมให้สมเด็จวัดปากน้ำมอบให้อีกด้วย มันก็ซวยสิโยม เอาไว้เล่าในวัยชรา รับรองว่าเด็กๆ ชอบฟัง มันยิ่งกว่าซูเปอร์โจ๊ก

ต่อไปก็รายการ "คืนความสุขให้แก่เสนาะและบริวาร" เพราะถ้าเอาผิดเสนาะไม่ได้ แต่ตำแหน่งและอำนาจทุกอย่างยังอยู่ในมือเสนาะ ธงชัยกับลูกน้องก็เตรียมหาวัดใหม่เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ตีงูแค่หลังหักนั้นมันไม่มีประเพณี แต่ก็มีคนทำแล้ว คือ..เจ้าคุณธงชัย ขอให้โชคดีครับท่าน รางวัลใหญ่รออยู่..งวดหน้า รับรองว่า..เผาจริง !

 

 

กดที่ภาพเพื่อชมข่าว

 

 

 

วันนี้ (27 พ.ย.57) นายชัยธนพล ศรีจิวังษา ผู้ประสานงานองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (อพช.) เตรียมเข้ายื่นรายการพยา...นเอกสารและพยานบุคคลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.) เกี่ยวกับการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของพระพรหมสุธี (เสนาะ ปัญญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ส่อไปในทางทุจริต และร่ำรวยผิดปกติ

รายการพยานเอกสารและพยานบุคคล ได้แก่ ประวัติเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ โครงสร้างบริหารองค์กรเครือข่าย อพช. รายชื่อคณะกรรมการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) รายรับ-รายจ่าย ระหว่างที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในปี 2547-2552 และระหว่างดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯในปัจจุบัน

 

ที่มา : TNN : เฟสบุ๊คแฟนพันธุ์แท้เจ้าคุณเสนาะ
29 พฤศจิกายน 2557

 

ถูลู่ถูกัง !

 

มจร.ประกาศรับสมัครพระธรรมทูต รุ่นที่ 21

ขณะคดีเจ้าคุณเสนาะยังไม่สะเด็ดน้ำ

 

 

อา..แบบนี้ท่านเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "The show must go on" นะครับ แต่จะโชว์สวยหรือโชว์ห่วยก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า พูดเป็นภาษาบ้านเราก็คือ "หยุดไม่ได้" เพราะว่าปีงบประมาณมาถึงแล้ว ขืนหยุดงานก็หยุดเงิน ถึงแม้ว่า "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" คือ พระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ ยังติดคดีความบานเบอะ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจึงจะสิ้นสุด แต่ในเมื่อมหาเถรสมาคมไม่ยอมปลดหรือสั่งพักงานเจ้าคุณเสนาะ มันก็ทำอะไรไม่ได้ พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร. ซึ่งเป็นผู้น้อย ก็ต้องก้มหน้าทำงานไป แบบว่า หน้าที่ใครก็หน้าที่มัน คอยจับตาดูก็แล้วกันว่า ปีนี้เจ้าคุณเสนาะจะมีหน้าไปเปิดโครงการอบรมพระธรรมทูตหรือไม่ ขืนไปอาจจะโดนโห่ไล่ให้อาย

นึกไปก็เห็นใจท่านเจ้าคุณประยูรนะ อธิการบดี มจร. ก็อยากได้ เจ้าคณะภาค 2-กรรมการมหาเถรสมาคมก็อยากเป็น จับปลาสองมือ ผลงานมันจึงออกมาครึ่งน้ำครึ่งบกแบบนี้ไง วันก่อนก็เสียท่า ถูกคึกฤทธิ์หลอกไปออกรายการ "ชวนน้องท่องพุทธวจน" จนต้องถอนสายบัวกลางอากาศมาแล้ว เมาหมัดยังไม่ทันหาย วันนี้ต้องมา "กินน้ำใต้ศอก" เจ้าคุณเสนาะต่อไปอีก เฮ้อ เมื่อไหร่หนอใจของเธอจะ เรรวน ฯลฯ และนี่ไง คือสิ่งที่คุณเสนาะยืนยันว่า "การพิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์ของมหาเถรสมาคมทุกครั้ง บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์" เชื่อเหนาะสิ !

 

 

แข่งเรือแข่งพายพอแข่งได้
แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งบ่ได้

จบ ป.9 + ปริญญาเอก อยู่วัดประยุร ได้เป็นลูกน้อง

จบ ป.6 + ปริญญาโท แต่อยู่วัดสระเกศ ได้เป็นหัวหน้า

 

 


Put the right man on the right job นะจ๊ะ

 

 

ข่าว : มจร.
28 พฤศจิกายน 2557


 

FIRST TIME !

เปิดสอบบาลีในอเมริกาเป็นครั้งแรก

มหาเถรสมาคม-แม่กองบาลี อนุมัติ

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ ปฏิบัติ

 

 


 

สหรัฐอเมริกา สำนักเรียนบาลีใหญ่ที่สุดในโลก

50 รัฐ รวมเป็นสำนักเรียนเดียว

 

ข่าวจากสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มหาเถรสมาคม โดยการเสนอของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง ได้อนุมัติโครงการ "สอบบาลีในประเทศสหรัฐอเมริกา" โดยกำหนดให้สหรัฐอเมริกา เป็น "สำนักเรียนบาลีนอกประเทศ" เป็นแห่งแรก และเริ่มสอบบาลีเป็นปีแรก ในวันที่ 6-10 มีนาคม พ.ศ.2558 ที่วัดไทยลอสแองเจลิส หรือวัดไทยแอลเอ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา สมัครเข้าสอบบาลีกันอย่างคับคั่ง ตามจำนวนที่ทางสมัชชาสงฆ์ไทยได้รายงานไปเมื่อสองปีก่อน ว่ามีพระธรรมทูตประสงค์จะศึกษาและสอบบาลีต่อเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 50 รูป จึงเห็นสมควรขอเปิดสอบบาลีในสหรัฐอเมริกาดังกล่าว

ทางสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จึงแจ้งมายังบรรดาพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา ทุกรัฐและทุกวัด ที่มีความประสงค์จะสอบบาลีในปีนี้เป็นรุ่นแรก และเป็นรุ่นประวัติศาสตร์ ขอให้รีบสมัครสอบด่วน ภายในวันที่ 6 ธันวาคม ศกนี้

สำหรับขั้นตอนต่อไปนั้น ทางสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณาจัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่ง เพื่อรองรับกับจำนวนนักเรียนจำนวนมาก หากสองโครงการนี้สำเร็จ ก็จะเป็นการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในสหรัฐอเมริกาอย่างยั่งยืน

 

 


 




 




 




 



อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
24 พฤศจิกายน 2557

ประมวลข่าวพระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและงานวันมหารำลึก

ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค 8-9 กันยายน 2555

 

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

วันมหารำลึก ปีที่ 23

วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพงานวันมหารำลึก ปีที่ 23

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557

 

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)


 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา


 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

Editor : peesang2555@hotmail.com

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264