หลวงพ่อคูณวืด !
 


     รายงานข่าวไปยังไม่ทันข้ามคืน ก็เกิดรายการพลิกล็อคอีกจนได้ เมื่อบัญชีแต่งตั้ง-เลื่อนขั้น สมณศักดิ์ ของพระสงฆ์ไทย ประจำปี 2547 ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ในวันที่ 30 ตุลาคม 2546 เวลา 14.00 น. หรือบ่ายสองโมงตรง มี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถร) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานการประชุม ที่ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำพู ผลปรากฏออกมาว่า พระราชญาณวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา ถูกสกรีนชื่อออกจากบัญชีในขั้นสุดท้ายนี้ ด้วยเหตุผล "ยังไม่สมควรให้เลื่อน"

     เรื่องของเรื่องก็เนื่องมาจาก การเสนอชื่อเพื่อพิจารณา
"เลื่อนขั้น" ของหลวงพ่อคูณนั้น ท่านว่ามาจากกลุ่มลูกศิษย์ซึ่งเป็นนักการเมือง ถ้าหากจะให้เล็งเข้าไปใกล้ ๆ ในจังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช บ้านเกิดของหลวงพ่อคูณนั้น เป็นถิ่นคะแนนเสียงของพรรคชาติพัฒนา ซึ่งก่อตั้งโดย พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของโยม พระสงฆ์จะไม่ยุ่งการเมือง ถ้าการเมืองไม่มายุ่งเรื่องของสงฆ์ เราไปหาสาระจากทางอื่นดีกว่า

     ว่ากันว่า สาเหตุที่หลวงพ่อคูณไม่ได้เลื่อนขั้นในปีนี้นั้น เพราะท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ซึ่ง
"ดังอยู่แล้ว" เสียดายแต่ว่าไม่มีตำแหน่งทางการปกครอง คือไม่ได้เป็นเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด หรือเจ้าคณะภาค ใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นพระกรรมฐานสุปฏิปันโน ถ้าถามหลวงตัวพ่อคูณจริง ๆ ท่านก็คงจะบอกว่า "กูไม่ยินดียินร้าย" กับเรื่องดังกล่าว หากแต่กลุ่มลูกศิษย์ลูกหา ก็คงอยากจะให้หลวงพ่อได้ยศถาบรรดาศักดิ์เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เลยขัดกับนโยบายของมหาเถรสมาคม ที่มองเรื่อง "งานปกครอง" สำคัญกว่าเรื่องการสร้างงานสาธารณสงเคราะห์ ดังเช่นหลวงพ่อคูณทำอยู่

     นี่คือ
"สารัตถะ" และเป็น "สัจจะ" แห่งวงการปกครองคณะสงฆ์บ้านเรา เพราะคงเป็นไปไม่ได้ ที่พระคณะผู้ปกครองจะมองพระป่า พระเกจิอาจารย์ ผู้มีอิทธิฤทธิ์ ว่าศักดิ์สิทธิ์กว่าตน เพราะขนาดดังทะลุฟ้าก็ยังต้องเสนอชื่อ "ผ่าน" การพิจารณาของตน แต่ถ้าจะวัดกันด้านมวลชนแบบลงคะแนนเสียงในระบอบประชาธิปไตยแล้ว หลวงพ่อคูณอาจจะถูกยกขึ้นเป็น "สมเด็จ" ของมวลชนไปแล้วก็ได้

     อย่างไรก็ตาม เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์นั้น ถือกันว่าเป็นเรื่องพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพิจารณา แต่ถ้าว่ากันตามกระบวนการแล้ว ก็หนีไม่พ้นที่คณะสงฆ์จะกลั่นกรองกันเอง ก่อนจะเสนอบัญชีขึ้นไปในเบื้องสูง

     โผที่ออกมาในแต่ละปีนั้น ก็มีทั้งที่รับได้และรับไม่ได้ แต่มักจะถูกหักกลบลบหายไปในสไตล์แบบไทย ๆ ว่า
"ช่างเถอะ เป็นวิจารณญาณของผู้ใหญ่" ไม่มีใครกล้าโวยวาย เพราะเรื่องงานทางคณะสงฆ์นั้นมันวัดกฎเกณฑ์กันยาก เจ้าคุณเป็นร้อย ๆ องค์ที่ล้นบัญชีคณะสงฆ์ไทยในเวลานี้ ไปสำรวจดูเถิด มีผลงานแค่กินตำแหน่ง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง" เท่านั้น นอกนั้นก็เข้าในอีกหรอบที่ว่า "เส้นใคร สายมัน"  โดยเฉพาะพระอารามหลวงใหญ่ ๆ นั้น ถึงกับมี "โควต้าเจ้าคุณ" เป็นประจำปี ถ้าไม่แต่งตั้งเจ้าคุณใหม่ ก็จะใช้วิธี "เลื่อนขั้นเจ้าคุณองค์เก่า" เข้าแทน นโยบายของรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่เคยเปรยนโยบาย "การปูนบำเหน็จ" ในวงการสงฆ์ว่า "จะพิจารณาผลงานเป็นอันดับแรก" นั้น ยังคงอยู่นอกสายตาพระมหาเถระไทย

     ความคาบเกี่ยวระหว่าง
"พระราชอำนาจ" "มหาเถรสมาคม-องค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นเอกเทศ" และ "นโยบายของรัฐบาลในอันที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ให้เจริญก้าวหน้าทันโลกทันเหตุการณ์" จึงยากจะดูออกว่าจะใช้สิ่งไหนเป็นตัวหลัก นี่คงจะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง นอกเหนือจากการปฏิรูประบบราชการไทยที่ยังคงไม่เข้าที่เข้าทางจนป่านนี้

     ปัญหานี้คงไม่มีใครจะตอบแทนใครได้ ถ้าหากพระมหาเถระในมหาเถรสมาคมคิดว่า
"พระพุทธศาสนาในประเทศไทยนี้เป็นของพวกฉัน" ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงยังคงต้องมีอีกต่อไป ไม่ต่างไปจากกรณี "พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับใหม่" ที่มุบมิบร่างกันเพียงไม่กี่คน เลยถูกรัฐบาล "ดองเค็ม" มาจนป่านนี้  สติปัฏฐานทั้ง 4 นั้น ถ้าจะพิจารณา "กาย เวทนา จิต ธรรม" ให้ครบแล้ว ก็ควรสงเคราะห์ "นโยบายของคณะสงฆ์ที่สวนทางกับกระแสโลก" ไว้ในการปฏิบัติธรรมด้วย เพราะ "อำนาจ" เป็นเรื่องของกิเลส พระที่อยู่กับอำนาจก็คือเล่นกับกิเลสนั่นเอง
หากพิจารณาไม่ทันก็อาจจะถูกกิเลสครอบงำ หน้ามืดตามัวยิ่งกว่าคนตาบอดเสียอีก ถ้าเห็นตัวเองทันก็จะเห็นธรรม ไม่ถลำลึกกลายเป็นซาตานในผ้าเหลือง เสียเด็กน่ะยังพอรับได้ แต่เสียผู้ใหญ่นะสิ จะมีแต่เสียกับเสีย แถมเสียแล้วจะเอาคืนยาก ขอฝากพระเดชพระคุณไว้พิจารณา ณ โอกาสนี้

 

พระมหานรินทร์ นรินฺโท
วัดไทย ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา
30  ตุลาคม  2546

 

 

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264