เป็นสำนวนไทยใช้กับสิ่งของที่มีอยู่ดาษดื่น
จนถูกมองข้ามไปไม่แยแสแลเหลียว เหมือนบทเพลงในหนังมนต์รักลูกทุ่งที่ว่า
"คนอยู่ไม่เคยห่วงใย ทีคนไปละห่วงได้ห่วงดี"
นั่นแหละ เราเริ่มกันที่ "ปากคอก"
คำว่า "คอก"
เป็นสถานที่สำหรับจองจำหรือคุมขังสัตว์ที่คนเราหวงแหน คือ วัว ควาย
เพราะเป็นสัตว์มีคุณประโยชน์ ใช้ช่วยทำงาน
แถมถ้าตายก็ยังใช้ทั้งเนื้อทั้งหนังมาทำประโยชน์ในทางโภชนาการได้อีก
จะปล่อยไปตามธรรมชาติก็กลัวว่าจะไม่กลับมา
หรืออาจจะถูกชั่งเป็นกิโลขายก็ไม่รู้ คนเราจึงเอาไม้มาทำเป็นรั้วก่อน
กะเนื้อที่ว่าควาย-วัว ตัวใหญ่ๆ มีกี่ตัว เข้าไปอยู่แล้วจะอึดอัดขัดข้องไหม
แล้วตีกรอบล้อมรอบให้มั่นคง ทำทางเข้า-ออกไว้ให้เสร็จสรรพ ก็นับได้ว่าเป็น
"คอกวัว คอกควาย"
ปัจจุบันทางภาคเหนือก็ยังเรียก "คุก"
ที่ใช้ขังคนว่า
"คอก" ในความหมายเดียวกันอยู่
มีหญ้าชนิดหนึ่งชาวสระบุรีเรียกว่า
หญ้าปากคอก
ชื่อสามัญท่านเรียกว่า
หญ้าตีนกา
แถวๆ ภาคกลางเรียกว่า หญ้าปากควาย
ส่วนคนกรุงเทพฯเรียกว่า หญ้าตีนนก
ถ้าขึ้นไปภาคเหนือก็จะเปลี่ยนชื่อเป็น
หญ้าผากควาย
ถ้าเข้าแดนเงี้ยวหรือไทยใหญ่ในรัฐฉานเขาเรียกว่า
หญ้าเยอคุม
และมีชื่อในภาษาอังกฤษว่า goose grass,
wire grass, yard grass, crow’s foot grass
เป็นหญ้าที่วัวควายชอบกินมาก
แต่หญ้าปากคอกที่นำเสนอในวันนี้มิได้เกี่ยวกับหญ้าที่ชื่อมีชื่อเฉพาะดังว่าเหล่านี้แต่อย่างใด
คือท่านว่ามาแต่พฤติกรรมของวัวควายอีกนั่นแหละ ที่ชอบแทะเล็มหญ้า
โดยพยายามจะเอื้อมหรือโก่งคอออกนอกคอกไปให้ไกลมากที่สุด
แล้วก็ตวัดลิ้นเกี่ยวเอาหญ้าที่หมายตานั้นเข้าปากไป ทั้งๆ ที่ใกล้ๆ กับคอก
ที่เราเรียกว่า "ปากคอก"
นั้นก็ยังมีหญ้าสวยๆ ให้เลือกกินตั้งมากมาย แต่วัวควายกลับไม่สนใจ มองข้ามไปหมด
คนเราได้เห็นจึงนำเอาพฤติกรรมนั้นมานิยามใช้กับพฤติกรรมของคนด้วยกัน
นั่นเป็นอิทธิพลของภาษาที่คนไทยได้มาจากวัวและควายซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยง
นอกจากจะใช้เป็นสำนวนบอกถึงพฤติกรรมการมองข้าม
"คนใกล้ชิด"
แล้ว ก็ยังบ่งบอกถึงสิ่งของต่างๆ ที่ออกจะ
"ง่ายๆ"
แต่คนก็มองข้ามไปไม่ใส่ใจ ครั้นพอถามไถ่ดูกลับไม่รู้ความหมาย
สิ่งนั้นท่านเรียกว่า "หญ้าปากคอก"
หลายท่าน
เพื่อจะย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ที่ถูกคนมองข้าม
จึงมักจะใช้คำว่า "หญ้าปากคอก"
บอกความหมายดังกล่าวมาฉะนี้แล