Thai Idiom - Thai Slang

 


สำนวนไทยในวันนี้
 

    


Double Standard - ดับเบิ้ล แสตนดาร์ด
 

                             

      แสตนดาร์ดนั้นแปลว่า มาตรฐาน ที่เราคุ้นๆ กันก็น่าจะเป็นคำว่า American Standard ซึ่งใช้เป็นชื่อของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ก็แปลง่ายๆ ว่า มาตรฐานอเมริกัน ส่วนคำว่าดับเบิ้ลนั้นก็คงไม่ต้องแปล เพราะแปลว่า สองครั้ง นับเริ่มจาก Single (ซิงเกิ้ล) แปลว่า ครั้งเดียว หรือหนเดียว มาเป็น Double (สองครั้งสองหน) และ Triple (ทริปเปิ้ล) แปลว่า สามครั้งหรือสามหน แต่ถ้าจะแปลให้ลงตัวในภาษาไทยจริงๆ แล้วก็เห็นควรเป็น Single-เท่าตัว Double-สองเท่าตัว Triple-สามเท่าตัว ซึ่งแต่ละคำท่านนำมาใช้เป็นคุณศัพท์ (Adjective) เป็นคุณบทขยายความของศัพท์อื่นอีกทีหนึ่ง ซึ่งในที่นี้มีคำว่า Standard มาเป็นความหมายหลัก จึงเทียบค่าได้ดังนี้

Single Standard : มาตรฐานเดียว แบบพัดพระเปรียญธรรมหรือพัดยศพระราชาคณะ ที่ทำสองหน้าเหมือนกัน ไม่ว่าจะหันด้านไหนออกก็จะมองเห็นเช่นเดียวกัน บางคนกล่าวว่า พัดพระเปรียญธรรมนั้นมีสองหน้า ความจริงแล้วเป็นพัดหน้าเดียว เป็นเครื่องหมายว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ดีหรือเลวร้ายเช่นใด เราก็จะไม่มุสาวาทากล่าววาจาให้เป็นอื่นไปจากวาจาอันเป็นสัตย์

Double Standard : สองมาตรฐาน อันนี้จะเอาไว้อธิบายเป็นตัวหลักในคอลัมน์นี้ จึงยังไม่ขอขยายความ และ

Triple Standard : สามมาตรฐาน คำนี้ยังไม่ค่อยมีใช้ แต่ถ้าจะอนุโลมก็คงพอๆ กับนกสองหัว จิ้งจกสองหาง สามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกนิสัยใจคอรวมทั้งคำพูดคำจากลับหน้ากลับหลังได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพราะไม่มีจุดยื่นอื่นใดในชีวิต นอกจากจะใช้กโลบายคือความกะล่อน เอาตัวรอดไปวันๆ ตามแต่สถานการณ์จะพาไป จำพวกที่เราเรียกว่า "มะนาวสามตะกร้าปาไม่ถูก" นั่นแหละ

      ผู้ที่นำเอาคำว่า Double Standard มาใช้ในสังคมไทยเป็นคนแรกนั้น น่าจะเป็นพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระบรมราโชวาท เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา แต่จำปีไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าคำนี้มีที่มาจากพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งทรงเน้นว่า ผู้ที่จะเป็นนายกหรือผู้นำของสังคมไทยนั้น ควรจะมีพฤติกรรมรวมทั้งคำพูดเป็นมาตรฐานเดียว ไม่ใช่พูดอย่างทำอย่างเป็นสองมาตรฐาน หรือวันวานพูดอย่าง แต่วันนี้เปลี่ยนไปพูดอีกอย่าง หรือกลับความหมาย โดยโบ้ยให้เป็นความผิดของนักข่าวหรือหนังสือพิมพ์

     จากพระบรมราโชวาทซึ่งเป็นราชาศัพท์ก็กลายเป็นคำตลาด คือถูกนำไปใช้ขยายความจนทั่วฟ้าเมืองไทย ใครๆ ได้ยินได้ฟังก็เอาไปพูดออกปากกันเกร่อไป ในความหมายว่า "ไม่อยู่กับร่องกับรอย" คือวันวานพูดอย่างหนึ่ง พอถึงวันนี้ที่เคยพูดยืนยันไว้เมื่อวานก็กลายความหมายไปแล้ว ถ้าจะว่าบุคคลผู้พูดนั้นเป็นอัจฉริยะก็น่าจะเป็นอัจฉริยะแบบศรีธนญชัย ต้องใช้ทั้งไหวพริบ ทั้งสติปัญญา ความกะล่อน (และหน้าด้าน) ผสมผสานกันจนได้มาตรฐานระดับที่สอง ซึ่งบางท่านแปลคำๆ นี้ว่า "มาตรฐานเชิงซ้อน"

     เชิงซ้อนหรือทับซ้อนก็คือ มีหลายมาตรฐานอยู่ในเรื่องเดียวกัน หรือใช้สองความหมายในเรื่องๆ เดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น

     มีพระสงฆ์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในทางการเมืองซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศีลธรรมจริยธรรม ท่านผู้นำก็ ศอกกลับว่า "ถ้าอยากเล่นการเมือง ก็นิมนต์สลัดผ้าเหลืองออกมาสังกัดพรรคฝ่ายค้านได้เลย ไปวัดความนิยมกันตรงนั้น" นี่เป็นมาตรฐานที่ 1 แต่อีกเวลาหนึ่ง ท่านผู้นำเดินทางไปนอนวัด แล้วนิมนต์พระเกจิดังแห่งยุคให้ขึ้นพูด เพื่อโน้มน้าวให้ชาวโคราชเห็นดีเห็นงามในการรวมพรรคการเมืองฝ่ายค้านเข้ากับฝ่ายรัฐบาลของท่านผู้นำ ตรงนี้พณฯท่านใช้พระสงฆ์เป็นเครื่องมือในทางการเมืองอย่างชัดเจน แต่กลับไม่เห็นว่าพณฯท่านจะท้าให้หลวงพ่อพระเกจิบ้านนอกรูปนั้นสลัดผ้าเหลืองไปสังกัดพรรครัฐบาลเลย นับเป็นมาตรฐานที่ 2 หรือที่เรียกว่า ดับเบิ้ล แสตนดาร์ด

      มีอีกหลายประเด็น แม้แต่ในทางศาลสถิตยุติธรรมก็นำเอามาตรฐานเชิงซ้อนนี้มาใช้กับเขาด้วย เช่น เมื่อมีรัฐมนตรีบางคนถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า เรื่องปกปิดบัญชีทรัพย์สินในขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้มีความผิด หมดสิทธิ์เกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แต่ในกรณีเดียวกันที่เกิดขึ้นกับอดีตรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังมีแคนดิเดทเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ศาลรัฐ ธรรมนูญกลับพิพากษาให้ "พ้นผิด" นับเป็นการสร้างมาตรฐานเชิงซ้อน "ตัดสินแตกต่างกันในกรณีเดียวกัน" ทำให้ความน่าเชื่อถือต่อองค์กรที่ชื่อศาลรัฐธรรมนูญที่มีต่อสาธารณชนล้มละลายไปมาก

     เรื่องดับเบิ้ลแสตนดาร์ดนี้ มีความหมายแตกต่างจากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) แต่อาจจะมีอยู่ในตัวบุคคลคนเดียวกันได้ หมายความว่า ใช้ทั้งอำนาจหน้าที่เอื้ออาทรผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ขณะเดียวกันก็ใช้วาทะและพฤติกรรมส่วนตัว (ยังไม่เป็นกระบวนการของกฎหมายหรือการสั่งการตามอำนาจหน้าที่) พูดตอแหลแก้ตัวแก้สถานการณ์ไปเรื่อยเจื้อย โดยหาจุดยืนไม่มี คนประเภทนี้ท่านเรียกว่า ดับเบิ้ลแสตนดาร์ด ออกจะเป็นบุคคลผู้เก่งกาจสามารถในสายตาของพาลชนหรือคนที่ด้อยการศึกษา หากแต่ในสายตาของปัญญาชนคนมีศีลธรรมแล้ว นับว่าเป็นบุคคลผู้ล้มละลายในทางพันธุกรรม แม้จะมีทรัพย์สินรวยล้นฟ้าก็ตาม ก็ย่อมจะไม่ได้รับความยอมรับนับถือจากปัญญาสาธุชนคนมีศีลธรรม ก็นับวันแต่จะเสื่อมถอยด้อยค่าเพราะค่าในตัวเองของ "ดับเบิ้ลแสตนดาร์ด บุคคล" นั้นไม่มี

 

พระมหานรินทร์ นรินฺโท
September 10, 2004

 

¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿¿

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by