ใครเคยล้มแล้วยังลุกขึ้นเดินแบบสบายๆ
ไม่เจ็บหลังเจ็บเอว แถมยังเบาเนื้อเบาตัวอีกบ้าง นั่นแหละอาการอันใกล้ๆ
กับสำนวนไทยในวันนี้
ตามปกติแล้ว
การล้มของคนเรานั้น ย่อมจะเป็นอาการที่เกิดจากความประมาทพลาดพลั้ง หรือสถานการณ์บังคับให้เป็นไป
แต่ไม่มีใครอยากจะล้ม นอกจากเจตนาจะล้มเพื่อหาความ นั่นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
และส่วนใหญ่แล้ว ถ้าล้มไม่แรงจนหลังหักหรือหัวฟาดจนไม่สามารถลุกได้
คนทั่วไปเขาก็จะต้อง
"รีบลุกขึ้น"
เพื่อเช็คดูอาการเจ็บปวดตามเนื้อตัวและเยียวยาให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด
สรุปว่าถ้าล้มแล้วเป็นต้องเจ็บทุกทีไป
หากแต่ยังมีข้อเว้นว่าด้วยสถานที่ที่ล้ม ว่าบางที่นั้นนอกจากจะล้มไม่เจ็บแล้ว
ยังนอนสบายไม่อยากลุกขึ้น
หรือลุกขึ้นมาก็ยังเดินเฉิดฉายไม่อายสายตาใครต่อใครอีกด้วย
สถานที่ที่ว่านี้มีชื่อว่า "ฟูก"
ตามความในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้คำนิยามของคำว่า
"ฟูก" ไว้ว่า ได้แก่
ที่นอนใหญ่ที่ยัดด้วยนุ่น เป็นต้น ทำให้รู้สึกนุ่มนวลชวนนอน
ปัจจุบันอาจจะมีที่นอนติดสปริง ใช้ไฟฟ้าให้ความอบอุ่นด้วย นี่คือฟูก
ส่วนคำว่า "ล้ม"
นั้น คงไม่ต้องอธิบายความ แต่พจนานุกรมก็แบ่งการใช้ไว้หลายอย่าง เช่น ล้มคว่ำ
ล้มทั้งยืน ล้มลุกคลุกคลาน ล้มหมอนนอนเสื่อ ล้มละลาย ล้มเลิก ล้มมวย เป็นต้น
สำนวนไทยนั้นมีการดัดแปลงนำไปใช้ในหลายวงการ การล้มก็เช่นเดียวกัน
นอกจากจะบอกพฤติกรรมการทรุดลงหรือหงายหน้าหงายหลังของร่างกายแล้ว
ก็ยังมีการนำไปเปรียบเทียบใช้ในวงการธุรกิจ ว่าถ้าหากใครทำธุรกิจแล้วขาดทุน
ไปไม่รอด แม้จะห้อยพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะรุ่นปลดนี้ก็แล้ว
ก็ยังมีหนี้เพิ่มมากขึ้นทุกที อย่างนี้ก็ต้องมีการล้ม
คือการยื่นเรื่องต่อศาลขอให้สั่งให้ตัวเองนั้นเป็นบุคคลผู้หมดสมรรถภาพจะหาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ว่าจะตามกำหนดหรือยืดเวลาชำระหนี้ให้ก็ตามแต่
บุคคลดังกล่าวมานี้เราเรียกว่า
ผู้ล้มละลาย
แต่การล้มละลายของบุคคลอีกพวกหนึ่งนั้น ปรากฏว่า
มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินบรรดามีไปไว้ในที่อื่นซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้
เช่น โอนไปไว้ในต่างประเทศ
หรือรีบอย่ากับเมียเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียทรัพย์สินอันมีอยู่กับเมียนั้นใช้หนี้
ทีนี้เมื่อล้มละลายไปแล้ว ก็ยังมีเงินทองของใช้อยู่เหลือเฟือ
กฎหมายก็ไม่สามารถจะเอาโทษของการกระทำเช่นนั้นได้ คนจำพวกนี้ท่านเรียกว่า
ล้มบนฟูก
เพราะล้มแล้วยังสุขสบายเหมือนไม่ล้ม
คนที่ล้มบนฟูกเหล่านี้มีให้เห็นดื่นไปในสมัยฟองสบู่แตก สมัยนั้นธุรกิจธุรกรรมล้มคว่ำทั้งประเทศไทย
ขนาดธนาคารยังอยู่ไม่ได้ แต่น่าแปลกใจที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งล้มด้วยเช่นกัน
แต่ลุกขึ้นเร็วมาก มีทรัพย์สินมั่งคั่งยิ่งกว่าสมัยยังไม่ล้มเสียอีก
เรียกว่านอกจากจะไม่เจ็บตัวแล้ว ยังแข็งแรงกว่าครั้งยังไม่ล้ม
การล้มของบุคคลประเภทนี้จึงมีเลศนัยให้จ้องดู
ว่าเป็นอยู่ด้วยความกะล่อนในทางกฎหมาย
ใช้ช่องว่างระหว่างกฎหมายเอื้อผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง
เอาตัวรอดก่อนประเทศชาติบ้านเมืองหรือคนส่วนใหญ่
ส่วนว่าใครจะดูออกหรือตามทันหรือไม่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ซึ่งอยากจะนำเสนอเป็นสำนวนไทยอันมีทั้งเนื้อหาและสาระในวันนี้