วันดอกไม้บาน วัดพระศรีนครินทร์ สวิสเซอร์แลนด์


 

 

 

วันที่ 25-26 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของ "วัดพระศรีนครินทรวราราม" ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนในฝันของคนทั่วโลก วันแห่งความปลื้มปีติยินดี วันแห่งความดีอกดีใจ วันแห่งความอิ่มอกอิ่มใจ วันแห่งความสมัครสมานสามัคคี และ..วันที่รอคอย ซึ่งเรา..อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ขอตั้งชื่อว่า .. วันดอกไม้บาน !

 

ทำไมชื่อ..วันดอกไม้บาน ? ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ใครรู้ ? รู้จริงหรือรู้ไม่จริง !?

 

อา..จะตอบคำถามอย่างไรดีล่ะ ! เอาเป็นว่า รู้จริงหรือไม่จริง ก็ขอให้เป็นความฝันก็แล้วกัน ขอเล่าเรื่องตามความฝันว่า

 

 

 

 

 

พระเทพกิตติโมลี

เจ้าอาวาสวัดพระศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

 

 

 

5 ปีที่ผ่านมา วัดพระศรีนครินทรวราราม เหมือนตกอยู่ในสภาวะ "ซบเซา" เพราะหลวงพ่อเจ้าอาวาส-พระเทพกิตติโมลี ท่านจรลีกลับไปเมืองไทย ร่ำๆ ว่า..จะไม่กลับมา บรรดาลูกศิษย์ลูกหาศรัทธาญาติโยมที่รักและเคารพ จึงรอวันรอคืน ให้หลวงพ่อได้กลับมาเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวสวิสเซอร์แลนด์ เพราะพระเทพกิตติโมลีคือ "Brand" ของสวิส พอๆ กับนาฬิกาสวิสที่เป็นมาตรฐานระดับโลก

 

เพราะหลวงพ่อพระเทพกิตติโมลี คือผู้ที่ฟ้าประกาศิตให้มาเป็น "ผู้บุกเบิกก่อตั้งและสร้างวัดพระศรีนครินทร์" อันเป็นสวรรค์บนดิน โดยไม่ต้องไปแบ่งสวรรค์ชั้นไหนให้เป็นเฟสเอ เฟสบี หรือเฟสซี ในขณะที่..ขายังบวม จะออกนอกวัดยังไม่ได้ นับประสาอะไรกับไป..สวรรค์ ไปสวิสนี่แหละ สวรรค์ของจริง !

 

นี่แหละคือ ที่ไปที่มาของคำว่า "วันดอกไม้บาน" ของวัดพระศรีฯ ในวันนี้

 

ที่ว่า "ดอกไม้บาน" นั้น ก็เพราะดอกไม้บานจริงๆ บานทั้งวัด บานทั้งเมือง บานหลายเมือง แถมยังบานไกลไปถึง..เมืองไทย โน่น บานถึงในจิตใจ จริงๆ นะคะ ไม่ได้โม้ !

 

 

 

 

สาเหตุที่ดอกไม้วัดพระศรีบานนั้น ก็เนื่องเพราะ นอกจากหลวงพ่อพระเทพกิตติโมลี ท่านรีเทิร์นกลับมาให้ชาวสวิสได้ชื่นใจแล้ว ท่านยังสามารถ "กราบอาราธนา" ท่านเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม รูปใหม่ คือ ท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติเวที (ฉ่ำ ปุญฺญชโย ป.ธ.9) ซึ่งไม่เคยมาสวิสเลยนั้น ให้มาร่วมงานวัดพระศรีฯ อย่างเป็นทางการ วัดเบญจฯกับวัดพระศรีฯ ซึ่งทีแรกดูจะห่างเหินกันเพราะความห่างไกล แต่เมื่อหลวงพ่อใหญ่ของทั้งสองวัด ได้มาร่วมงานกันที่วัดพระศรีแห่งนี้ จึงเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า "เป็นทองแผ่นเดียวกัน" อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจริง แต่ก็เป็นไปแล้ว !

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เลียแข้งเลียขาใครไม่เป็น ขอเล่าตามที่ทราบมาว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งพระเทพกิตติโมลี และพระเทพกิตติเวที ล้วนแต่มีแคนดิเดทเป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร องค์ใหม่ แทนหลวงพ่อพระพุทธวรญาณ (ทอง สุวณฺณสาโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจฯ ซึ่งมรณภาพลงไปในต้นปี พ.ศ. 2557 ถ้าเป็นภาคการเมือง นี่ก็คือการแข่งขัน เพื่อเข้าสู่เส้นชัย ในฐานะที่วัดเบญจฯ เป็นวัดหลวงเอกอุ !

 

แน่นอนว่า วัดใหญ่ระดับนี้ ก็ต้องมีกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย ระดับหมอลำ 10 วงยังอาย แถมประเพณีไทยๆ นั้น ก็ได้ยินจนชินหูว่า "สู้ตาย" ไม่มีใครยอมใคร ถึงขนาดว่า "แพ้ก็ยังไม่ยอมรับ" ต้องตัดต้องขาดกันไปทั้งชาติ มีหลายสำนวน อาทิเช่น ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ เลือดก้อนเดียวให้มันตกทะเลไป ฯลฯ เป็นต้น บางคนที่แพ้ก็อาย ไม่กล้าสู้หน้าสังคม บ้างถึงกับทำอัตตวินิบาตฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ป่วยเป็นไข้ตรอมใจตายไป

 

คำถามที่สังคมสงฆ์ไทยถามก็คือว่า อนาคตของพระเทพกิตติโมลี ในวันที่ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร จะเป็นเช่นใด ? ซึ่งนั่นหมายถึง "อนาคตของวัดพระศรีนครินทรวราราม" ซึ่งเป็นวัดสาขาของวัดเบญจฯ ในต่างประเทศ อีกต่างหากด้วย เมื่อต้นไม้แกว่งไกวไหวยะยวบ บรรดานกหนูที่ได้อาศัยร่มเงา ก็ย่อมจะสะทกสะท้าน ภาษาอีสานว่า "หย้าน" คือหวั่นใจ ไม่แน่ใจ ไม่มั่นใจ มันกระทบไปทั้งระบบ ทั้งๆ ที่วัดพระศรีนั้น เป็นวัดดีเด่น เป็นวัดสวยงาม มีฐานะมั่นคงทั้งด้านบุคคลากรและเงินทองเข้าขั้น "วัดมหาเศรษฐี" แทบจะเรียกว่าเป็นนัมเบอร์วันในยุโรป แต่เมื่อเกิดปัญหาว่าด้วยความมั่นคงของ..ผู้นำ อะไรๆ ก็เหมือนไม่มั่นคงตามไปด้วย

 

เชียร์มวย เชียร์บอล หรือการแข่งขันอะไรก็ตามแต่ แต่เมื่อทีมหรือนักแข่งที่เราเชียร์นั้น..พ่ายแพ้ กองเชียร์ก็ย่อมจะ..อ่อนใจ หรือบางทีถึงกับ..หมดกำลังใจ ไปเลย ก็ขอเดากองเชียร์วัดพระศรีก่อนหน้านี้ไว้เช่นนั้น ถ้าเป็นดอกไม้ก็แน่ใจว่า..เหี่ยวเฉา เอาลิโพมาให้ดื่มทีละถังก็ยัง..ไม่ฟื้น ดูได้จาก "โครงการสร้างอาคารคอมเพล็ก" ระดับโลก บนเนื้อที่มหึมาหน้าวัดพระศรี ที่ยังคงค้างมาจนบัดนี้

 

 

 

 

แต่วันนี้ กลับเกิดปรากฎการณ์ใหม่ในสังคมไทย รวมทั้งสังคมสงฆ์ไทย นั่นคือ สองผู้ชิงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรอันเอกอุ ได้หันกลับมาประสานสามัคคี สร้างวัดสร้างวาสร้างงานพระศาสนา โดยไม่มีร่องรอยแห่งความอาฆาตมาดร้ายให้เห็นเลย (นี่เล่าเบาๆ แล้วนะ แฮ่ม !)

 

ท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติโมลี กล้าทำในสิ่งที่ผู้คนคาดไม่ถึง นั่นคือกราบอาราธนา ท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติเวที เจ้าอาวาสวัดเบญจฯ องค์ใหม่ ซึ่งอ่อนอาวุโสกว่า ให้มาเป็นประธานงานวัดพระศรีฯ ขณะที่ท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติเวที ก็ยินดีรับคำอาราธนานั้น ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยถือว่า พระเทพกิตติโมลี คือพี่ แต่ที่สำคัญก็คือ ทั้งสองท่านได้แสดงให้เห็นถึง "ความเป็นชาววัดเบญจฯ" อันอยู่ในสายเลือด เหมือนพี่กับน้องท้องเดียวกัน ถึงจะทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ก็เหมือนลิ้นกับฟัน พลั้งเผลอไปก็ปรับความเข้าใจ และเริ่มต้นใหม่ กินข้าวกินปลาได้ตามเดิม แถมอร่อยกว่าเดิม เพราะรู้รสชาติแห่งความผิดพลาดมาก่อน

 

ท่านเจ้าคุณฉ่ำ ณ วัดพระศรีฯ วันนี้ พอได้รับอาราธนาให้กล่าวสัมโมทนียกถา จากหลวงพี่ทองสูรย์ ก็ร่ายกลอนสดแนวสัปปะรดนางแล สินค้าชื่อดังของเชียงรายบ้านเกิดของท่าน ทั้งกรอบทั้งหวาน ฟังแล้วไพเราะเพราะพริ้ง เล่นเอาท่านทองสูรย์ยิ้มไม่หุบ เอ่ยปากยกถวาย "ทั้งวัด" อยากได้อะไรไม่ต้องเกรงใจ เพราะพี่มีแต่ให้อยู่แล้ว เจ้าคุณฉ่ำจึงทั้งหวานทั้งฉ่ำ ใช่ฉ่ำแต่ชื่ออย่างเดียว !

 

 

 

 

บทบาทของ "สองเทพ" ในวันนี้ จึงเป็นการประกาศวาระแห่งชาติ ว่าด้วย..ความสมานฉันท์ ที่ประกาศผ่านรัฐบาลไทย ผ่านมหาเถรสมาคม ผ่านการเทศน์ทั้งเทศน์ธรรมาสน์เดี่ยว สองธรรมาสน์ สามธรรมาสน์ รวมทั้งโครงการหมู่บ้านศีลห้า ซึ่งปรากฏว่า..ยังไม่บรรลุเป้าหมาย มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวอย่างอันจับต้องได้มาก่อน การโคจรมาบรรจบกันของสองเทพ ณ วัดพระศรี สวิสเซอร์แลนด์ ในวันนี้ นี่แหละ คือ สมานฉันท์ ตัวจริงเสียงจริง

 

ภาพข้างต้นนี้ จึงเป็นภาพประวัติศาสตร์ของศาสนาและการเมือง ที่มีคำว่า "สปิริต" เป็นหัวใจ อย่างแท้จริง !

 

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม จึงขอตั้งชื่อวันนี้ของวัดพระศรีฯ ว่า ..วันดอกไม้บาน !

 

 

 

 

 ดอกไม้บาน ณ วัดพระศรีฯ สวิสเซอร์แลนด์

 

 

 

 

วัดพระศรีฯ อันสวยงาม และเบิกบานในวันฟ้าใส

 

 

 

 

บานทั้งวัด บานทั้งเมือง บานแม้กระทั่งในใจคน

 

 

 

 

ดูสิ แม้แต่ดอกไม้บนหน้าต่างก็..บาน

 

 

 

 

 

 

 

 

หลวงพ่อพระเทพพุทธิมงคล ประธานสหภาพพระสงฆ์ไทยในทวีปยุโรป เดินทางจากเนเธอแลนด์ มาเป็นพยานแห่งความสมานสามัคคี ณ วัดพระศรีนครินทร์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นการประกาศให้ทราบว่า นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป วัดพระศรีฯ พร้อมแล้วสำหรับงานพระธรรมทูตไทยในแนวรุก รุกอย่างไร ต้องติดตามตอนต่อไป งานประชุมใหญ่สหภาพพระธรรมทูตไทยในยุโรป กลางพรรษานี้ รับรองว่า..ครบเครื่อง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่วัดเบญจมบพิตรประกาศเป็น "เจ้าภาพ" ร่วมกับวัดพระศรี !

 

 

 

 

เรื่องอัศจรรย์ก็คือว่า บ่ายวันที่ 24 มิถุนา ซึ่ง อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เดินทางถึงสวิสเซอร์แลนด์นั้น แค่เหยียบย่างลงจากเครื่องบิน ผู้โดยสารทั้งฝรั่งและทุกชาติ ต่างมองหน้ากันแล้วบ่นพึมพัมว่า "ร้อน" สวิสฯ วันที่ 24 ร้อนอบอ้าว อากาศทะลุ 30 องศา แถมอับลม เข้าห้องพักก็ไม่มีแอร์ ต้องเปิดหน้าต่างนอนกันทั้งคืน ตกดึกคืนนั้นปรากฏว่า ฝนฟ้าเทลงมาอย่างหนัก ครั้นตกรุ่งเช้าวันที่ 25 ปรากฏว่าฝนซาฟ้าใส อากาศเย็นสบายทั้งวัน วัดพระศรีฯ ในวัน "ฟ้าหลังฝน" จึงสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ !

 

 

 

 

 

หลวงพ่อพระพุทธชินราช

 

พระประธานประจำพระอุโบสถ วัดเบญจมบิตรฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ช่างหลวง ขึ้นไปจำลองแบบและหล่อถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ครั้นเสร็จแล้ว จึงทรงโปรดให้ชะลอลงมา เพื่อประดิษฐานในวัดใหม่ วัดเบญจมบพิตร จวบจนกระทั่งทุกวันนี้

 

 

 

 

สมเด็จพระปิยมหาราช องค์สถาปนาวัดเบญจมบพิตร

 

 

 

 

 

 

สมเด็จย่า - สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี

องค์สถาปนาวัดพระศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์

 

 

 

 

ดอกไม้บาน ณ วัดพระศรีฯ สวิสเซอร์แลนด์

 

 

 

 

 

 

ฉลองสมณศักดิ์ "พระครูเมธีชยาภิวัฒน์" ของท่านพระครูธรรมธรไพทูล อตฺถวํโส ป.ธ.6 น.ธ.เอก พธ.ม. เลขาธิการสหภาพพระธรรมทูตไทยในยุโรป

 

 

นอกจากงานฉลองการก่อตั้งวัดพระศรีฯ ครบรอบ 20 ปีแล้ว ก็ยังมีงานฉลองสมณศักดิ์ ของท่านพระครูเมธีชยาภิวัฒน์ (ไพทูล) อีกด้วย โดยในช่วงที่หลวงพ่อพระเทพกิตติโมลีไม่อยู่วัดนานหลายปี ก็ได้ลูกศิษย์ดี ช่วยกันดูแลวัดพระศรีฯ ไม่มีขาดตกบกพร่อง แบบนี้มันต้องมีรางวัลให้..ไม่อั้น !

 

 

 

 

 

 

ก่อนกลับไทยไปหลายปีก่อนหน้านี้นั้น เหมือนได้ยินเสียงแว่วว่า "หลวงพ่อพระเทพกิตติโมลี ท่านจะไปรับเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรมาวัดพระศรีนครินทร์" วันนี้ สิ่งที่ได้ยินนั้นก็เป็นจริงแล้ว เพราะหลวงพ่อพระเทพกิตติโมลีท่านได้นำเอาเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร มาวัดพระศรีจริงๆ ขอยืนยันด้วยภาพ

 

 

 

ใช่มาแค่มือเปล่า แต่ท่านเจ้าอาวาสวัดเบญจฯ ยังประกาศ "อัดฉีด" วัดพระศรีฯ แบบไม่อั้น วันนี้มีติดย่ามมานิดหน่อย เดี๋ยวค่อยมารอบสองอีกหลายล้าน เพราะกลางพรรษาปีนี้ วัดพระศรีฯ มีงานใหญ่ รับเป็นเจ้าภาพงานประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในยุโรป จึงถือว่าเป็นงานของวัดเบญจฯ ด้วย ท่านเจ้าอาวาสวัดเบญจฯ จึงประกาศ "ไม่อั้น" ขาดเหลือสิ่งใดขอให้บอก ไม่บอกน้อยใจนะ จะบอกให้ !

 

 

 

แฮปปี้ แฮปปี้ !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

29 มิถุนายน 2559