นายสนธิ ลิ้มทองกุล
ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
ผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลทักษิณตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช
วันนี้ นายสนธิประกาศก้องว่า "ต้องล้มพระราชกำหนดฉบับทักษิณลง"
ให้จงได้
“สนธิ”
ประกาศเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและเสนอร่างแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยคืนอำนาจในการสถาปนาให้กลับเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์
ขณะเดียวกันก็ต้องตัดขาดการเมืองไม่ให้เข้ามาล้วงลูกการโยกย้ายทหาร
แนะให้สภากลาโหมทำรายชื่อแล้วทูลเกล้าฯ
ถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชวินิจฉัยในฐานะจอมทัพไทย
วันนี้ (22 ต.ค.) นายสนธิ
ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
หนึ่งในพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดตัวหนังสือ “ปรากฏการณ์สนธิ
จากเสื้อสีเหลืองสู่ผ้าพันคอสีฟ้า” ณ ห้องมีตติ้งรูม 3
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า
ในช่วงของการต่อสู้นั้นเหตุการณ์มีความละเอียดอ่อนมาก อย่างไรก็ตาม
การที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยสามารถรักษาความมีเอกภาพตั้งแต่ต้นจนจบได้ต้องเรียกว่า
ปาฏิหาริย์
เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันและเป็นจุดหมายร่วมก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร คือปัญหาของประเทศ
และทุกคนต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
ออกไป
จากนั้นนายสนธิได้กล่าวถึงแนวทางการเรียกร้องและการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในอนาคตว่า
โดยส่วนตัวแล้วตั้งใจว่าจะต้องดำเนินการใน 2 เรื่องด้วยกันคือ 1.
การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชฯ
โดยรัฐบาลจะต้องยกเลิกการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและเสนอร่างแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยการคืนอำนาจในการสถาปนาให้กลับเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์
และ 2.
การป้องกันไม่ให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงกองทัพและการโยกย้ายนายทหาร
“นายกรัฐมนตรีและการเมืองไม่ควรมาเกี่ยวข้องเรื่องการโยกย้ายทหาร
หรือเข้ามาแทรกแซง ผมเห็นว่า
ควรให้เป็นหน้าที่ของสภากลาโหมทำรายชื่อขึ้นมา แล้วทูลเกล้าฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เป็นพระราชอำนาจ
เป็นพระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์เสีย
เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีตำแหน่งเป็นจอมทัพไทย”
“ผมเชื่อว่า เมืองไทยจะปล่อยให้สถาบันทหารและประชาชนถูกปกครองโดยขาดจิตวิญญาณไมได้โดยเด็ดขาด
เมืองไทยมีวัฒนธรรม มีจารีตและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
ในต่างประเทศด่าผมว่าเป็นพวกนิยมรอยัลลิสต์ แต่ผมตอบกลับไปว่า
ผมเป็นพวกมองโลกด้วยความเป็นจริง
ที่สำคัญคือพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยนั้น ไม่เหมือนที่ไหนในโลก
พระองค์ท่านลงมาสัมผัสกับประชาชนโดยตลอด”
นายสนธิกล่าวในตอนท้ายด้วยว่า “เราขอบคุณทหารที่เข้ามาแก้วิกฤตของบ้านเมือง
แต่ต้องยอมรับว่า ถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวของประชาชนมาก่อน 1
ปีก็จะไม่มีการรัฐประหาร ถ้าไม่มีเรา ทหารก็ไม่มีวันออกมา”
ข่าว :
ผู้จัดการ
23
ตุลาคม 2549