|
สัมมนาสัปเหร่อครั้งแรกในโลก
หารือเรื่องผี
!
ยงยุทธ"เปิดงานชุมนุมสัปเหร่อทั่วประเทศ
เดินหน้าปรับปรุงเตาเผาศพลดมลพิษ
ดันตั้งสภาที่ปรึกษาด้านพิธีกรรมฌาปนกิจและภาคีสัปเหร่อให้เป็นที่ยอมรับ
พร้อมช่วยความเป็นอยู่ดีขึ้น ให้ตรวจสุขภาพปีละครั้ง
รีบออกตัวเป็นนโยบายนานแล้ว ไม่ได้หวังผลหาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ห้องแกรนด์บอลรูม
อาคารอิมแพคคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เมืองทองธานี นายยงยุทธ ติยะไพรัช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง "สัปเหร่อ...ความตายกับสิ่งแวดล้อม"
ครั้งแรก โดยมีพระภิกษุ สามเณร
ผู้ที่ทำการเผาศพหรือสัปเหร่อจากทั่วประเทศจำนวน 1,200 คน
นายยงยุทธกล่าวว่า
ถือเป็นการประชุมครั้งสำคัญที่จะยกระดับสถานะทางสังคมของอาชีพสัปเหร่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
และเพื่อให้กลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการเผาศพรู้จักวิธีที่ถูกต้องในการช่วยลดมลพิษ
และวิธีป้องกันตนเองจากสารพิษ
โดยจะมีการจัดตั้งภาคีสมาชิกความร่วมมือสัปเหร่อทั่วประเทศ
เพื่อให้ความรู้กับสัปเหร่อ พระภิกษุ สามเณร ด้านการเผาศพที่ถูกวิธี
เพื่อลดมลพิษ
"นอกจากนี้จะมีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาด้านพิธีกรรมการเผาศพ
เพื่อแนะนำขั้นตอนที่ถูกต้องในการเผาศพ
และจะมีการสำรวจเตาเผาศพในวัดทั่วประเทศ
เพื่อปรับปรุงให้เป็นเตาเผาที่ลดมลพิษ
โดยจะพิจารณาปรับปรุงในส่วนของวัดที่มีประชากรหนาแน่น
มีอัตราการเผาศพสูงก่อน อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น
และจะให้ตรวจสุขภาพของสัปเหร่อปีละ 1 ครั้งด้วย
การประชุมครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือสัปเหร่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ซึ่งเป็นนโยบายที่วางไว้นานแล้ว ไม่ใช่เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง
หรือหวังผลทางการเมืองแน่นอน" นายยงยุทธกล่าว และว่า
นางมณทิพย์ ศรีรัตนา (ทาบูกานอน) อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า
จะประสานงานไปยังวัดต่างๆ
ว่าจะทำอย่างไรให้เตาเผาศพนั้นมีมาตรฐานไม่ให้เป็นพิษภัยต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วนงบประมาณในการปรับปรุงเตาเผาศพทั่วประเทศ
ขณะนี้กำลังทำแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นจากวัดและสัปเหร่อทั่วประเทศ
โดยจะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีประชากรและชุมชนที่หนาแน่นก่อน
และในอนาคตจะจัดตั้งองค์กรเครือข่ายสัปเหร่อแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลเตาเผาศพทั่วประเทศพบว่าในปี 2548
มีวัดทั่วประเทศรวม 34,331 วัด
พบว่าวัดที่มีเมรุเผาศพทั่วประเทศมีประมาณ 80% มีการเผาศพประมาณ
312,000 ศพต่อปี เตาเผาศพทั่วประเทศกว่า 80% เป็นห้องเผาศพห้องเดียว
ส่วนในเขตกรุงเทพฯ และบางจังหวัดที่มีเตาเผาศพแบบ 2 ห้องเผา
คือมีห้องเผาศพและห้องเผาควัน พบว่าวัดในเขตกรุงเทพฯจำนวน 433 วัด
มีศพที่ทำการฌาปนกิจเฉลี่ย 2,500 ศพต่อเดือน และพบว่าประมาณ 30 วัด
ยังไม่ได้มาตรฐานจากการติดตามตรวจสอบมลพิษทางอากาศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการแจกเอกสารสรุปข้อปฏิบัติในการเผาศพ
โดยก่อนเผาให้คัดแยกพวงหรีด กระดาษเงินกระดาษทอง โฟม พลาสติค ถ่านไฟฉาย
หลอดไฟ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทพพนมประดับโลง
และขณะเผาจะต้องควบคุมอุณหภูมิให้สูงกว่า 800-1,000 องศาเซลเซียส
รวมทั้งสวมเสื้อผ้ามิดชิด สวมแว่นตา รองเท้า ผ้าปิดจมูกและถุงมือ
ขณะเก็บเถ้ากระดูก
นายล้วน สมบูรณ์รัตน์ สัปเหร่อวัดกลางนางรอง จ.บุรีรัมย์ อายุ 80 ปี
ระบุว่า
จะต้องนำคำแนะนำที่ได้รับไปบอกกับเจ้าอาวาสเพื่อขอความร่วมมือจากเจ้าภาพงานศพต่อไป
ซึ่งในการปฏิบัตินั้นทำได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าญาติจะอนุญาตหรือไม่
นางอำเภาพรรณ สุริยะเสนีย์ ผู้ประกอบการโลงศพ กล่าวว่า
ค่านิยมการใช้โลงศพที่เผาแล้วเป็นมลพิษนั้นเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก
เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเชื่อ
ยิ่งโลงศพที่ดูสวยงามหรือมีราคาก็ยิ่งมีวัสดุที่ทำลายมลพิษมาก เช่น
เทพพนมข้างโลงที่ทำจากพลาสติค นวมที่บุอยู่ด้านใน ดังนั้น
ทางวัดควรจะกำหนดหรือแนะนำเจ้าภาพแต่ละรายว่าควรใช้โลงแบบใด
ข่าว
: มติชน
19 สิงหาคม 2549
|