บทบรรณาธิการ


    
 ในพระพุทธศาสนาไม่มีชนชั้นวรรณะ ใครก็ได้ สามารถที่จะบำเพ็ญตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีได้ โดยการศึกษาเรียนรู้ และปฏิบัติตามหลักพระธรรม ด้วยความซื่อสัตย์ซื่อตรง.
ในอดีตกาล เคยมีนักการศาสนาบางพวก พากันหวาดระแวงในข้อ
บกพร่องในหลักธรรมคำสอนของตน จึงพยายามทำการปิดกั้น มิให้ชนเหล่าอื่นได้มีโอกาศ ศึกษาศาสนาได้อย่างเสรี ทำการจำกัดขอบเขต ชักชวนชี้นำไปในทิศทางที่ตนเอง และพรรคพวกต้องการเท่านั้น.
แต่ตามหลักการของพระพุทธศาสนาหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระพุทธองค์ตรัสถึงความมหัศจรรย์ ของพระธรรมวินัย เปรียบกับมหาสมุทรไว้ ข้อหนึ่งว่า แม่น้ำสายใหญ่ เช่น คงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี เป็นต้น ไหลมาจากต่างที่กัน มีสีสันวรรณะแผกกัน แต่เมื่อถึงมหาสมุทรแล้ว ก็รวมตัวเข้าเป็นสีเดียวกัน และมีเพียงรสเดียว คือรสเค็ม.

     หลักการสูงสุดของพระพุทธศาสนา ก็คือการสร้างเสริมสติปัญญา ให้แก่ชาวโลกทุกชาติชั้นวรรณะ โดยอิสรเสรีภาพ พระพุทธองค์ไม่มีความลับ ไม่มีอาจาริยมุฏฐิ คือกำมือแห่งอาจารย์ที่จะแบให้ใครดูเป็นการเฉพาะ ถ้าพูดตามภาษานิยมก็คือว่า ไม่มีเคล็ดลับที่ถ่ายทอดให้ใคร เป็นกรณีพิเศษ ดังนั้น ที่ใครๆ พากันอวดอุตริว่าได้สืบทอดวิชาสายนั้นๆ มาจากพระพุทธองค์ หรือจากพระสาวกรูปใดเป็นการเฉพาะ นั่นเป็นการกล่าวตู่พระพุทธองค์อย่างไม่เป็นธรรม.


     ชีวิตนี้สั้นนัก เราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ แต่ดูทีหรือว่ายังมีคนเขลาอีกจำนวนมาก ยังเห็นแก่ตัว พากันแก่งแย่งแข่งขัน เบียดบังเอาสิ่งซึ่งมิใช่ของตนโดยธรรมชาติ มายึดมั่นเป็นของตนโดยฝืนธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ความมีจิตใจคับแคบในเรื่องศาสนา น่าที่จะสร้างอิสรเสรีภาพ ในจิตวิญญาณเป็นเป้าหมายสูงสุด คนพวกนี้กลับสร้างข้อผูกมัด ทางวิญญาณจนดิ้นไม่หลุด เช่น บางคนนั้นโง่ถึงขนาดว่า ถ้าเขาไม่เดินตามทาง หรือทำตามสิ่งที่ตนเองคิดแล้ว คนอื่นนั้น เป็นคนเลว.


จากใจคณะผู้จัดทำ
กันยายน’43