บทบรรณาธิการ

 

     ขึ้นต้นปีใหม่ ใครต่อใครต่างมุ่งหวังมีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาสู่ชีวิต อย่างน้อยก็กำลังใจที่จะสู้กับอุปสรรคปัญหานานาประการที่รุมเร้าเราอยู่ทุกวี่วัน ทั้ง ๆ ที่มันก็คือวันเวลาเดิม ๆ แบบที่เคยมีเคยเป็นมาในอดีตนั่นเอง แต่คนเราก็พยายามมุ่งมั่นสรรสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา แม้แต่จะตัดเวลาให้เป็นเก่ากับใหม่ ปลอบประโลม ใจให้ต่อสู้และฝันใฝ่ไขว่คว้ากันต่อไป

     จำเป็นอย่างยิ่งที่เราท่านจะพึงมีความหวังความมุ่งมั่นสรรสร้างสิ่งต่างๆ เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะชีวิตของเรายังไม่ถึงจุดหมายปลายทางคือความสำเร็จ เมื่อเรากำลังเดินอยู่กลางทาง จึงมิอาจวางใจได้ว่าเราถึงที่หมายแล้ว ฉันใด ภารกิจในการเป็นสื่อแห่งธรรมคือการนำพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เข้าไปสู่ปวงชนชาวโลกของเหล่าพระธรรมทูตก็เช่นเดียวกัน ตระหนักดีว่าเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ เรายังไม่สามารถทำได้ดีถึงขนาดน่าพึงพอใจ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถหยุดภารกิจแต่กลางคันได้ แม้ว่าในกองทัพหรือทีมงานของเราจะมีใครล้มหายตายจากไป ผู้ที่ยังคงอยู่ก็จำต้องสานต่อภารกิจนี้ต่อไปไม่หยุดยั้ง

     สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ มีบางคนพูดว่า ข้าพเจ้า (กระผม/ดิฉัน) จะขอวางมือไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานด้านนี้ต่อไปแล้ว เพราะว่าทำมามากแล้ว เหนื่อยพอแล้ว ดังนี้เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์ของบุคคลผู้นั้นว่ายังไม่รู้ไม่เข้าใจในคำว่า “ภารกิจทางธรรม” ของตนเองอย่างเพียงพอต่อหน้าที่ที่พึงปฏิบัติ

     เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหากว่าเราท่านได้เคยศึกษาพระพุทธประวัติของสมเด็จพระบรมศาสดามาบ้าง ก็จะทราบดีว่าพระพุทธองค์ได้ทรงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่า ถ้าบริษัททั้ง ๔ ของพระองค์จะยังไม่เป็นผู้แกล้วกล้าสามารถแล้วไซร้ พระองค์ก็จะตายไม่ได้ และที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งก็คือพระองค์ทรงปฏิบัติพุทธกิจไปจนถึงวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ ทั้งการบวชให้พระสุภัททะและการแสดงพระปัจฉิมวาจาตักเตือนพุทธบริษัทไม่ให้ประมาท แล้วเราท่านล่ะ อาจเชียวหรือที่จะท้อถอยต่อภารกิจแห่งธรรม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

 

จากใจคณะผู้จัดทำ
ธันวาคม 2543