บทบรรณาธิการ

 

     “ช่างรวดเร็วจริง” คณะของเรารำพึง เมื่อนับดูวันเดือนปีแล้ว หวนคิดถึงเมื่อวานนี้ ที่เพิ่งจะทำการฉลองปี ๒๕๔๓ ไปหยกๆ เสียงไชโยโห่ร้อง ของคนทั้งโลก ยังก้องในหูอยู่เลย แต่เมื่อมองดูหนังสือเล่มที่ ๖ นี้แล้ว ให้ใจแป้ว เมื่อพบว่า เวลาที่เราได้เริ่มทำงานเมื่อวานที่ผ่านมาจนบัดนี้นั้น นับได้ ๑ ปีเต็มแล้ว

     ในอีกภาพหนึ่ง ขณะที่เรากำลังจะโตขึ้น แต่บรรดาเพื่อนร่วมโลกมากมายหลายท่าน ได้จากเราไปสู่ปรโลก ทิ้งไว้แต่อดีตและความทรงจำไว้ให้ดูต่างหน้า สิ่งที่คนเราจะพึงพูดถึงกันก็เห็นมีแต่ “คุณความดี กับความเสื่อมเสียชั่วช้า” เท่านั้น ดังพุทธพจน์ว่า รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ ความหมายว่า คนเราตายไป ก็แต่ร่างกายเท่านั้น ส่วนว่าชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลหาได้ตายไปด้วยไม่ หากแต่ว่าบรรดาเราท่านที่ยังอยู่ในโลกนี้นะสิ ยังต้องต่อสู้ดิ้นรน ขวนขวาย เพื่อความอยู่รอดในโลกต่อไป ตามสภาวะวิสัยของแต่ละบุคคล

     ฉันใดก็ดี วันนี้ วันครบรอบปีที่ ๑ ของจุลสารพระธรรมทูต จึงใคร่ขอเรียน ท่านผู้อ่านทุกท่านว่า การอยู่ในโลกนี้อย่างมีสุขนั้น นอกจากจะต้องพัฒนาตัวเราเอง ให้ทันเหตุการณ์ของโลก ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้ว เราต้องหยุดตัวเราเองให้เป็นด้วย โดยเฉพาะการรับรู้ และมีส่วนในสภาวะแวดล้อม ของบ้านเมือง นับว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตเราอย่างมาก อย่าได้คิดว่าเรื่อง ของส่วนรวมนั้นเป็นเรื่องของคนอื่น มิใช่อำนาจหน้าที่ของตนเอง เลขสิบ เลขร้อย หรือเลขที่หนึ่งล้าน จะมีไม่ได้ ถ้าหากไม่เริ่มนับจากเลข ๑ และหนึ่งในล้านนั้น คือท่านคือเรา ผู้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงสังคม หรือพัฒนาสังคมให้เป็นไปตามอุดมคติ จึงต้องอาศัย ทุกผู้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ด้วยความสมัครสมานสามัคคี มองเห็นผลประโยชน์ ของประเทศชาติ พระศาสนาส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เมื่อทำได้ดังนั้น จึงนับว่าเป็นการ บำเพ็ญประโยชน์ส่วนตัว และประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างสมบูรณ์ และไม่ต้องห่วงว่า เวลาตายแล้วจะมีใครกล่าวถึงคุณงามความดีหรือไม่ เพราะในสิ่งที่เราทำไปนั้นจะมีใครไหนรู้ดีเท่าตัวของเราเอง

     ขอทุกท่านจงประสบความสุขสำเร็จตามวิถีชีวิตของพุทธะ อันมีปัญญานำหน้าในการครองชีวิตทุกทิวาราตรี เทอญ.

 

จากใจคณะผู้จัดทำ
ธันวาคม 2543