|
การที่คณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ในที่ประชุมสมัยวิสามัญประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ณ วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ ที่ผ่านมา ได้หยิบยกกรณีจุ ลสารพระธรรมทูต วัดไทย ลาสเวกัส เล่มที่ ๔ ขึ้นมาพิจารณา เกี่ยวกับการเขียนบทความ แวดวงพระธรรมทูตไทย ใน USA ซึ่งมีข้อความกระทบถึง ตัวบุคคลสำคัญผู้ดำรงตำแหน่งในสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ๒ ท่าน คือ พระราชกิตติเวที และพระวิเทศธรรมรังษีนั้นเป็นที่น่ายินดีว่า สารที่เราสื่อไปถึงบรรดาพระธรรมทูตในสหรัฐอเมริกานั้น ได้ทำหน้าที่ของ สื่อ อย่างสมบูรณ์แล้ว ที่ออกจะผิดหวังก็คือ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยเอง ที่ท่านน่าจะนำเอาเนื้อหาสาระในจุลสารเล่มนี้ขึ้นมาพินิจพิเคราะห์หาสาเหตุ แห่งถ้อยความในคอลัมน์นั้น ๆ ว่ามีข้อเท็จจริงสิ่งใด ควรแก้ไขอย่างไร แม้แต่เจตนาในการเขียนว่าเป้าประสงค์ของเราเป็นเช่นไรเป็นต้น แต่กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ สมัชชาสงฆ์ไทยกลับแสดงกริยาท่าทีเป็นปฏิปักษ์ในทำนองว่า วัดไทย ลาสเวกัส ได้เขียนหนังสือโจมตีพระเถระในสมัชชา ฯ ให้เสียหายถ่ายเดียว การขู่จะขับวัดไทย ลาสเวกัส ออกจากการเป็นสมาชิกของสมัชชาสงฆ์ไทย ก็ดี การขู่จะดำเนินการด้านสิทธิการเดินทางของพระธรรมทูต วัดไทย ลาสเวกัสก็ดี เป็นท่าทีที่แสดงออกถึงความมีโมหะเจตสิก และโทสเจตสิก ในใจของคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทย ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึง ๓ เดือน นับว่าอันตรายอย่างยิ่งต่อสิทธิและเสรีภาพพื้นฐาน ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบัน ที่ได้รับการยึดมั่นเป็นสากลนิยมว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีคำอธิบายว่า คือการปกครอง โดยประชาชน เพื่อประชาชน นั้น เป็นระบบที่ดีที่สุดในโลก เรา-วัดไทย ลาสเวกัส จึงขอใช้สารนี้สื่อไปถึงคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยชุดปัจจุบันว่า ขอได้โปรดตระหนักให้แน่นถึงภาระหน้าที่ของท่านไว้ให้ดีด้วย ว่าทุกท่านเป็นผู้แทนของปวงพระธรรมทูตไทย มิใช่ตัวแทนของผู้ใดผู้หนึ่ง และหากว่าท่านตั้งสติได้เช่นนี้แล้ว การทำงานในบทบาทคณะกรรมการสมัชชา ฯ ย่อมเป็นไปโดยพระธรรมทูต เพื่อพระธรรมทูต และเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวโลกอย่างแท้จริง
จากใจคณะผู้จัดทำ |