ในท่ามกลางความมืดมิดแห่งราตรีเดือนดับดิถีที่ ๑๕ นั้น คงยากนักที่จะหาแสงจันทร์สาดส่องนำทางดังในคืนเดือนเพ็ญ แต่เราทราบดีว่าสำหรับคนผู้มีกิจจำเป็นต้องเดินทางแล้ว เขาคงไม่รอให้พระอาทิตย์ขึ้นเสียก่อนจึงค่อยออกเดินทาง การทำงานในนาม จุลสารพระธรรมทูต ก็ฉันนั้น แม้ว่าสถานการณ์วงการสงฆ์ไทยในปัจจุบันจะอึมครึมไปด้วยอิทธิพลล้นฟ้าแบบมาเฟีย ซึ่งนับเป็นความมืดมิดสนิทใจของบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้ต้องการแสงสว่างทางปัญญาทั้งหลาย ดุจดังทางเดินในคืนเดือนดับนั่นเอง. ในฐานะที่เป็นผู้นำทาง เรา-วัดไทย ลาสเวกัส จึงได้มองเห็นความจำเป็นจักต้องส่องแสงต่อไป แม้ว่าในคืนข้างแรมเช่นนี้ มีพระสงฆ์ผู้นำมากมายแสดงความขี้เกียจเกี่ยงงอนให้ดวงจันทร์สาดส่องเสียก่อน จึงจะค่อยออกมาวิ่งเล่นเหมือนกระต่ายชมจันทร์ แต่เรามิได้คิดเช่นนั้น คิดว่ายิ่งดึกดื่นมืดมิดเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องเปล่งประกายให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น แม้ว่าเราจะมิใช่ดวงจันทร์อันทรงพลานุภาพ แต่เราก็ยินดีที่จะเป็นดาวดวงน้อยคอยบอกทิศทาง เพื่อคนเดินทางจักได้ไม่หลง ที่สำคัญหากท่านเป็นนักเดินทางด้วยผู้หนึ่ง ขอได้โปรดทราบว่าเรายังยืนเคียงอยู่คู่ท่านเสมอ หากเหนื่อยนักก็พักสายตาจากพื้นแหงนขึ้นมองฟ้าสักหน่อยสิท่าน รอยยิ้มน้อยๆ วับวาวขาวสอาดนั้น นั่นแหละคือ เรา-ผู้เป็นเพื่อนของท่าน ในราตรีนี้
ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่ทั้งติติงและให้กำลังใจ
เราขอจดจำคำแนะนำของท่านไปปรับปรุงงานของเราให้ดียิ่งขึ้น
ด้วยความรู้สึกสำนึกในพระคุณเป็นล้นพ้น
ขอเรียนว่าถ้าหากจุลสารเล่มนี้มีประโยชน์อยู่หรือเพิ่มมากขึ้นก็ดี
นั่นแหละคือผลจากความเมตตากรุณาของผองเพื่อนผู้ให้กำลังใจแก่เรา จากใจ คณะผู้จัดทำ |