ดูก่อนภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก
และอุบาสิกาทั้งหลาย
สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
พระปัจฉิมวาจา |
๑. พวกภิกษุจักหมั่นประชุมกันเนืองๆ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียง อย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๒. พวกภิกษุจักพร้อมเพรียงกันประชุม จักพร้อมเพรียงกันเลิกประชุม และจัก พร้อมเพรียงช่วยกันทำกิจที่สงฆ์พึงกระทำอยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๓. พวกภิกษุจักไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้แล้ว จักไม่เพิกถอนสิ่งที่ได้บัญญัติ ไว้แล้ว จักสมาทานประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลายตามที่พระศาสดาบัญญัติไว้แล้ว อยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๔. พวกภิกษุจักสักการะ เคารพ นับถือ บูชาภิกษุผู้เป็นพระเถระ ผู้รัตตัญญู บวชมานาน เป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก และจักเชื่อฟังถ้อยคำของท่านเหล่านั้น อยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๕. พวกภิกษุจักไม่ลุอำนาจแก่ตัณหา อันจะก่อให้เกิดภพใหม่ซึ่งบังเกิดขึ้นแล้ว อยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๖. พวกภิกษุจักเป็นผู้ยินดีในเสนาสนะป่าอยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ๗. พวกภิกษุจักเข้าไปตั้งสติไว้ภายในว่า ไฉนหนอ เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่ยังมิได้มาพึงมาเถิด และที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อปริหานิยธรรมทั้ง ๗ ข้อนี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และหมู่ภิกษุ จักยังสนใจในอปริหานิยธรรมทั้ง ๗ ข้อนี้ อยู่เพียงใด หมู่ภิกษุพึงหวังได้ความเจริญเพียงอย่างเดียว ไม่มีความเสื่อมเพียงนั้น
อปริหานิยธรรม คือพระธรรมที่ดำรงหมู่คณะไว้ไม่ให้เสื่อม
เป็นธรรมสร้างความเจริญมั่นคงให้แก่พระศาสนา
ทั้งในแง่ของสถาบันและคณะสงฆ์อันเป็นองค์กรปกครองตนเอง
พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่พระภิกษุ ณ เขาคิชฌกูฏ แคว้นมคธ
ในปีสุดท้ายแห่งพระชนมชีพของพระพุทธองค์. |
|
ความดี
คนดีทำได้ง่าย
|