พระมหานรินทร์ ใน อินเดีย ตอนที่ 4

 

ตอนที่ 3 ที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนนำท่านผู้อ่านเข้าไปกราบนมัสการสมเด็จพระบรมศาสดา หลวงพ่อพระพุทธมหาเมตตา ในพระมหาเจดีย์พุทธคยา ตามหลักการของมัคคุเทศก์หรือไกด์ที่ดีนั้น เมื่อถึงสถานที่สำคัญแล้วก็ควรต้องปล่อยให้ลูกทัวร์บำเพ็ญกรณียกิจตามสะดวก แบบว่าฟรีสไตล์ ไม่งั้นไม่ประทับใจ เพราะถ้าท่านผู้ชมไม่สมใจ ก็จะมีผลต่อทัวร์รอบต่อไป และผลสุดท้ายในตอนจบทัวร์นั้น เงินสินน้ำใจหรือทิปที่ไกด์จะพึงได้ก็จะกลายเป็นพึงอดไป นี่ไงที่ไกด์มืออาชีพจะต้องท่องเอาไว้ในใจเสมอ เหมือนพนักงานธนาคารทุกแห่งที่ได้บทเรียนแรกเมื่อเข้ารับการอบรมเป็นพนักงานการเงินว่า "ลูกค้าย่อมถูกเสมอ" นั่นแหละ แฮ่ม ! ทีนี้ว่า ถ้าท่านผู้ชมสมอกสมใจกันแล้ว จึงจะค่อยๆ เปิดรายการต่อไป ดังนั้น 4-5 วันที่ผ่านไป คิดว่าท่านผู้อ่านคงจะอิ่มอกอิ่มใจกับการนมัสการหลวงพ่อพระพุทธเมตตากันทั่วทุกคนแล้ว ผู้เขียนจึงขอเรียนเชิญท่านเดินตามมา เพื่อว่าเราจะไปยังสถานที่สำคัญอื่นอีก Let's go ..

 

นี่คือบริเวณหน้าพระเจดีย์พุทธยา ซึ่งเราเข้าไปกราบขอพรหลวงพ่อพระพุทธเมตตา ซึ่งประทับอยู่ด้านในสุดขององค์พระเจดีย์นั้น แต่ทีนี้ว่า ทางเข้าสู่พระเจดีย์มีอยู่ทางเดียว แถมยังไม่มีทางออกอีกด้วย ดังนั้น ตามสมการของนักเดินทางที่ฉลาดนั้นก็ต้อง "ออกทางเดิม" คือทางที่เข้าไปนั่นเอง ก็รวมความว่า เราออกมาจากพระเจดีย์ในเส้นทางเดิม ซึ่งเมื่อพ้นเส้นทางแล้วก็จะมายืนอยู่ที่ด้านหน้าพระเจดีย์ ที่เดิมที่เคยเข้าไป ต่างกันเพียงแต่ว่า ขาเข้านั้นเราหันหน้าเข้าไปทางหลวงพ่อพระพุทธเมตตาซึ่งอยู่ในทิศตะวันตก แต่เวลานี้เราหันหน้าออกมาทางซุ้มประตูทิศตะวันออก

พระเจดีย์พุทธคยานั้น มีลานกว้างขวาง ปูด้วยหินอ่อนสวยงามและสบายเท้า แบบว่าไม่มีสะดุด ดังนั้นเราจึงสามารถเดินชมรอบพระเจดีย์ได้ทุกทิศ คือจะไปทางทิศเหนือก็ได้ ทิศใต้ก็ได้ แต่ตามธรรมเนียมชาวพุทธนั้น เราเชื่อกันว่า การเดินเวียนขวา ที่เรียกว่า "ประทักษิณ" นั้น เป็นการแสดงความเคารพและเป็นกริยาแห่งความเป็นมงคล หากเป็นงานอวมงคลก็จะเวียนเป็นอุตราวัฏ คือเวียนซ้าย เวลาแห่ศพรอบเมรุจึงเวียนซ้าย

ทีนี้ท่านผู้อ่านลองกำหนดทิศทางจากด้านหน้าพระเจดีย์ดูว่า การทำประทักษิณนั้นเราจะเดินไปทางไหน ? คำตอบที่ได้ก็คือ ต้องเดินไปทางใต้ เพราะหลวงพ่อพระพุทธเมตตาทรงประทับนั่งผินพระพักตร์ออกมาทางทิศตะวันออก เรามองจากหน้ารูปเข้าไปจึงมองจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ทีนี้การจะเวียนเทียนรอบพระมหาเจดีย์ให้ถูกต้องนั้น ก็จำต้องเวียงไปทางทิศใต้ นั่นคือต้องเลี้ยวขวา ในเวลาเดินออกจากพระเจดีย์มาแล้ว แต่ถ้ามองจากภาพเข้าไปทางพระพุทธเมตตานั้น เราต้องเลี้ยวซ้าย

 

ออกจากภายในพระเจดีย์มาแล้วเลี้ยวขวา
ก็จะตรงมาทางทิศใต้ของพระเจดีย์ดังในภาพนี้

 

เดินตรงมาก็จะพบกับกำแพงขวางหน้าอยู่

 

ดูบนกำแพง มีป้ายพื้นขาวเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง
ข้อความว่า

THE WAY TO BODHI TREE & VAJRASANA
ทางไปสู่พระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์

ถ้าจะไปตามลูกศรชี้นั้น เราต้อง..เลี้ยวขวา

 

พอเลี้ยวขวาแล้ว ก็จะเห็นทางเดินไปจนสุดแนวกำแพงทางทิศตะวันตก ช่วงนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้ใช้ขาเดินให้มาก เพราะอยากจะเห็นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ ขืนมัวแต่คิดก็ไม่ต้องไปถึงกัน

 

นี่เลี้ยวขวาแบบคณะนี้แหละ คณะ บ.ย.ส.

 

ทางเดินช่วงกลางพระเจดีย์นั้น ทางซ้ายมือจะมีประตูออกไปดังในภาพ แต่เราไม่ต้องออก เพราะพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์นั้นอยู่ข้างหน้า

 

มุมพระเจดีย์ทิศตะวันตกเฉียงใต้
เราเดินมาสุดทางก็จะถึงมุมพระเจดีย์ตรงนี้

 

พอพ้นมุมแล้วเลี้ยวขวา ก็จะพบกับพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ อยู่ห่างออกไปในระยะ 2-3 วา เท่านั้น

 

นี่แหละ พระศรีมหาโพธิ์ หรือต้นไม้อัตสัตถะ
สถานที่พระโคดมพุทธเจ้า ทรงประทับตรัสรู้ในภายใต้

 

พระแท่นวัชรอาสน์ อันเป็นสถานที่ประทับนั่งนั้น ตามตำราพุทธประวัติระบุว่า "อยู่ทางทิศตะวันออกของพระศรีมหาโพธิ์" นั่นหมายถึงวา พระศรีมหาโพธิ์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกด้านหลังของพระเจดีย์ พระแท่นวัชรอาสน์จึงตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างพระเจดีย์กับพระศรีมหาโพธิ์

หลายปีก่อนหน้านี้ นักแสวงบุญยังมีไม่มาก จึงไม่มีการปิดกั้นพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ด้วยกำแพงดังที่เห็น ใครๆ ก็สามารถเข้าไปไว้พระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ถึงต้นและตัวพระแท่นได้ แต่ภายหลังเมื่อนักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้น เจ้าหน้าที่ก็เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีถ้ามีคนเข้าไปถึงโคนพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์ จึงทำการสร้างกำแพงปิดกั้นไว้ให้ดูแต่ตาอยู่ด้านนอก เราจึงต้องนั่งไหว้พระสวดมนต์กันอยู่ตรงหน้าโต๊ะนี่แหละ

 

พระศรีมหาโพธิ์
ตำราพุทธประวัติว่าเกิดวันเดียวกับพระบรมศาสดา เรียกว่า สหชาติ
ถ้านับอายุต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นแรกมาถึงปี พ.ศ.2553 ก็จะมีอายุเท่ากับพระศาสดา คือ
2633 ปี (2553+80)

 

แต่ต้นแรก และต้นที่ 2-3 นั้นถูกทำลาย
ต้นนี้จึงเป็นต้นที่ 4 มีอายุเพียง
132 ปี

 

ป้ายสีเขียว ภาษาอังกฤษ
แปลว่า ที่นี่เป็นจุดตรัสรู้ของพระสิทธัตถะโคตมะพุทธเจ้า
ส่วนตัวหนังสือบนกำแพงสีแดงนั้น เล่าเรื่องพระแท่นวัชรอาสน์

 

นี่ก็อีกป้ายหนึ่ง แปลว่าอะไรไม่รู้

 

พระพุทธรูปปางตรัสรู้ แต่ไทยเราเรียกว่า ปางสะดุ้งมาร
ประดิษฐานอยู่บนผนังพระเจดีย์ตรงหน้าพระแท่นวัชรอาสน์
องค์พระผินพระพักตร์ ไปทางทิศตะวันตก
คือหันหน้าเข้าหาพระศรีมหาโพธิ์
เสียดายว่าเขากั้นรั้วไว้ ทำให้ถ่ายภาพไม่ถนัด

 

ภาพตรงของพระพุทธรูปองค์นี้จะเป็นเช่นนี้

 

ซุ้มใหญ่ทิศตะวันตกของพระศรีมหาโพธิ์

 

กำแพงด้านเหนือของซุ้ม

 

กำแพงด้านใต้ของซุ้ม

 

กำแพงมี 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นหิน ชั้นในเป็นทองเหลือง

 

ซุ้มหน้าพระศรีมหาโพธิ์และพระแท่นวัชรอาสน์

เมื่อเข้าไปไม่ได้ พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาจึงนำดอกไม้มาบูชาและเสียบไว้ในช่องดังที่เห็น

 

บ้างมีศรัทธามาก ถึงกับนำเอาแผ่นทองคำเปลวมาปิด

 

ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถานทั้ง 4 ได้แก่
ลุมพินี พุทธคยา สารนาถ และกุสินารา
ใครมีศรัทธาเดินทางมาทำการสักการบูชา
ผู้นั้นจะได้ขึ้นสวรรค์

 

ทิศเหนือของพระศรีมหาโพธิ์

 

ผ้า ธง และพวงมาลัย ชาวพุทธนำมาจากนานาประเทศ
แม้จะต่างภาษาและต่างผิวพรรณ แต่เราเป็นพี่น้องกัน
ในนาม
"พุทธบริษัท" ของพระโคดมพุทธเจ้า

 

 

ประตูทิศเหนือของพระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

พุทธศาสนิกชนนำเอาน้ำสะอาดไปราดถวายพระศรีมหาโพธิ์
ขอให้มีความเจริญยั่งยืนไปตราบกัลปาวสานต์

 

สายธารแห่งศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลก

 

ลำต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

 

 

ดินภายใต้พระศรีมหาโพธิ์

 

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

ค่าคบ

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

กิ่งพระศรีมหาโพธิ์

 

กิ่งพระศรีมหาโพธิ์

 

กิ่งพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 


พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์ ถ่ายภาพจากกำแพงชั้นนอก

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

ร่มเย็นอย่างบอกไม่ถูก

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์และพระเจดีย์มองจากมุมไกล

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

พระศรีมหาโพธิ์

 

ใต้พระศรีมหาโพธิ์

 

ใต้พระศรีมหาโพธิ์

 

ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

 

มีไม้เสาสีเขียวค้ำไว้ เพราะกิ่งพระศรีมหาโพธิ์แผ่ไปไกลมาก

 

ไม้ค้ำพระศรีมหาโพธิ์

 

ผู้ใดสร้างไม้ค้ำพระศรีมหาโพธิ์
ก็จะมีสติปัญญาเฉียบแหลม มีอายุยืนนาน ไร้โรคาพาธ

 

มุมกำแพงทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเจดีย์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบพระศรีมหาโพธิ์

 

 

พระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ 2

ในประวัติพระศรีมหาโพธิ์นั้น ผู้เขียนเคยเล่าว่า อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ปลูกต้นโพธิ์พร้อมกัน 2 ต้น ต้นแรกสูง 6 นิ้ว ปลูกตรงโคนต้นเดิม ซึ่งก็อยู่ที่หลังพระเจดีย์ในเวลานี้ อีกต้นหนึ่งนั้นสูง 4 นิ้ว นำไปปลูกทางทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิมนั้น โพธิ์ต้นนั้นปัจจุบันก็ยังดำรงอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่ากับต้นที่อยู่หลังพระเจดีย์ เรื่องนี้ถือว่าเป็นวาสนา ถ้าคันิ่งแฮมตัดสินใจเอาต้นสูง 4 นิ้วนี้ไปปลูกไว้ที่ใต้ต้นเดิม แล้วเอาหน่อสูง 6 นิ้วมาปลูกไว้ทางทิศเหนือของพระเจดีย์แทน บทบาทของพระศรีมหาโพธิ์ก็คงแตกต่างกันออกไป รูปข้างบนนี้คือพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ 2 ซึ่งคันนิ่งแฮมปลูกไว้ทางทิศเหนือของพระเจดีย์ อยู่ห่างจากพระเจดีย์ไม่กี่วา

 

 

เมล็ดพระศรีมหาโพธิ์

 

ใบและกิ่งแห้งของพระศรีมหาโพธิ์

 

 


ใบและกิ่งแห้งของพระศรีมหาโพธิ์

 

 


ใบแห้งของพระศรีมหาโพธิ์

 


 

 

นอกจากจะเก็บภาพพระเจดีย์พุทธคยา พระศรีมหาโพธิ์ และอื่นๆ มาได้นับพันภาพแล้ว ผู้เขียนยังได้วัตถุมงคลเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย นั่นคือมีผู้เคารพนับถือกัน ท่านได้เมตตามอบใบพระศรีมหาโพธิ์ เมล็ดพระศรีมหาโพธิ์ และกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งแห้งโดยธรรมชาติ ท่านบอกว่า "เก็บไว้หลายปี" และมีเมตตามอบให้แก่ผู้เขียนมา ก็คิดว่าคงจะมากที่สุดเท่าที่เคยมีการมอบใบพระศรีมหาโพธิ์ รวมทั้งกิ่งและเมล็ด จำนวน 3 ถุงใหญ่ๆ ถึงขนาดผู้เขียนต้องหากระเป๋าอีกใบใส่ขึ้นเครื่องบินไว้เป็นการเฉพาะ ตลอดการเดินทางก็ทะนุถนอมยิ่งกว่าของฝากอย่างอื่น เพราะนี่คือ สิริมงคลสูงสุด ที่ได้รับจากอินเดีย

ตั้งใจไว้ว่า ถ้าอายุครบ 80 ปี เมื่อไหร่ ก็จะนำเอามาบดสร้างเป็นพระแจกไว้เป็นที่ระลึก เหมือนงานทำบุญอายุ 84 ปี ของหลวงตาชี วัดไทย ดีซี ท่านทำล็อกเก็ตแจก แต่แจกเท่าไหร่ๆ ก็ไม่พอ !

 

 

พบกับพระมหานรินทร์ในอินเดีย ตอนที่ 5

Coming soon..

 

พระมหานรินทร์ นรินฺโท
วัดไทย ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา
1
9 มกราคม  2553
9
:00 A.M. Pacific Time.

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003

alittlebuddha.com  วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264