เต็มแผง ไม่เต็มโผ

 

 

บัญชีเจ้าคณะภาคทั้งสองนิกาย

 

เรียงทุกภาค ทุกส่วน แต่ขาดเลข 12 ของมหานิกาย

 

ไม่มีใครแปลกใจว่าทำไม ?

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระวันรัต เปิดเกมกินรวบทีละ 3 ภาค

 

ตั้งพระอนิลมานกินหัวเมืองเหนือ

ที่เหลือก็กวาดเข้าตลาดบางลำพู

 

 

 

 

 

 

 

ตามบัญชีรายชื่อ "เจ้าคณะภาคใหม่" ของธรรมยุต ข้างต้นนั้น สังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า มีพระวัดบวรนิเวศวิหารถึง 3 รูปด้วยกัน ที่เข้าวินเป็นเจ้าคณะภาคใหม่ซิงๆ ซึ่งแต่ละรูปที่สมเด็จพระวันรัตท่านภูมิใจเสนอ ก็เด่นดังระดับดาราหน้าจอ เพราะมีโปรไฟร์ไม่ธรรมดา ขอพาท่านผู้อ่านชมรายการนายร้อยสอยดาวดังต่อไปนี้

 

 

 

 

 

 

สามแม่ทัพภาควัดบวรนิเวศวิหาร

 

 

พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต พระราชพุทธิมุนี พระเทพปริยัติวิมล

 

 

 

 

1. พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต เดิมชื่อ พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย เป็นชาวเนปาลบ้านเกิดของพระพุทธเจ้า อ้างว่าเป็นเชื้อสายศากยะ ของพระโคดมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาในพระพุทธศาสนา เป็นศิษย์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ส่งเสียร่ำเรียนจนจบด๊อกเตอร์ จากประเทศอังกฤษ ถือเป็นศิษย์เคมบริดจ์สำคัญรูปหนึ่ง หลังจากนั้นก็ขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นไทยในปี 2558 และได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นกรณีพิเศษ จากชั้นสามัญ (ข้ามชั้นราช) เป็นชั้นเทพ ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา

 

 

ถ้าว่ากันตามคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว พระอนิลมานก็ถือว่าผ่านทุกประการ จะติดก็ตรงที่ว่า "เป็นชาวเนปาล" เพิ่งจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นไทยได้แค่ 6 ปีนี่เอง เชื่อว่ายังไม่รู้จักคุ้นเคยกับพระไทยโดยเฉพาะในชนบท ซึ่งการปกครองระดับภาคนั้นต้องมีความคุ้นเคยกับท้องถิ่นนั้นจริงๆ จึงจะเข้าใจและบริหารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ลำพังการตั้งผู้ปกครองจากต่างถิ่น ก็ทำให้การบริหารไม่ลื่นไหล เพราะไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นดีพอ เข้าตำรา "ส.ส.หมาหลง" ซึ่งก็มีเสียงเรียกร้องเรื่อยมาว่า เจ้าคณะผู้ปกครองระดับภาคและหนนั้น ควรจะเป็นพระที่มีภูมิลำเนาในท้องถิ่น หรือเคยอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ มาก่อนด้วย จึงจะเหมาะสม แต่ครั้งนี้ นอกจากการแต่งตั้งจะไม่ปรับให้เข้าในคุณสมบัติดังว่าแล้ว ก็ยังมีการเอา "แขกต่างด้าว ท้าวต่างแดน" มากินตำแหน่งทางการปกครอง พระเณรทั่วไทยได้เห็นบัญชีนี้แล้วก็ยี้กันทั่วหน้า ว่าพระไทยทั้งประเทศ ไม่มีผู้ที่เหมาะสมอีกแล้วหรือ ถึงได้เอาพระแขกมาปกครอง

 

 

ซึ่งก็ต้องขอออกตัวว่า "มิได้รังเกียจท่านอนิลมาน" แต่คุณสมบัติของท่านนั้น ควรจะไปทางบริหารการศึกษาจะดูดีกว่า เพราะชำนาญด้านนั้น ถามว่าเข้ามาเป็นเจ้าคณะภาคเพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีญาติพี่น้องในภาค 6-7 อันได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน เป็นต้นเหล่านี้เลย หรือจะโมเมว่าพระพุทธเจ้าเคยเป็นชาวเหนือ เพราะมีตำนานว่าเคยเสด็จมาตากผ้าที่วัดพระพุทธบาทตากผ้าลำพูน แบบนี้ก็ตลกกินยิ่งกว่ามหาสมปองเสียแล้วฮ่ะ ถ้าตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารก็จะไม่ว่าซักคำ เพราะจำกัดพื้นที่อยู่แค่บางลำพูเท่านั้น แต่นี่ให้มาปกครองภาค 6-7 อันกว้างไกล ไม่น่าเชื่อว่าเมืองไทยจะสิ้นไร้ไม้ตอกเช่นนี้ การตั้งพระอนิลมานเป็นเจ้าคณะภาคครั้งนี้ของสมเด็จพระวันรัต จัดได้ว่าเป็นผลงานอัปยศประดับวงการสงฆ์ไทย ไปอีกตราบนานเท่านาน

 

 

2. พระ มล.คิวปิด มีสมณศักดิ์ชั้นราช ที่..พระราชพุทธิมุนี รูปนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะว่ามียศ "หม่อมหลวง" นำหน้า แน่นอนว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ ซึ่งตามหลักการแล้วย่อมมีสิทธิ์ในยศศักดิ์สูงสุด การที่ พระ มล.คิวปิด ได้เป็นเจ้าคณะภาคแบบก้าวกระโดดนั้น เมื่อเทียบกับ "พระอนิลมาน" ก็ย่อมมองได้ว่า วัดบวรนิเวศวิหาร ส่งพระเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาคด้วยวิธีการ "อ้างเชื้อ" โดย พระ มล.คิวปิด เป็นเชื้อเจ้า ส่วน พระอนิลมานนั้น เป็นเชื้อพระพุทธเจ้า จึงถือว่าโผเจ้าคณะภาคของวัดบวรนิเวศชุดนี้ มีความเอกอุในรอบพันปีเลยทีเดียว ต้องเช็คถึง "ดีเอ็นเอ" จึงจะผ่านเกณฑ์เจ้าคณะภาค

 

 

3. พระเทพปริยัติวิมล หรือเจ้าคุณแสวง อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงฆ์ มมร. ซึ่งหลุดจากตำแหน่งในปี พ.ศ.2555 ปัญหามาจากความขัดแย้งกับอดีตรองอธิการบดีผู้มีดีกรีสูงกว่าจากวัดราชาธิวาส คือ พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9 Ph.D) ส่งผลให้เจ้าคุณแสวงต้องพ้นจากตำแหน่ง และเก็บตัวเงียบ วันนี้จึงถือว่าแจ้งเกิดอีกครั้ง ถือเป็นการให้โอกาสแก่เจ้าคุณแสวงได้พิสูจน์ฝีมือ เพราะคนเคยผ่านงานระดับ "อธิการบดี" ย่อมถือว่าไม่ธรรมดา รอบนี้ทำการบ้านมาดี น่าจะไม่พลาดอีก อีกอย่าง พระอนิลมาน ซึ่งเคยเป็นลูกน้อง ได้รับยศศักดิ์และอำนาจเต็มย่าม จะไม่ให้เจ้าคุณแสวงพระไทยได้อะไรเลยหรือ สมเด็จพระวันรัตคงไม่เห็นขี้ดีกว่าไส้

 

 

การตั้งเจ้าคุณแสวงเป็นเจ้าคณะภาคในสังกัดวัดบวรครั้งนี้ เหมือนเกลี่ยให้เกิดความสมดุลระหว่าง "เชื้อเจ้า-เชื้อพระพุทธเจ้า-เชื้อไทย" ให้ลงตัวอย่างประหลาด เป็นสามเชื้อชาติในวัดเดียวกัน ถ้าเป็นกาแฟก็สูตร 3in1 มีครบทั้ง กาแฟ น้ำตาล และครีม กินแล้วเบาหวานและไขมันขึ้นปรี๊ดเชียว

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่เจ้าคุณแสวงเพิ่งจะย่างเท้าเข้ามาในวันนี้ ก็เป็นเส้นทางที่ "เจ้าคุณเกษม" อดีตคู่ต่อสู้เขาเดินมาก่อน ตอนที่ถูกปลดออกจากรองอธิการบดี มมร. โดยเจ้าคุณแสวงครั้งนั้นไง ท่านเกษมเขาไปไกลถึง "กรรมการ มส." แล้ว เจ้าคุณแสวงเพิ่งจะเริ่มต้นปีนตีนเขา ทนเอาหน่อยก็แล้วกันนะฮะ หนทางยังอีกยาวไกล อย่าลืมสวมแมสก์ด้วยนะฮะ ประเดี๋ยวเชื้อโควิดกลายพันธุ์จากเนปาลจะกินวัดบวรเอา เห็นหมอบอกว่าเชื้อกลายพันธุ์สายอินเดีย-เนปาลนั้น กินดุ กินไว แถมคนถูกกินตายง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น ยิ่งแปลงสัญชาติเป็นไทยแล้วก็ยิ่งอันตราย โบราณของไทยท่านสอนไว้ว่า "เจอแขกกับงู ให้ตีแขกก่อน" ดังนั้น ไม่เชื่อจะเสียน้ำตา

 

 

 

 

 

พระร่วง !

 

พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย)

 

รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

หลุดร่วง 2 ตำแหน่งซ้อน

 

 

วันก่อน รองประธานพระธรรมทูตต่างประเทศ

วันนี้ เจ้าคณะภาค 12 ออนแอร์ ลอยไปกับสายลม

วันต่อไป ยิ่งไม่แน่ อาจจะไม่เหลืออะไรเลย นอกจากสบง

 

 

 


 

 

 

Where ภาค 12 ? Where เจ้าคุณสุรชัย ?

 

ทำไมไม่มีภาค 12 ทำไมไม่มีชื่อเจ้าคุณสุรชัย

 

เจ้าคุณสุรชัย Where are you ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เปิดยุทธการดับเจ้าพ่อตะวันออก" ต้องบอกอย่างนี้ ใครที่เคยดูหนัง "นักเลงภูเขาทอง" ซึ่งเปิดฉากอย่างอลังการในวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา จะรู้ว่าบู๊ระห่ำ มีการยกพวกถล่มภูเขาทองจากก๊กเยาวราช ผลการประมือในยกแรก ปรากฏว่า "ตำแหน่งรองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" ของเจ้าคุณสุรชัย หลุด ! ปลิวไปกับแรงง้าวของกวนอู

 

 

ข่าวล่าสุด บัญชีรายชื่อเจ้าคณะภาค ฝ่ายมหานิกาย ซึ่งรอคอยมานานถึง 3 ปีนั้น เสร็จสมบูรณ์แล้ว ผ่านการพิจารณาของราชสำนัก ผ่านการลงพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ รับพระบัญชา โดยเจ้าคณะใหญ่ในแต่ละหน ซึ่งหนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนกลาง หนเหนือ หนใต้ ไม่มีขาดตกบกพร่อง แต่พอมาถึง "หนตะวันออก" กลับปรากฏว่า มีเฉพาะภาค 8-9-10-11 ส่วนภาค 12 ของเจ้าคุณสุรชัยนั้น ไม่มีชื่อ แปลได้ว่า ขาด ตก หล่น หาย ไปกับสายลม ส่งเดชแบบนี้ เคอรี่ ไม่เอาด้วยนะฮะ ภาษาโลจิ๊สติกเรียกว่า ไม่ได้มาตรฐานสากล

 

 

ถามว่า จะเชื่อได้อย่างไรว่าเป็นอุบัติเหตุ คือ ขาด ตก บก พร่อง เพราะบัญชีอื่นเขามีครบ แต่บัญชีภาคตะวันออก กลับตกหล่น อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว

 

 

ข่าวจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันเดียวกันนี้ ระบุว่า เจ้าคุณสุรชัย ได้ตัดสินใจ "ลาออก" จากตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 12 ก่อนจะมีบัญชีเข้ารับตำแหน่งในวันนี้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าแปลก เพราะตำแหน่งรักษาการนั้น ไม่จำเป็นต้องลา เดี๋ยวเขาก็เอาตัวจริงขึ้นแทนก็จบเกมแล้ว เหมือน "มหาสายชล" รักษาการภาค 1 จนวันสุดท้าย  ง่ายๆ แต่ทำไมสุรชัยต้องลาออก ?

 

 

การลาออกจาก "รักษาการภาค" ของเจ้าคุณสุรชัย จะเป็นไปโดยสมัครใจหรือถูกบีบให้ลาออก ก็คงไม่ต้องตอบ ในโลกใบนี้คงไม่มีใครคิดสั้น ยกเว้นแต่มันไม่มีทางไปแล้วเท่านั้น จึงน่าเห็นใจเจ้าคุณสุรชัย ถูกรุกไล่ให้จนตรอก แต่ในเมื่อตัดสินใจ "เล่นเกมใหญ่" ระดับชิงหมื่นล้านแล้ว ก็ต้องทำใจ สงครามไม่มีคำว่าปราณี งานนี้เดิมพันมันสูงระดับ..ภูเขาทอง

 

 

มองไปในวัดสระเกศภูเขาทองในวันนี้ แทบริบหรี่ไม่มีแสงสว่างกลางหรือปลายอุโมงค์ให้เห็นทางเดินเลย ประกาศปิดวัดนานตั้ง 1 เดือน ก็คงเอาไม่อยู่ คงต้องปิดยาวไปหลายปี หรือนี่จะสิ้นวงศ์สมเด็จเกี่ยวแล้ว

 

 

มองในอีกบทบาทหนึ่ง ต้องยกย่องว่า เจ้าคุณสุรชัย ได้เข้ามารับหน้าที่เป็น "ไม้สุดท้าย" พายงัดนาวาใหญ่ที่ชื่อ "วัดสระเกศภูเขาทอง" ผ่านเกาะแก่งใหญ่ระดับสีพันดอน ก่อนหน้านั้นเจองูใหญ่เลื้อยเข้ามารัด วัดสระเกศก็สะบัดตัวหนี โดยประกาศ "ปิดวัด" กะทันหัน ป้องกันมิให้ม็อบสามนิ้วเข้ามาห่มผ้าแดงภูเขาทอง รอดตัวไปเฉียดฉิว แต่พอเจอทัพใหญ่ระดับสามก๊ก ยกมาจากเยาวราช เจ้าคุณสุรชัยพยายามระดมสรรพกำลังเข้าต่อต้าน ขอแรงจาก ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ ช่วยเขียนจดหมายกราบเรียนสังฆราช ขอกำลังหนุนจากกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และกองหนุอื่นๆ จากทั่วทุกมุมโลก แต่สุดท้ายก็พ่าย เอาไม่อยู่ หลุดลอยหมด แม้แต่เพียงตัวก็ไม่รู้ว่าจะรักษารอดปลอดภัยหรือเปล่า เศร้ายิ่งกว่าศาลาคนเศร้า ได้แต่ปลอบใจว่า..ทำดีที่สุดแล้ว

 

 

เจ้าคุณสุรชัย คงนอนสะท้อนใจคิดไปว่า ถ้าตอนนั้น พี่ทั้งสองคนยังคงรักกันเหมือนคำพ่อสั่งไว้ก่อนตาย ทั้งพี่เหนาะ พี่ธงชัย ต่างคนต่างแบ่งสันปันส่วนกันดูแลทรัพย์สมบัติของพ่อตามหลัก "พี่รู้สอง น้องรู้หนึ่ง" ก็คงไม่มาถึงวันนี้ แต่ที่มีวันนี้..ก็เพราะพี่ๆ ไม่รักกัน ตัวสุรชัยเองก็เตรียมใจไม่ทัน ไม่คิดว่าเสร็จศึกภายในแล้ว จะเจอศึกนอกใหญ่กว่าระดับโควิด ขวิดทีเดียวพังทั้งภูเขาทอง เจ็บปวดใจเมื่อไร้ตำแหน่ง...

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จสนิท VS สมเด็จประสฤทธิ์

 

ชิงดำเจ้าคณะภาค 12 มาไว้ในอำนาจ เสริมมหาบารมี

ใครจะได้หลวงพ่อโสธรไปครอง เซียนพระต้องไม่กะพริบตา

 

 

 

 

แต่เจ้าคุณสุรชัยอย่าท้อใจเกินไป เห็นไหมเล่าว่า ถ้าผู้มีอำนาจเขามีความพร้อมจริง บัญชีภาคตะวันออกก็คง "ไม่ขาดภาค 12" ไปดังที่เห็น เห็นเช่นนี้ก็ชี้ได้ว่า ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ยังต่อรองกันไม่ลงตัว ความไม่ลงตัวนั้นก็ต้องมองไปที่ "วัดไตรมิตร" กับ "วัดโพธิ์" ซึ่งถ้าเลื่อน "เจ้าคุณสุรพล" จากรองภาค ขึ้นเป็นภาค ก็คงจบไว แต่จะเข้าทางวัดโพธิ์ที่ได้อะไรง่ายๆ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท) วัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ในฐานะผู้มีอำนาจชี้ขาด จึงอาจจะยัง..ไม่ยอมง่ายๆ เพราะเพิ่งเสีย "ภาค 8" ของเจ้าคุณเก็งไป ได้ภาค 12 มาใหญ่กว่าก็จะเสริมฐานอำนาจได้ในระดับเหนือดวง ดังนั้น เรื่องอะไรจะยกให้วัดโพธิ์ไปกินฟรี เรื่องเป็นเช่นนี้ ในบัญชีเจ้าคณะภาคทั้ง 18 ภาคมหานิกายนั้น ขาด "ภาค 12" ไปหนึ่งเดียว

 

แสดงว่า แม้ว่าจะหลุดจากวัดสระเกศไป ตำแหน่งใหญ่ในภาค 12 ก็ยังไปไม่ถึงวัดไหน เผลอๆ จะมีนักเลงใหญ่คอยดักชิงเจ้าสาวกลางทาง กว่าจะรู้อีกที ช้างเผือกเชือกนี้อาจจะไปไกลถึงหงสาวดี อยู่ที่ว่าใครเผลอ

 

 

นักเลงเยาวราชนั้น ถือว่าระดับเจ้าพ่อมาเฟีย เฮียเหลาสวนมะลิ เป็นพี่ใหญ่ในวงนักเลง พูดน้อยต่อยหนัก อยากได้อะไรต้องได้ สั่งอะไรก็ต้องได้ ขัดใจเป็นได้เสีย พอมาเจอกับ "ยักษ์วัดโพธิ์" ซึ่งเคยมีประวัติยกพวกตะลุมบอนกับ "ยักษ์วัดแจ้ง" จนท่าเตียนในอดีต งานนี้มีหวังเป็นศึกช้างชนช้าง พังกันไปข้าง สมเด็จสนิท อาจต้องใช้บริการของ "สมเด็จธงชัย" ให้ออกผ้ายันต์ "แพ้ไม่เป็น" อีกซักรุ่น เอาไว้ปิดตายักษ์วัดโพธิ์ให้มองไม่เห็น ลูบๆ คลำๆ เปิดฝา เอ๊ย เปิดโผออกมา กลายเป็น "ซีโร่" แต่ถ้าเป็น "ฮีโร่" ละก็ตัวใครตัวมัน

 

 

เห็นเช่นนั้นแล้ว เจ้าคุณสุรชัย จะดีใจหรือเสียใจ เสียใจที่พลาดตำแหน่งใหญ่ แต่อาจจะดีใจที่ตนเอง "หลุด" ออกมาจากสนามรบใหญ่เสียได้ อยู่ต่อไปก็ประสาทกิน เชื่อได้อย่างไรว่า ผู้ที่ได้ตำแหน่งใหญ่นี้ไป เขาจะมีความสุข มันเป็นทุกขลาภ ถึงตอนนั้น เจ้าคุณสุรชัยอาจจะยิ้มอย่างสุขใจในสันติวรบท เพราะไปไหนก็ไม่ต้องลาใครอีกต่อไปแล้ว นิวนอร์มอล นิวฟรีดอม อิสระเสรี ดังวลีว่า "พอใจในสิ่งที่มี ดีกว่าเป็นเศรษฐีเงินกู้" กู้กับใครไม่กู้ กู้กับนักเลงเยาวราช ทั้งดอกทั้งต้น ใช้หนี้จนวันตายเชียว

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 13 พฤษภาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264