เด็ดขาด ?

 

มหาเถรสมาคมวินิจฉัย

อดีตเจ้าคุณธงชัยและคณะขาดจากความเป็นพระ

แปลกแต่ว่า พศ. ไม่ได้แถลงแจ้งข่าวเลย

 

 

 

 

กรอบข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

วันศุกร์ ที่ 30 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น.

 

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงลาการประชุม และทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 11/2564 โดยมีกรรมการมหาเถรสมาคมเข้าร่วมประชุม

 

การนี้ นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กราบทูลถวายเปิดการประชุม โดยหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้แถลงข่าวการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 11/2564 ว่า มส. ได้มีมติมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่พบการระบาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

 

1. ให้ทุกวัดงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ส่วนการปฏิบัติศาสนกิจให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องการระบาดของแต่ละจังหวัด และตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

 

2. ให้เจ้าคณะผู้ปกครอง กำชับวัดในเขตปกครองปฏิบัติตามมาตรการป้องการระบาดของ สธ. และมาตรการแต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด

 

3. ให้ทุกวัดสงเคราะห์ จัดฌาปนกิจศพที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 พร้อมกันนี้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้แจ้งว่า หากวัดใดมีการดำเนินการดังกล่าว แต่ขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินการให้แจ้งเรื่องผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)เพื่อส่งเรื่องมาที่สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เพื่อพิจารณาสนับสนุนกัปปิยภัณฑ์ต่อไป

 

4. กรณีพระภิกษุสามเณรขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยสืบเนื่องจากเมื่อปี 2563 มส. เคยมีมติเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจตรา การขับขี่รถยนต์ และจักรยานยนต์ของพระภิกษุสามเณรเยี่ยงประชาชนทั่วไป แต่กลับพบว่าช่วงที่ผ่านมามีพระสงฆ์หลายรูปไปทำใบขับขี่ ซึ่งมีสำนักงานขนส่งบางจังหวัดไม่ทำให้ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม จนเกิดเป็นเรื่องฟ้องร้องกันขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาแล้วหากพระภิกษุสามเณรขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อาจจะนำไปสู่การกระทำผิดทางพระธรรมวินัย เช่น การเกิดอุบัติเหตุทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เป็นต้น ที่สำคัญยังถือว่าไม่เหมาะสมกับสมณสารูปด้วย

 

ดังนั้น มส. จึงมีมติเห็นชอบ


(
4.1) ห้ามพระภิกษุสามเณรขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์

(4.2) ห้ามการกระทำที่เอื้อต่อการขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เช่น การทำใบขับขี่ เป็นต้น

(4.3) หากพบเห็นให้เจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาโทษตามลำดับการปกครองคณะสงฆ์ เว้นแต่เป็นการขับขี่เพื่อกิจการของวัด โดยเป็นการขับขี่ภายในวัด หรือเหตุจำเป็นฉุกเฉินอย่างยิ่ง เช่น มีพระภิกษุสามเณรอาพาธ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเป็นต้น ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ/ข่าว

 

กรอบข่าวจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

ที่ประชุม มส. รับรองมติ-ยัน 5 อดีตพระเถระวัดสระเกศ พ้นสมณะ

ที่ประชุม มส. รับรองมติ-ยัน 5 อดีตพระเถระวัดสระเกศ พ้นสมณะ ไม่สามารถกลับมาครองผ้าไตรจีวร เนื่องจากถือว่าพ้นจากความเป็นสงฆ์ จากการถูกดำเนินคดีเงินทอนวัด

 

วันที่ 30 เม.ย. 64 ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงลาการประชุม

ภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักพุทธฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรฯ รับรองมติ กรณีคณะสงฆ์วัดสระเกศ ประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตพระราชกิจจาภรณ์ อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อดีตพระศรีคุณาภรณ์ และอดีตพระครูสิริวิหารการ ประกอบพิธีกลับมาครองผ้าไตรจีวร ว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากถือว่าพ้นจากความเป็นสงฆ์แล้ว จากการถูกดำเนินคดีเงินทอนวัด เมื่อปี พ.ศ.2561 จากนี้ สำนักพุทธฯ จะนำส่งให้ นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมมหาเถรฯ แสดงความเห็นเพิ่มเติมในมติดังกล่าวหรือไม่ นายสิปป์บวร กล่าวว่า ที่ประชุมแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตว่า การพิจารณาในมติมหาเถรฯ และคดีดังกล่าวจะต้องรอบคอบรัดกุม ให้ความเป็นธรรมกับพระทั้ง 5 รูป อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าว มีมติไปแล้วตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แก้ไขไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีกรรมาธิการศาสนาฯ องค์กรต่างๆ และนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ยื่นหนังสือถึงสมเด็จพระสังฆราช เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป

นายสิปป์บวร กล่าวว่า การเรียกร้องจะต้องพิจารณาจากความเป็นจริง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ทั้ง มาตรา 5 ทวิ มาตรา 29,30 ไม่มีข้อไหนระบุว่า เมื่อพระสงฆ์ต้องคดีอาญาแล้วไม่เปล่งวาจา ยังไม่ถือว่าขาดจากความเป็นพระสงฆ์ ด้วย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้อำนาจเจ้าพนักงาน ในการลงโทษกับมหาเถรฯ และมหาเถรฯ มีอำนาจเต็ม ในฐานะองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ ส่วนองค์กรอื่น หรือ นักวิชาการเกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรสงฆ์ ไม่เกี่ยวข้องเลย แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น

นายสิปป์บวร กล่าวต่ออีกว่า เมื่อที่ประชุมมหาเถรฯ มีมติไปแล้ว ถือว่าจบ เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของกรรมการมหาเถรฯ ทุกรูปไม่ได้เป็นมติหรือความคิดเห็นของกรรมการมหาเถรฯ รูปใดรูปหนึ่ง ในส่วนคณะสงฆ์ ที่จะดำเนินการกับวัดสระเกศ ขึ้นอยู่กับเจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์ : 1 พฤษภาคม 2564

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 1 พฤษภาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264