สภาวัดอ้อน้อยล่ม !

 

พุทธะอิสระเรียกประชุมสาวก

 

พูดวกไปเวียนมา สุดท้ายไม่เอาอะไรซักอย่าง

 

ยังไม่ยอมห่มผ้าเหลือง !

 

 

 

 

 

 

 

จอมลีลา !

 

 

 

 



 

 

 

สภาโจ๊ก !

 

พุทธะอิสระ 2 บทบาท

เดี๋ยวนั่งข้างล่าง เดี๋ยวนั่งข้างบน

เดี๋ยวก็บอกเคารพสงฆ์ จะปฏิบัติตามมติสงฆ์

เดี๋ยวก็สอนคณะสงฆ์ ว่าให้กลับไปพิจารณาใหม่

 

ศรีธนญชัยเรียกพี่เลยฮ่ะ

 

 

 

 

อา..ว่าแล้วไหมล่ะ ว่าลิงหลอกเจ้าน่ะเป็นอย่างไร ใครไม่เคยเห็นก็ดู "คุณนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ" เป็นตัวอย่างได้

 

 

แรกนั้น พุทธะอิสระ ระดมมวลมหาประชาชนสายอ้อน้อย ให้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงเรียงหน้า เปิดสภาอย่างอลังการงานสร้าง ฉายวีดิทัศน์ โฆษณาประวัติตัวเองอย่างฮีโร่ ดึงพระวิญญาณ "สมเด็จสังฆราชเจ้า กรมหลวงพระวชิรญาณสังวร" อดีตสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 มาเป็นแบ๊กกราวน์เรียกความชอบธรรมให้แก่ตัวเอง ในการออกมา "ตั้งด่านกลางถนน" ต่อต้านอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และอื่นๆ จนถูกรัฐบาลทหาร "จับสึก-คุมขัง" ในที่สุด

 

 

พุทธะอิสระ ตั้งตัวเองเป็น "ประธานสภา" แทนนายชวน หลีกภัย ตั้งประเด็นอภิปรายไว้ 2 ข้อ คือ

 

 

1. ด้านกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย วินิจฉัยไปแล้วว่า "พุทธะอิสระถูกจับสึก ทางการบ้านเมืองไม่ถือว่าเป็นพระอีกต่อไปแล้ว แต่ทางสงฆ์นั้นไม่ทราบ ไม่กล้าวินิจฉัย"

 

 

2. ด้านพระธรรมวินัย ซึ่งยังไม่มีการวินิจฉัยจากมหาเถรสมาคม เพราะยังไม่มีใครยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ หากว่าพุทธะอิสระกลับมาห่มผ้าเหลืองอีกครั้ง

ทั้งประเด็นแรกและประเด็นหลัง ถูกทั้ง "คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวัดอ้อน้อย" อภิปราย "ตีตก" ไป คะแนนเสียง "เห็นชอบให้นายสุวิทย์กลับมาห่มผ้าเหลืองอีกครั้ง" ดังกระหึ่มสภาวัดอ้อน้อย

 

 

แต่กลับปรากฏว่า พุทธะอิสระ ครั้งผ่านการลงมติของสภาอ้อน้อยที่ตนเองปรารถนาแล้ว กลับตั้งประเด็นใหม่ ไม่ยอมรับมติที่ตนเองขอมาแต่ต้น

 

ทั้งนี้ ได้ตั้งประเด็นขึ้นมาอย่างเร่งด่วนว่า "ต้องพิจารณาทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักร ว่าจะมีผลกระทบไหม หากว่าตนเองจะกลับมาห่มผ้าเหลืองใหม่ ไม่อยากให้ตนเองเป็นประเด็นให้มีผลกระทบตัวสังคม" ว่าไปโน่น

 

ประชุมลากยาวจนมืดค่ำ  เพราะประเด็นใหม่ผุดขึ้นมาโดยไม่บอกล่วงหน้า สุดท้ายจึงไม่มีคำตอบ ทั้งๆ ที่มติก็ชัดเจน แต่คนที่ไม่ชัดเจนก็คือ "ตัวนายสุวิทย์" นั่นเอง โลเลเหลวไหล ใช้มติคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นเวทีลิเก รำฉุยฉายตลอดเรื่อง ไม่ยอมเข้าพระเข้านางเสียที แบบนี้ ต่อไปคงไม่มีใครไปประชุมด้วยแล้ว เพราะประชุมแล้วไม่ยอมรับมติที่ประชุม อยากทำอะไรก็ทำไปคนเดียวสิ จริงไหม

นี่ไง ที่บอกอุปนิสัย (สันดาน) ของพุทธะอิสระว่า เป็นศรีธนญชัย แรกนั้นอ้างว่า "ถ้าคณะสงฆ์และญาติโยมวัดอ้อน้อยว่าอย่างไร ตนเองก็จะต้องปฏิบัติไปตามนั้น เพราะตนเองเคารพมติของคนส่วนใหญ่" แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร

 

ในกรณีนี้ชี้ให้เห็นด้วยว่า ที่เรียกมาประชุมทั้งพระทั้งโยมน่ะ มิใช่การมาประชุมเพื่อขอมติให้พุทธะอิสระปฏิบัติตามแต่อย่างใด แต่กลายเป็น "การเรียกมาประชุมเพื่อให้ลงมติตามที่พุทธะอิสระต้องการ" ต่างหาก

 

ก็ในการให้สัมภาษณ์สื่อเครือผู้จัดการ พุทธะอิสระยังอวดภูมิเลยว่า "ตอนที่ตนเองคิดคุกอยู่นั้น พระวัดอ้อน้อยแทบไม่มีข้าวกิน อยู่กันอย่างอดๆ อยากๆ" หมายถึงว่า ถ้าไม่มีตนเสียคนเดียว พระวัดอ้อน้อยก็คงอดตายหมด ถึงออกบิณฑบาตก็คงไม่มีใครศรัทธา

 

วันนี้ นายสุวิทย์ก้าวข้าม ล้ำประเด็น "พระธรรมวินัยและมารดา" ไปแล้ว สร้างประเด็นใหม่ในการครองผ้าเหลืองของตนเองขึ้นมาเพิ่มเติม โยงทั้งศาสนจักรและอาณาจักรเข้าด้วยกันอีก สภาร่วมระหว่างสงฆ์และญาติโยมวัดอ้อน้อยที่ระดมกันมาอย่างพร้อมเพรียงเรียงหน้านั้น จึงเป็นเพียง "สภาตรายาง" หรือสภาโจ๊ก ของพุทธะอิสระ นึกอยากจะทำอย่างไรก็ได้ ในเมื่อกูกุมสมองของพวกนี้ไว้หมดแล้ว ไม่มีกูพวกนี้ก็คงไม่มีวัดและไม่มีที่ไป ก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมเพชพระสงฆ์และญาติโยมวัดอ้อน้อยดี

 

แต่การขอมติพระสงฆ์และญาติโยมในครั้งนี้ของนายสุวิทย์นั้น ก็หาใช่จะไร้ความหมายไปซะทีเดียว เพราะไม่แน่ว่า ต่อไป หากอยากจะกลับมาห่มผ้าเหลืองใหม่ นายสุวิทย์ก็ไม่ต้องเรียกประชุมอีกต่อไป ก็กลับไปคว้าเอา "มติเก่า" ในวันนี้นี่แหละ มาปัดฝุ่นใช้ เพราะไม่มีอายุความ

 

หัวหมอเรียกพี่แบบนี้ ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น "ศรีธนญชัย" นะคุณสุวิทย์นะ จะเหมาะสุดๆ แต่เอ..เดี๋ยวไปซ้ำกับ "ว.ตอแหล" เข้า เขาจะยอมหรือ เพราะคุณนายวอก็ตอแหลจนได้เป็น "เจ้าคุณ" ไปแล้ว

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 27 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264