เลื่อนประชุมมหาเถรสมาคม

 

ยกไป 30 ตุลาคม

 

กรรมการ มส. ชุดใหม่เข้าประชุมนัดแรก

 

เริ่มศักราชใหม่ในการบริหารกิจการพระศาสนา

 

หลังมีพระบรมราชโองการตั้งกรรมการ มส.

 

 

 

 

 

อา..ก็คิดว่าน่าจะลงตัวในหลายๆ ด้านแล้วนะ สำหรับงานพระศาสนาในศักราชใหม่ "ยุคมหาเถรสมาคมโดยพระบรมราชโองการ" สูงกว่าการแต่งตั้งโดยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งใช้อำนาจนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2505 บัดนี้ เราได้กรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่แล้ว จะเริ่มประชุมนัดแรก ในวันที่ 30 ตุลาคม 2562 อีกอาทิตย์เดียว ไม่นานเกินรอ

 

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เมื่อวาน ก็มีข่าวว่า "รัฐบาลได้แต่งตั้ง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในด้านกิจการพระพุทธศาสนา" มีอำนาจมากมาย แทบว่าสามารถเข้ามาล้วงลูกในสำนักพุทธฯ ได้อย่างสบายๆ

 

 

ก็สรุปง่ายๆ ว่า เวลานี้ เรามีความพร้อมแล้วหลายด้าน

 

1. ได้สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใหม่

2. ได้กรรมการมหาเถรสมาคม ชุดใหม่

3. ได้รัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดเก่านั่นเองก็ตาม

4. ได้ของแถม คือได้ พงศ์พร มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านกิจการพระพุทธศาสนา อีกต่างหาก

 

 

เชื่อว่า ก่อนจะถึงวันที่ 30 เดือนนี้ สิ่งที่ยังขาดไปอีก 1 เรื่อง ก็คงจะได้มาด้วย นั่นคือ

 

 

ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

 

ซึ่งเซียนพระแถวๆ พุทธมณฑลฟันธงว่า ไม่พ้นคนที่ชื่อ ณรงค์ ทรงอารมณ์ ซึ่งช่วงนี้กำลังอารมณ์ดี ออกงานในนาม "รักษาการ ผอ.พศ." เป็นว่าเล่น เพราะสมเกียรติ ธงศรี สวีวี่วีไปนั่งตรวจการที่สำนักนายกฯ แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

พุทธะอิสระ จ่อได้รับเกียรติได้รับการพิจารณาสถานะ

จากกรรมการมหาเถรสมาคมชุดพระราชทานเป็นคนแรก

 

 

 

แต่..แต่กรรมการ มส. ชุดใหม่ มีเรื่องใหญ่ให้ต้องพิจารณาเป็นวาระจร นั่นคือ การประกาศกลับมาครองผ้าเหลือง ของพุทธะอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ซึ่งถูกรัฐบาล คสช. จับสึก ไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561

 

 

โดยในวันที่ 27 ตุลาคม ศกนี้ นายสุวิทย์จะทำพิธี "ขอฟ้าขอฝน" ขอมติที่ประชุมคณะสงฆ์วัดอ้อน้อย และพุทธศาสนิกชนสายอ้อน้อย ให้ลงมติว่าตนเองจะได้นุ่งเหลืองห่มเหลืองหรือไม่

 

 

ถ้าคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนสายวัดอ้อน้อย "ลงมติ" ให้พุทธะอิสระ กลับมาห่มผ้าเหลืองได้ ก็จะถูกตั้งคำถามทันทีจากหลายฝ่าย และย่อมจะหนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าสู่การรับรู้ของ..มหาเถรสมาคม

 

 

เพราะใน พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505/2561 ระบุว่า "คณะสงฆ์ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม" และ "มหาเถรสมาคม มีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคม ออกข้อบังคับ วางระเบียบ ออกคำสั่ง มีมติ หรือออกประกาศ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายและพระธรรมวินัย ใช้บังคับได้ ฯลฯ"

 

 

และที่สำคัญก็คือ "เพื่อรักษาหลักพระธรรมวินัย และเพื่อความเรียบร้อยดีงามของคณะสงฆ์ มหาเถรสมาคม จะตรากฎมหาเถรสมาคม หรือวิธีลงโทษทางการปกครอง สำหรับพระภิกษุและสามเณร ทีประพฤติให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนา และการปกครองของคณะสงฆ์ ก็ได้"

 

 

ตัวอย่างอันชัดเจนที่สุดก็คือ กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21/2538 ซึ่งออกมาใช้กับพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์ในยุคนั้น นั่นคือ พระอาจารย์ยันตระ อมโรภิกขุ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงขลัง ถ้าหากจะนำมาใช้อีกสักครั้ง ก็รับรองว่า เหนือกว่ายันตระก็ไปไม่รอด

 

 

30 ตุลาคม ศกนี้ มีข่าวใหญ่ให้อ่าน อีกแล้วครับทั่น !

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 22 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264