โกงพรรษารอบ 2

 

พุทธะอิสระบอกนักข่าวไทยรัฐ

 

ปัจจุบัน ตนเอง มีพรรษา 35-37

 

 

 

 

 

 

 

พุทธะอิสระบอกอายุพรรษาต่อหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

อาฮ่ะ..ถ้าไม่บ้าก็คงเมาแล้ว สำหรับคนที่ชื่อ "นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ" ในเวลานี้ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานประจักษ์ว่า "ตนเองได้ทำการสึกแล้วบวชใหม่ ในปี พ.ศ.2544" นับถึงปัจจุบันก็น่าจะมีพรรษา 18 พรรษา เท่านั้น แต่นายสุวิทย์กลับบอกนักข่าวไทยรัฐกลางจออย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "อาตมามีอายุพรรษา 35-37"

 

 

 

ถ้าคิดว่ามีอายุพรรษา 35 นายสุวิทย์ต้องบวชพระในปี พ.ศ.2527

ถ้าคิดว่ามีอายุพรรษา 36 นายสุวิทย์ต้องบวชพระในปี พ.ศ.2526

ถ้าคิดว่ามีอายุพรรษา 37 นายสุวิทย์ต้องบวชพระในปี พ.ศ.2525

 

ไม่ปีใดก็ปีหนึ่ง !

 

ซึ่งทั้ง 3 ปีที่กล่าวมานั้น ไม่ได้ตรงกับ "ปีบวชครั้งสุดท้าย" ของพุทธะอิสระใน พ.ศ.2544 ก่อนจะถูกจับสึกในปี พ.ศ.2561

 

นี่แสดงว่า นายสุวิทย์เจตนาจะโกงอายุพรรษาของตนเอง หลังจากเคยถูกข้อหา "โกงอายุพรรษาครั้งแรก" ในปี พ.ศ.2544

 

 

 

มีข้อมูลจากสื่อดังต่อไปนี้

 

 

 


 

 

 

หลวงปู่สึกลดพรรษา !

 

 

 

การตกเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" เป็นสิ่งที่มีการคาดหมายกันนานแล้ว แต่สิ่งที่ไม่มีใครนึกถึงก็คือ แทนที่จะโดนข้อหาปาราชิก (เช่น เสพเมถุน อวดอุตริ ฯลฯ) อย่างที่นิยมกัน

 

 

หลวงปู่หนุ่มแห่งวัดอ้อน้อยกลับโดนข้อหาพิลึก นั่นคือ "สึกปุ๊ป-บวชปั๊ป" ซึ่งโยงใยไปถึงความขัดแย้งระหว่างพระศรีรัตนโมลี กับมูลนิธิธรรมอิสระ ที่เป็นคดีความกันอยู่ในชั้นศาล

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มูลเหตุขัดแย้งที่สะสมกันมานาน "อาทิตย์" ขอลำดับเหตุการณ์และตัวละครที่เกี่ยวข้อง นำเสนอเป็นพื้นความเข้าใจของท่าน

 

กุมภาพันธ์ 2544 : มีการจัดอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ที่วัดวังตะกู จังหวัดนครปฐม

 

มีนาคม-เมษายน 2544 : หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีข่าว "พระภิกษุสงฆ์ยกแขนขา ผิดหลักวิปัสสนา หวั่นลัทธิฝ่าหลุนกงแทรก" พาดพิงถึง "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ผู้เป็นวิทยากรว่า เป็นคนทรงหลวงปู่โลกอุดร และหวั่นจะเกิดลัทธิใหม่

 

 

พระเทพคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เสนอชื่อ "วัดอ้อน้อย" เป็น 1 ใ8 สำนักวิปัสสนาจารย์ ต่อ "สมเด็จพระมหาธีราจารย์" วัดชนะสงคราม แต่ถูกยับยั้งการเสนอชื่อในที่ประชุมมหาเถรสมาคม เหตุเพราะกรมการศาสนาตั้งข้อสังเกตว่า วัดอ้อน้อยมีหลักคำสอนที่บิดเบือน ต้องใช้เวลาตรวจสอบ

 

ต่อมา นายปัญญา สลักทองตรง และ นายเสนาะ ผดุงฉัตร เจ้าหน้าที่วิชาการกรมศาสนา ได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมได้สรุปว่า

หลักคำสอนของ หลวงปู่พุทธะอิสระ บิดเบือนจากพระไตรปิฎกไป 9 ข้อ ไม่สมควรอนุญาตให้ตั้งเป็นสำนักวิปัสสนาจารย์

พฤษภาคม - มิถุนายน 2544 : หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับเดิมตีพิมพ์บทความของพระศรีรัตนโมลี "กะเทาะเปลือกสัทธรรม ปฏิรูปพระวิปัสสนาจารย์ ต้องไม่ทรงเจ้า !"


พาดพิงเครื่องหมายของวัดอ้อน้อย (สวัสติกะ) เป็นเครื่องหมายฮิตเลอร์ การใช้ชื่อพุทธะอิสระ และธรรมอิสระ และเห็นหลวงปู่พุทธะอิสระกำลังเข้าทรงหลวงปู่โลกอุดร พร้อมระบุ ถ้าเป็นฝ่ายผิดเอง ก็จะพิจารณาตัวเอง โดยการลาสิกขาก็ยอม

กรกฎาคม 2544 : มูลนิธิธรรมอิสระ โดย นายนพพร ปริปุณณะ และ นายจิโรจน์ ทีปกานนท์ ฟ้อง นายพิเชษฐ์ อินทิน เจ้าของ นสพ. และพระศรีรัตนโมลี


ข้อหาหมิ่นประมาท มีการเจรจาจาก "เจ้าคณะจังหวัด" เพื่อไกล่เกลี่ยและให้ถอนฟ้อง โดยให้พระศรีรัตนโมลีแก้ข้อกล่าวหา

สิงหาคม 2544 : พระศรีรัตนโมลี ยอมเขียนหนังสือแก้ข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 ข้อ

อาทิตย์ รายสัปดาห์ ฉบับ 1183 ตีพิมพ์เป็นรายงานข่าว "พระศรีรัตนโมลี แก้ข่าว ขอรอมชอมคดีหมิ่นประมาท"


แต่อีกไม่นาน พ.อ. (พิเศษ) ทองขาว พ่วงรอดพันธ์ และ นายกมล ศรีนอก ได้ทำหนังสือยื่นต่อ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เพื่อให้ตรวจสอบการพบหลักฐาน "โกงพรรษา" ของ "พระสุวิทย์ ธัมมธีโร" (หลวงปู่พุทธะอิสระ)

กันยายน 2544 : มีใบปลิวแจกไปตามหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ ในจังหวัดนครปฐม และได้จากพระภิกษุสามเณรบางรูป กล่าวหา พระเทพคุณาภรณ์ และพระสุวิทย์ ธัมมธีโร ทำผิดกฎระเบียบและพระวินัยอย่างร้ายแรง

โดยพระเทพคุณาภรณ์กลายเป็นเป้าโจมตี ซึ่งกล่าวหาท่านได้รับ "รถตู้" และ "เงิน 8 หลัก" เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขอายุพรรษาของพระสุวิทย์ เพื่อการแสวงหาประโยชน์ทางคณะสงฆ์

ใบปลิวดังกล่าวอ้างว่ามาจาก "ชมรมชาวพุทธจังหวัดนครปฐม"

พระเทพคุณาภรณ์ แถลงข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาตามใบปลิว พร้อมชี้แจงยืนยันว่า เรื่องหลักฐานอายุพรรษา เป็นเรื่องความผิดพลาดด้านเอกสาร และได้อนุมัติให้ "พระสุวิทย์" ลาออกจากเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลเรียบร้อยแล้ว

ตุลาคม 2544 : หลวงปู่พุทธะอิสระ ตัดสินใจดับครหาประกาศ "สึกลดอายุพรรษา" กลางงานกฐินของวัดอ้อน้อย

กรณี "สึกลดพรรษา" ของหลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่ 2 วัน


ในวันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2544 หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ชี้แจงเหตุผลของการ "สึกลดพรรษา" ผ่านรายการ "คารวะแผ่นดิน" ทางสถานีวิทยา FM 99.5 MHz โดยมี "นายสนธิ ลิ้มทองกุล" เป็นผู้ดำเนินรายการ


เหตุผลของหลวงปู่พุทธะอิสระ ก็มีดังนี้

เหตุที่เราอยากสึกก็เพราะ เราอยากจะลดอหังการ มมังการ และมานะทิฐิ ความเป็นตัวเป็นตนซึ่งมีอยู่ในอุปกิเลส 16 ข้อ


พวกนักวิปัสสนาต้องมีและต้องรู้จัก และการลดอหังการ มนังการ และความถือตัวถือตนความเย่อหยิ่ง ทระนง จองหอง ยโส อวดดี พูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ อยากลดอีโก้ (ไอ้โก้) ตนเองลงบ้าง เท่านั้น

พูดง่ายๆ คือ ไม่อยากแก่ และจะได้ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องมีอะไรหนักหนา ทำงานของตนเองที่ตนเองรักไปก็คือทำงานพระศาสนา

การให้เหตุผลของหลวงปู่พุทธะอิสระมีมากกว่านั้น แต่อ่านดูแล้ว "ใช้ไม่ได้" คือ ไม่ตรงกับประเด็นที่ท่านปฏิบัติไป


เรื่องของเรื่องก็คือ ท่านต้องการให้วัดอ้อน้อยเป็นสำนักวิปัสสนา แต่ทางพระผู้ใหญ่ไม่ยอมรับ ซึ่งประเด็นนี้ ผมก็เห็นว่า "พระผู้ใหญ่ทำถูกต้องแล้ว"


หลวงปู่พุทธะอิสระ ท่านไม่เป็นพระวิปัสสนา ท่านเป็น "เกจิอาจารย์" อย่างเช่น หลวงพ่อคูณ หลวงพี่น้ำฝน ฯลฯ เป็นต้น


เมื่อพระผู้ใหญ่ไม่ยอม หลวงปู่พุทธะอิสระก็ฟาดงวงฟาดงา อาละวาด เหมือนเด็กที่ไม่ได้ดังใจ พอดีไปพลาดเรื่องการโกงอายุพรรษาเข้า

เมื่อจะถูกเล่นงานเรื่องนี้อีก ท่านก็ลดประชด และเกิดเหตุการณ์ "สึกลดพรรษา" ขึ้น คือ สึกแล้วบวชเดี๋ยวนั้นเลย

เรื่องนี้ อ่านแล้วก็น่าสะใจดี คือมันดี อ่านแล้วเลือดลมซู่ซ่า ถ้ามันเป็นหนัง ไม่ใช่เหตุการณ์จริง


หลวงปู่พุทธะอิสระ สึกแล้วบวช เพื่อประชดพระผู้ใหญ่นั้น ไม่ได้เป็นผลดีต่อตัวของหลวงปู่พุทธะอิสระเองเลย อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานยืนยันว่า ท่านไม่ใช่พระโพธิสัตว์แน่


พระโพธิสัตว์ไม่แก้ปัญหาแบบนี้

และที่ท่านบอกว่า "เหตุที่เราอยากสึกก็เพราะ เราอยากจะลดอหังการ มมังการ และมานะทิฐิ ความเป็นตัวเป็นตนซึ่งมีอยู่ในอุปกิเลส 16 ข้อ"


เราก็ไม่เชื่อ การจะลดอหังการ มมังการ และมานะทิฐิ ต้องไม่ใช้วิธีนี้ วิธีนี้เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ท่านมี "อหังการ มมังการ มานะทิฐิ" อยู่ท่วมตัว

 

นิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ 2544

 

 

 

 

ย้อนประวัติการบวชแล้วสึก

 

"อดีตพระพุทธะอิสระ"

 

ก่อนถูกจับค้านประกันตัว

 

 

 

ย้อนรอยประวัติการบวชแล้วสึก 3 ครั้ง "อดีตพระพุทธะอิสระ" จากเจ้าอาวาสวัด สู่แกนนำ กปปส. ก่อนถูกจับอั้งยี่ซ่องโจร-แอบอ้างเบื้องสูง ศาลค้านประกันตัว

 

จากกรณี อดีตพระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในคดีอั้งยี่ซ่องโจร ที่การ์ด กปปส. ร่วมกันทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาลได้รับบาดเจ็บสาหัส และแอบอ้างเบื้องสูง พร้อมนำตัวมาคุมขังที่เรือนจำ ซึ่งเบื้องต้นศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้น

 

ทั้งนี้ในการถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 นั้น นับว่าเป็นการสึกครั้งที่ 3 ของอดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งก่อนหน้านี้มีประวัติสึกมาแล้ว 2 ครั้ง โดย อดีตพระพุทธะอิสระ หรือ อดีตพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2499 เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ชื่อเดิมคือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ เคยบวชมาแล้ว 3 ครั้ง

 

ครั้งแรก
บวชครั้งแรกเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดคลองเตยใน กรุงเทพฯ ก่อนจะสึกไปรับราชการทหาร

ครั้งที่ 2

บวชอีกครั้งที่ จ.พัทลุง เมื่อปี 2526 ได้รับฉายา พระสุวิทย์ ธมฺมธีโร ก่อนจะเริ่มสร้างวัดอ้อน้อย จากที่ดินบริจาค จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง ซึ่งต่อมามีข่าวออกมาโจมตีว่า พระสุวิทย์ โกงอายุพรรษา จึงทำการประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งต่อหน้าพระสังฆาธิการ จ.นครปฐม ในวันที่ 16 กันยายน 2544
 

ครั้งที่ 3

หลังจากสึกรอบที่ 2 แล้ว ก็ทำการบวชใหม่ทันที เนื่องจากการสึกรอบก่อนหน้าเป็นการสึกที่เรียกว่า สึกลดพรรษา

 

ต่อมาในช่วงปี 2556-2557 อดีตพระพุทธะอิสระ ได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยได้ขึ้นเวทีแสดงธรรมและให้กำลังใจผู้ชุมนุมหลายครั้งในหลายสถานที่ รวมทั้งมีการปิดการจราจรในหลายพื้นที่ของ กทม. ซึ่งอดีตพระพุทธะอิสระเป็นแกนนำของผู้ชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะ

กระทั่งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา โดยมีชื่อของอดีตพระพุทธะอิสระรวมอยู่ด้วย

และในวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 อดีตพระพุทธะอิสระ ถูกจับกุมตัวตามที่เป็นข่าว ซึ่งถือว่าเป็นการสึกครั้งที่ 3 ของอดีตพระพุทธะอิสระ

 

 

 

 

ข่าว : YOUTUBE : 18 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264