พงศ์พรเงียบ !

 

 

ไม่ยอมออกมาพูดเรื่องเอกสาร ปปช-ศาลยุติธรรม

 

แถมโดดประชุม มส. นัดล่าสุด

 

สงสัยกำลังเก็บของออกจากพุทธมณฑล

 

 

 

 

 

 

ใบ้กิน !

From Hero to Zero

 

 

 

 

อา..โบราณว่า "เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง" ก็ไม่รู้ว่าจะหวนกลับมาเกิดขึ้นในยุคนี้อีกครั้งหนึ่งหรือไม่ กับเรื่องร้อนๆ ในวงการพระพุทธศาสนาเวลานี้ นั่นคือ มีเอกสารราชการหลายชุด หลุดออกมาสู่สาธารณชน ฟ้องว่า ใช่แค่วัดต่างๆ ในประเทศเท่านั้น ที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปใช้ แต่แม้แต่หน่วยงานราชการอื่นๆ ก็ยังได้รับอานิสงส์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ล้วนแต่นำเงินส่วนของสงฆ์ไปใช้ทั้งสิ้น

 

 

ปัญหามันอยู่ที่ว่า เมื่อเกิดคดีเงินทอนวัดขึ้นมา ก็มีการตีกลองประโคมข่าว จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อันมี "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" เป็นผู้อำนวยการ ออกข่าวเช้าเย็นว่า พระผิดอย่างโน้น พระผิดอย่างนี้ ต้องจับพระเลวสึก เพราะปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ สุดท้าย ถึงกับส่งกองกำลังปิดล้อมวัด-จับพระสึก เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

 

 

แต่ ณ วันนี้ มีข่าวใหม่ว่า มีหน่วยงานรัฐ คือ ปปช. และศาล ได้ทำเรื่องขอเงินงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปใช้ในโครงการของตนเองด้วย ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า เอ๊ะ ! พระใช้เงินอุดหนุนวัด ศาลอาญาพิพากษาว่าผิด แต่ศาลก็ดี ปปช. ก็ดี ขอเงินอุดหนุนวัดไปใช้นั้น ทำได้หรือ ไม่ผิดหรือ ?

 

 

 

 

 

 

 

ปปช. ชี้มูล ผอ.พศ. ให้เงินวัด ปฏิบัติมิชอบ

แต่ไม่ยอมตอบว่า ตะทีให้ ปปช. ไปใช้นั้น ชอบหรือไม่ ?

 

 

ที่มันคาใจก็คือว่า สองหน่วยงานดังกล่าว (ปปช-ศาล) ต่างก็เป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำสำนวนสอบสวนเสร็จ ก็ส่งให้ ปปช. ฟ้องต่อศาลอาญา (มิได้ผ่านอัยการ เพราะเป็นคดีฟอกเงิน) จากนั้นศาลอาญาจึงพิพากษาโทษ แต่กลับกลายเป็นว่า ศาลยุติธรรมและ ปปช. ก็ได้รับเงินอุดหนุนวัดจากสำนักพุทธฯ ด้วย มันก็เลยกลายเป็นดาบสองคม เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องลุกขึ้นมาช่วยกันชำระสะสางให้กระจ่าง ว่ามันจริงหรือไม่ ถูกหรือผิดอย่างไร ?

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม ตามพฤติกรรมของ ผอ.สำนักพุทธฯ คือ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่ได้เห็นตั้งแต่ต้นก็คือ มุ่งมั่นสอบสวนเอาผิดพระและวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนไปจากสำนักพุทธฯ ยุคนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ เป็น ผอ. ก่อนหน้านายพงศ์พร

 

 

 

 

 

 

ศาลอาญาก็ปัญหาเดียวกัน

 

พิพากษาว่าเจ้าคุณเอื้อนผิด ไม่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุดวัด

แต่ตัวศาลเองกลับไปขอรับเงินจากสำนักพุทธฯ ด้วย

ก็เลยไม่รู้ว่า ถ้าศาลต้องขึ้นศาล จะพิพากษาว่าอย่างไร ?

 

 

 

 

หัวใจสำคัญของเรื่องก็คือ เอกสารเหล่านั้นระบุว่า "ผู้ที่โอนเงินอุดหนุนวัดให้แก่ศาลยุติธรรมและ ปปช. ใช้ในโครงการระหว่างหน่วยงาน ก็คือ นายนพรัตน์และนายพนม ซึ่งเป็นผู้โอนเงินให้แก่วัดต่างๆ ส่งผลให้วัดเหล่านั้นต้องคดีอาญาทั่วหน้า" จึงเกิดปัญหาว่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้น แล้วศาลยุติธรรมและ ปปช. จะต้องคดีในข้อหา "ฟอกเงิน" ด้วยหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเอาผิดในกรณีดังกล่าว

 

 

แน่นอนว่าต้องเป็น "นายพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ." นั่นเอง เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง ในเมื่อเอาเรื่องพระและวัดได้ ก็ต้องเอาเรื่องศาลและ ปปช. ได้ ไม่มีข้อยกเว้นทางกฎหมาย ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็จะโดนข้อหา "ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" รวมทั้ง "ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" เพราะเจาะจงเล่นงานเฉพาะวัดและพระเท่านั้น ส่วนหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งรับเงินไปด้วย กลับเพิกเฉย

 

 

วันนี้ วัด พระเณร และชาวพุทธ ทั่วโลก กำลังรอคำตอบจากนายพงศ์พร ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่อย่างไร แต่นายพงศ์พร (ซึ่งเชื่อว่ารู้เรื่องแล้ว) กลับเงียบ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ยอมเข้าประชุมมหาเถรสมาคม และไม่ยอมให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องอื่นๆ นั้น ทำเป็นรู้ไปหมด

 

 

ข่าวที่ออกมาในช่วงหลัง พร้อมกับภาพของนายพงศ์พรเข้าวัดปากน้ำ ไปกราบและร่วมทำบุญกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ถึงสองครั้งภายในอาทิตย์เดียว น่าจะทำให้ภาพพจน์ของนายพงศ์พร "สดใส" แต่กลับกลายเป็นว่า "ติดลบ" เหมือนตั้งใจจะไป "ไถ่บาป" ก่อนเกษียน ขณะที่พระมากมายหลายรูป ยังคงติดคุกติดคดี

 

 

แต่ว่าน่าจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว กรรมเวรคงจะมาตามทันเสียก่อน จึงก่อให้เกิดกรณี "เอกสารราชการรั่ว" กระจายไปในสื่อ ซึ่งจะส่งผลให้ "พงศ์พร" ต้องถูกฟ้องร้องก่อนเกษียน และคดีคงจะคาราคาซังไปจนบั้นปลายของชีวิต ไม่ต่างจากนายนพรัตน์และนายพนม ผอ.พศ. รุ่นพี่ ที่มีคดีติดตัวมัวหมองมาจนกระทั่งวันนี้

 

 

วันนี้ ดูทีว่า นายพงศ์พร เลือกจะใช้วิธี "หนีหน้า" ไม่ยอมออกมาเจรจาพาทีก็ไม่เป็นไร เพราะตัวเองมีสิทธิ์เลือก แต่ขอเตือนว่า การเลือกใช้วิธีการดังกล่าว มันไม่ง่าย นอกจากจะไม่สง่างามแล้วก็ยังไม่สามารถหยุดเรื่องราวได้ ถ้าฉลาด ก็ต้องรีบออกมาพูด ดีกว่าถูกบีบปาก จะเลือกแบบไหนก็ตามสบาย แต่เชื่อว่าชาวพุทธส่วนใหญ่คงไม่มีใครเขาหยุด เขาต้องออกมาจี้ให้พงศ์พรตอบคำถามให้กระจ่าง มิเช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ไปไหน เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม : 10 กันยายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264