คุก 3 ปี พระพรหมกวี

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร

ข้อหาทุบทำลายโบราณสถาน

ศาลเมตตาให้รอลงอาญา 1 ปี

สำนักพุทธฯ การันตีไม่ต้องสึก !

 

 

 

 

 

 

 

พระพรหมกวี หรือเจ้าคุณประกอบ

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร รักษาการเจ้าคณะภาค 13

 

 

 

 

อา..านนี้มีประเด็นให้ถกเถียงกันเยอะเลยทีเดียวเชียวล่ะครับท่านพระครู ดูกันตั้งแต่ "ตัวเจ้าคุณประกอบ" ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติอันเอกอุ เป็นทั้งเณรเปรียญรุ่นเดียวกับเจ้าคุณประยูรและเจ้าคุณสุชาติ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง เป็นเจ้าคณะภาค ร่ำๆ ว่าจะได้เป็นกรรมการ มส. แต่พอมาโดนคดีนี้แล้วแพ้ มันก็แสดงถึงสมรรถภาพว่าจะสามารถขึ้นเป็น มส. ได้อย่างไร ในเมื่อตัวเองก็เอาตัวไม่รอด บริหารวัดก็เสียหายถึงคุกตะราง ปิดทางได้เป็นใหญ่เป็นโตในวงการสงฆ์ ถ้าไม่มีการเล่นเส้นเล่นสายเหมือนสมัยก่อนนะ

 

 

แต่กรณีที่ทาง "สำนักพุทธฯ" ได้เสนอหน้าออกมายืนยันว่า "กรณีลงอาญาไม่ถือว่าผิด ไม่ต้องติดคุก จึงไม่ต้องสึก และยังดำรงตำแหน่งเหมือนเดิมทุกประการ" นั้น มันทะแม่งๆ เพราะ..

 

 

 

 

 

พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักพุทธ

 

 

จับพระเข้าคุกไปหลายรูป กิตติศัพท์สะท้านสะเทือน จนพระสงฆ์ไทยไม่มีใครกล้าไปพุทธมณฑล กลัวถูกพงศ์พรจับสึก

 

 

 

 

1. สำนักพุทธฯ มิใช่กองวินัยธรของพระ จะพูดอะไรออกมาก็ต้องอ้างอิงคำพระที่ผ่านการพิจารณาอย่างเป็นกระบวนการอย่างชัดเจน เช่นศาลสงฆ์ หรือพระที่ดำรงตำแหน่งในมหาเถรสมาคม แต่นี่ทางศาลสงฆ์หรือทางมหาเถรสมาคมยังไม่ทันได้พูด หรือจะยังไม่ทันได้อ่านข่าวด้วยซ้ำไป ทางสำนักพุทธฯ ก็ออกหน้ามาการันตีให้เจ้าคุณประกอบแล้ว ถามว่าทำงานแบบนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ล่ะฮะ คุณพงศ์พร เจ้าของฉายา "ผอ.สำนักพุทธฯ ที่พระภิกษุสามเณร ไม่สนิทสนมที่สุดในประวัติศาสตร์" จับกรรมการมหาเถรเข้าคุกได้ตั้งหลายรูป ก็ช่วยชี้แจงแถลงไขด้วย ว่ากรณีพระพรหมกวีนั้นจะไปทางไหน ?

 

 

 

2. กรณีหรือคดีนี้ ถือว่าเจ้าคุณประกอบผิดชัดเจน มาตรว่าไม่ถึงปาราชิก แต่ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการระดับสูง เป็นถึงเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวงและเจ้าคณะภาค แต่ดันทำผิดถึงติดคุก จะไม่มีการลงโทษทางสงฆ์อะไรเลยหรือ ไม่มีการลาออกเพื่อแสดงสปิริต หรือการสั่งปลดจากตำแหน่งเพื่อลงโทษในทางการปกครอง อะไรเลยหรือ นี่หรือคือมาตรฐานสังคมสงฆ์ไทยที่เราหาพระสังฆราชที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย เพื่อจะเอาไว้ไหว้เพียงรูปเดียว ที่เหลือจะอย่างไรก็ชั่ง อย่างนั้นหรือฮะท่านมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

 

พุทธะอิสระได้อานิสงส์จากเจ้าคุณประกอบ

 

"ศาลสั่งลงอาญาไม่ถือว่าปาราชิก"

 

 

 

3. ถ้าทางสำนักพุทธฯ ออกมาการันตีให้ ในฐานะที่ ผอ.พศ. มาจากการแต่งตั้งโดย ม.44 ก็เท่ากับว่าคณะรัฐประหาร หรือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การันตีสถานะของเจ้าคุณประกอบ ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็จะส่งผลกระทบต่อสถานะของอีกบุคคลหนึ่ง คือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย ที่ยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ เพราะมิได้ติดคุก เพียงแต่ศาลเมตตา "รอลงอาญา" เหมือนกับเจ้าคุณประกอบเป๊ะ แบบนี้ก็เป็นข้ออ้างให้นายสุวิทย์ได้ห่มผ้าเหลืองใหม่ เพราะทุกวันนี้แกก็แทบไม่ออกไปไหนอยู่แล้ว ทำตัวใหญ่คับวัดอ้อน้อยยิ่งกว่าพระสงฆ์องค์เณร

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณเกษมออกมาห้ามพุทธะอิสระบวชใหม่

ถามว่า กล้าหรือไม่ วินิจฉัยเจ้าคุณประกอบ รุ่นใหญ่กว่า

 

 

 

 

4. แต่มีกรณีเปรียบเทียบเช่นกัน เพราะเมื่ออดีตพระพุทธะอิสระประกาศจะกลับมาบวชใหม่ ก็มีนักเลงใหญ่จากวัดราชาธิวาส คือท่านเจ้าคุณพระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) ได้ออกมาตีปลาหน้าไซว่า "พุทธะอิสระบวชไม่ได้ เพราะขาดจากความเป็นพระไปด้วยข้อหาปาราชิก ใครขืนบวชให้ต้องถูกลงโทษทางสงฆ์" สังคมสงฆ์ไทยก็อยากจะได้ยินพระธรรมกิตติเมธีด้วยว่า จะออกมาวินิจฉัยในคดีของพระพรหมกวีเช่นใด ในเมื่อรูปคดีมันใกล้เคียงกัน นะฮะ กล้าหรือเปล่า ?

 

 

 

 

 

 

วัดกัลยาณมิตร ฝีมือเจ้าคุณประกอบ

 

 

 

 

ศาลสั่งจำคุก 3 ปี พระพรหมกวี ผิดคดีทุบโบราณสถาน

 

ศาลตัดสินเจ้าอาวาสวัดกัลยาฯ มีความผิด คดีทุบทำลายโบราณสถานภายในวัด มีโทษ 3 ปี แต่รับสารภาพ จึงลดหย่อนโทษ และให้รอลงอาญา 1 ปี สำนักพุทธฯชี้เจ้าอาวาสวัดกัลยาฯ ทำตามหน้าที่เจ้าอาวาส มีเจตนาพัฒนาวัด แต่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายของกรมศิลป์ ยันไม่ต้องสละสมณเพศ

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร ได้ดำเนินการแจ้งความคดีทุบทำลาย โบราณสถาน วัดกัลยาณมิตร เมื่อปี 2558  ต่อ สน.บุปผาราม และต่อมาทางอัยการได้พิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางฝ่ายนิติกรของตนได้แจ้งมาว่า ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวแล้ว โดยตัดสินว่า เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร มีความผิด ต้องโทษจำคุก 3 ปี แต่ทางเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดหย่อนโทษให้เหลือ 1 ใน 3 คือ เหลือโทษจำคุก 1 ปี และพิพากษาให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากทางวัดกัลยาณมิตรมีการรื้อถอนศาลาราย และกุฏิในคณะ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานตามประกาศของกรมศิลปากร 

นายบวรเวท กล่าวต่อไปว่า สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีแรกที่ศาลได้ตัดสิน หลังจากที่ทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการแจ้งความวัดกัลยาณมิตร ที่ สน.บุปผาราม ซึ่งหลังจากนี้ยังมีอีก 2 คดี กำลังอยู่ในการพิจารณาคดีของศาล โดยจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุบทำลายโบราณสถาน วัดกัลยาณมิตร ทั้งนี้ การที่ตนต้องดำเนินการเข้าแจ้งความในขณะนั้น เพราะการกระทำของวัดกัลยาณมิตรได้มีการทุบทำลายโบราณสถานในเขตโบราณสถาน ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม 2535


ด้านพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กล่าวว่า ศาลให้รอลงอาญา 1 ปี ดังนั้น การตัดสินในคดีดังกล่าวถือว่าจบแล้ว สิ้นสุดแล้ว

 

ขณะที่ นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะรองโฆษก พศ. กล่าวว่า กรณีของเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ถือว่าท่านดำเนินการตามหน้าที่เจ้าอาวาสวัด ที่ระบุใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ให้เจ้าอาวาสมีหน้าที่ บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ท่านจึงดำเนินการบูรณะพัฒนาวัด ดูแลทรัพย์สินวัดตามหน้าที่ของเจ้าอาวาส แต่การดำเนินงานของท่านกลับไม่สอดคล้องกับกฎหมายของทางกรมศิลปากร จึงเกิดการแจ้งความฟ้องร้องขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ในทางคณะสงฆ์ถือว่าท่านไม่ได้มีความบกพร่อง เพราะท่านทำตามหน้าที่ของเจ้าอาวาส และท่านไม่ได้ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัย ประกอบกับการตัดสินของศาล คือ ให้รอลงอาญา 1 ปี ดังนั้น สถานะทางสมณเพศของท่านยังคงอยู่ รวมไปถึงตำแหน่งทางการปกครองสงฆ์ด้วย  

พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กล่าวสั้นๆ ว่า หลังจากศาลพิพากษาและให้รอลงอาญา 1 ปี เชื่อว่าคดีนี้คงสิ้นสุดแล้ว

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 25 เมษายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264