อาจารย์เอื้อนยังไม่ลาสิกขา !

 

 

ศิษย์วัดสามพระยาประกาศสถานะพระอาจารย์ใหญ่

 

จัดโปรแกรม "เดินเท้าเข้าคุก-เยี่ยมหลวงพ่อ" อย่างต่อเนื่อง

 

จนกว่า..ศาลจะมีคำพิพากษา

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากศาลได้เปิดบัลลังก์ไต่สวน "คดีเงินทอนวัด" ของอดีตพระพรหมดิลก หรือท่านเจ้าคุณเอื้อน อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ทายาททางธรรมของอดีตสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) ซึ่งกล่าวขานกันว่า เป็นประหนึ่งสมเด็จพระสังฆราชในฝ่ายมหานิกาย ภายหลังจากอดีตพระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ ป.ธ.8) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ถูกรัฐบาลเผด็จการ "สฤษดิ์ ธนะรัชต์" ล้มล้าง จับกุม คุมขัง สั่งถอดยศ ปลดจากตำแหน่ง และขังลืมไว้นานถึง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2505 ถึง 2509 ซึ่งหนึ่งในข้อหาอมตะนั้นก็คือ "มีพฤติกรรมเป็นคอมมิวนิสต์"

 

 

พอพระพิมลธรรมล้ม ก็เท่ากับสำนักวัดมหาธาตุล้ม ศูนย์อำนาจแห่งใหม่ของคณะสงฆ์ไทยจึงย้ายไปอยู่ที่ "วัดสามพระยา" มาตั้งแต่นั้น จนกระทั่งสมเด็จฟื้น ท่านสามารถสร้างศาสนทายาทระดับ "ซูเปอร์สตาร์" ได้หลายรุ่น รุ่นแรกๆ เรียกนาม "ห้าเสือ" ได้อย่างเหมาะเจาะว่า "นิยม เกี่ยว พลอย ช้อย ช่วง" ซึ่งทั้งห้าท่านเหล่านี้ ได้เข้ามากุมอำนาจบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทย แทนสมเด็จฟื้น ต่อบอลรับลูกกันมาในทีมสามทหารเสือ "นิยม-เกี่ยว-ช่วง" พอมาถึงช่วง น่าจะเป็นช่วงต่อไป กลับกลายเป็นช่วงสุดท้าย เพราะถูกสกัดกั้นไม่ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สาเหตุก็นิดเดียว คือเป็นอุปัชฌาย์ของ "ธัมมชโย" คนโตแห่งคลองสาม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีก็ปีกกล้าขาแข็ง สยายปีก "ธรรมกาย" ไปทั่วประเทศ แถมยังได้ "แม้ว" มาเป็นศิษย์เอก เลยถูกรัฐบาลทหารขึ้นบัญชีดำ "ไม่ไว้วางใจ" เลยเกิดยุทธการ "ม.44" ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย ส่งผลให้ "หลงพ่อ" ต้องแสดงฤทธิ์ หายตัวไป ไม่ปรากฏกายให้เห็นจนบัดนี้

 

 

ส่วนอาจารย์เอื้อน หน่อเนื้อเชื้อไขของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ฟื้นนั้น กลับเชื่อมั่นในทฤษฎีที่ว่า "สีเหลืองสีแดงมิใช่ปัญหา เพราะว่าทุกสีย่อมจะมีความจงรักภักดีไม่ต่างกัน" จึงประกาศหนุนธรรมกาย และเชียร์แม้ว ผ่านสื่อมายาวนาน อีกด้านในฐานะ "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" ก็ระดมพระสงฆ์สังฆาธิการ "ทั่วกรุง" เข้าไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรแด่พระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ต่อเนื่องมาจนถึงรัชกาลที่ 10

 

 

แต่แล้วสุดท้าย พลังแห่งความจงรักภักดี ก็ไม่สามารถปกป้องคุ้มครองอาจารย์เอื้อนได้ เพราะถูกมองว่า "เป็นสายธรรมกายในมหาเถร" เป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ อยู่ในกลุ่มที่จะต้องถูก "กวาดล้าง" ออกจากมหาเถรสมาคม ซึ่งประกอบด้วย พระพรหมสิทธิ (ธงชัย) วัดสระเกศ พระพรหมเมธี (จำนงค์) วัดสัมพันธวงศ์ และพระพรหมดิลก (เอื้อน) วัดสามพระยา ซึ่งถูกฟ้าผ่าในวัน-เวลาเดียวกัน คือเช้าตรู่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561

 

 

 

 

 

 

 

พระพรหมสิทธิ-พระพรหมดิลก-พระพรหมเมธี

 

 

พระพรหมจำนงค์ กระโดดข้ามโขงและวิ่งไกลไปถึงเยอรมนี จนบัดนี้ยังไม่ยอมกลับ บิ๊กแป๊ะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เบิกเบี้ยเลี้ยงรอบพิเศษ บินไปรับตัวถึง 2 รอบ ได้แห้วกลับมาเต็มลำ เพราะทางการเยอรมนีไม่ยอมให้ตัว

 

พระพรหมธงชัย หนีไปได้ 3 วัน ข่าวว่าน่าจะไปไกลถึงลอนดอน แต่สุดท้ายกลายเป็น "ห่วงคนอื่นมากว่าตัวเอง" หันหลังกลับมายอมมอบตัวเจ้าหน้าที่-ต่อหน้าพระประธานในโบสถ์วัดสระเกศ เสร็จ คสช. ไปอีกราย ท่องตำรามาตั้งนาน "สงครามไม่มีคำว่าปรานี" แต่เพราะเป็นพระจึงใช้เมตตานำหน้า คงไม่ต่างจากนาลันทาในวันล่มสลาย หลังมอบตัวไปแล้ว กองเชียร์เจ้าคุณธงชัยบ่นกันพึมพัมเป็นหมีกินผึ้งว่า "กลับมาทำไม ไปถึงไหนแล้ว อะไรไปดลใจให้กลับมา ฯลฯ"

 

ส่วนพระพรหมดิลก-เอื้อนนั้น กลับทำใจดีสู้เสือ เพราะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า "ตัวเองไม่ผิดอะไร" ถึงใครจะจับก็ไม่หนี จะสู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนตาย เลยได้เข้าคุก ถูกจับนุ่งกางเกงก่อนเพื่อน ทั้งๆ ที่ว่ากันว่า ถ้าคิดจะหนีแล้ว ก็น่าจะไปได้ไวและไกลกว่าพระพรหมจำนงค์ด้วยซ้ำไป เพราะเส้นสายของเจ้าคุณเอื้อนทั้งในและต่างประเทศนั้น แน่นหนาและกว้างไกลมาก หากแต่ไม่ยอมใช้เอง เป็นการลิขิตชะตาชีวิตให้เป็นเช่นนั้นเอง..ตถตา ก็ไม่น่าเชื่อ เพราะว่าโดยอุปนิสัยนั้น เจ้าคุณเอื้อนเลือดนักเลงอยุธยา ครบเครื่องทั้งเหลี่ยมทั้งคู บทสู้แล้วไม่เคยถอยและไม่ยอมแพ้ แต่บทจะยอมก็ยอมเสียดื้อๆ จนคนที่คุ้นเคยก็ยังงง ว่าเจ้าคุณเอื้อนเป็นอะไร ทำไมไม่หนี !

 

แต่การที่พระพรหมดิลก-เอื้อน ไม่หนีคดีนั้น ก็กลายเป็น "จุดดี" คือได้รับการพิจารณาคดี "ก่อน" อาจจะได้รับความเมตตาจากศาล ในฐานะที่ยินยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่หนี (มีกรณีพระพรหมเมธีเปรียบเทียบ) มาตรว่าผิดก็ย่อมจะได้รับการผ่อนโทษ จากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นบาง อย่างน้อยก็เชื่อว่า คดีของพระพรหมดิลกจะสิ้นสุดไวกว่าทุกรูป

 

16 พฤษภาคม 2562 เป็นวันแรก ที่ศาลอาญานัดพิพากษาคดีความของอดีตพระพรหมดิลก ซึ่งศิษยานุศิษย์วัดสามพระยา มีความเชื่ออย่างสนิทใจ "หลวงพ่อของเขาไม่ได้ทำความผิด" และมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า "ศาลคงจะให้ความยุติธรรมแก่หลวงพ่อของเขา" ซึ่งคงไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้ "หลวงพ่อเอื้อน" ยังคงสถานะเป็นพระภิกษุ ได้กลับวัดสามพระยาทั้งผ้าเหลือง

 

ส่วนในบั้นปลายนั้น ทางศิษยานุศิษย์คงจะมุ่งมั่นดูแล "หลวงพ่อเอื้อน" ของเขาไป..จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะคุณงามความดี ที่หลวงพ่อเอื้อนได้สร้างไว้ ในช่วงเวลาแห่งชีวิตที่ผ่านมานั้น มากมายมหาศาล จึงมีคนรักมากมายดังที่เห็น

 

 

 

เป็นทั้งเรื่องกรรม เรื่องเวร และเรื่องบุญ เรื่องคุณ

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 17 มีนาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264