หนกลางวุ่น !

 

 

รองภาคไม่กล้ารักษาการ

 

ตบเท้า "ลาออก" เป็นแถว

 

สมเด็จสมศักดิ์แก้เกม ตั้งใหม่ กลับไปกลับมา

 

 

 

 

 

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม)

เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

 

 

อา..ก็ถือว่าเป็นการ "ลองของ"  เจ้าคณะใหญ่หนกลาง "อย่างแรง" ที่บรรดา "รองภาค" ในเขตหนกลาง ไม่ไว้หน้า "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" ซึ่งทรงอิทธิพลสูงสุดในปัจจุบัน

 

อดีตนั้น เมื่อผู้ใหญ่ "ชี้ให้" ใครเป็น คนนั้นก็..ต้องเป็น ไม่มีการอิดเอื้อนใดๆ ดูอย่าง "มหาสายชล" สิ "ทุกอย่างขึ้นกับหลวงพ่อสมเด็จ" หลวงพ่อให้เป็นก็เป็น หลวงพ่อไม่ให้เป็นก็..ไม่เป็น เป็นทั้งข้ออ้างและเป็นทั้งเกราะกำบังหาความชอบธรรมให้แก่ตนเอง ในการเกาะติดเก้าอี้ที่มีกิเลสเป็นเครื่องร้อยรัด

 

แต่สมเด็จสมศักดิ์ท่านก็คิดผิดไป มองไม่ทะลุว่า การตั้งให้ "รองภาค" ขึ้นรักษาการภาค "พร้อมๆ กัน" นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการ "ปลดภาค" ออกทั้งหมด มันก็เหมือนกับการ "ปลดเจ้าอาวาส" และให้ "รองเจ้าอาวาส" ขึ้นรักษาการแทน โดยทั้ง "อดีตเจ้าอาวาส" ก็ยังอยู่ แถมยังอยู่อย่างผู้มีบารมีภายในวัด แล้วถามว่า "รองเจ้าอาวาส" จะทำงานได้อย่างไร เพราะบารมีมันข่มกันเห็นๆ

 

กรณี "ตั้งรองภาคขึ้นรักษาการพร้อมกัน" ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน สมเด็จสมศักดิ์อาจจะเพ่งเล็งไปที่ "ภาคหนึ่ง" ของมหาสายชล ว่าสมควร "ว่างไว้" ไม่ให้เกิดคำครหาเพราะว่าเป็นหนังหน้าไฟ จึงให้ "เจ้าคุณมีชัย-รองภาค" ขึ้นมารักษาการ จนกว่าจะได้เจ้าคณะภาครูปใหม่ แต่ในเมื่อจะใช้สูตรนี้แล้ว ก็ต้องใช้ "ทั้งหน" จึงโดนโละหมด ไม่ว่าจะเป็น ภาค 1-2-3-13-14-15 ซึ่งถ้าแค่ "ภาคหนึ่ง" ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ภาคอื่นๆ นั้น มีผู้ใหญ่ระดับ "กรรมการ มส." และผู้ทรงอิทธิพลมากมาย แทบว่าไม่ด้อยบารมีไปกว่าสมเด็จสมศักดิ์เจ้าคณะใหญ่ด้วยซ้ำไป ได้แก่

 

ภาค 2 ของพระพรหมบัณฑิต หรือท่านเจ้าคุณประยูร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็บารมีคับเมือง ขนาดว่า "กล้าลุก" จากเก้าอี้อธิการบดี มจร. แต่ตำแหน่งภาคก็ดี กรรมการ มส. ก็ดี ก็ยังอยู่ครบ แล้วจะมาปลดให้รองภาคขึ้นทำงานแทน มันไม่เกินไปหน่อยหรือ

 

ภาค 3 ของพระธรรมปริยัติโมลี หรือเจ้าคุณอาทร วัดบพิตรพิมุข นี่ก็อยู่ในตำแหน่งมายาวนาน แบบว่าฐานการเมืองแน่นปั๋ง โดนงัดราก ทั้งต้นทั้งโคนก็ล้มทับคนอยู่ใกล้

 

ภาค 13 ของพระพรหมกวี หรือเจ้าคุณประกอบ เพื่อนร่วมรุ่นของเจ้าคุณประยูร และรุ่นน้องของสมเด็จสมศักดิ์ สั่งปลดเขาแบบไม่ไว้หน้าแบบนี้มันก็เกินไป จะมองหน้ากันติดได้อย่างไร

 

ภาค 14 ของพระธรรมโพธิมงคล หรือเจ้าคุณสมควร วัดนิมมานรดี ภาคนี้ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเจ้าคุณสมควรเพิ่งจะเป็นภาคได้ไม่นาน แต่ความใหม่ก็ยังไม่อยากเก่า จึงเดาว่าคงไม่พอใจอีกเช่นกัน

 

ภาค 15 ของพระพรหมเวที หรือเจ้าคุณสุเทพ วัดพระปฐมเจดีย์ นี่ก็สุดยอดผู้ยิ่งใหญ่ เงินเยอะเพราะวัดใหญ่ ไม่ได้ขอใครกิน ตำแหน่งที่ได้มาก็เพราะวาสนาบารมี ไม่มีการวิ่งเต้นเส้นสาย แต่จู่ๆ จะมาปลดกันนั้น นักเลงเขายอมความกันไม่ได้

 

 

บรรดา "เจ้าคณะภาค" เหล่านั้น ท่านคงมองว่า สมเด็จสมศักดิ์จะ "ล้างขี้" ที่ก้นของตนเอง เพราะตั้งมหาสายชลเป็นเจ้าคณะภาคอย่างผิดฝาผิดตัว ก็ถือว่าเป็นเรื่องของสมเด็จสมศักดิ์ เพราะตั้งกันในกุฏิตัวเอง คนอื่นไม่ได้เกี่ยว แล้วจะให้เขาไปเกี่ยวข้องในตอน "ปลด" ได้อย่างไร มันไม่แฟร์ ที่แน่ๆ ก็คือ "หนอื่นๆ ทำไมเขาไม่ทำเหมือนหนกลาง" นั่นคือปัญหาคาใจ

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลนั้น เลยกลายเป็นแรงกดดันไปที่ "รองภาค" ให้ต้องทำหนังสือ "ขอลาออก" จากรักษาการภาคทั้งหนกลาง เป็นการ "ตบหน้า" เจ้าคณะใหญ่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์การปกครองของคณะสงฆ์ไทย

 

 

เหตุผลที่สมเด็จสมศักดิ์ "อ้างไว้" ในคำสั่งหลังสุดก็คือ "รองภาคขอลาออกจากรักษาการ" จึงตั้งให้ "อดีตเจ้าคณะภาค" เป็นผู้รักษาการ "เพื่อให้กิจการคณะสงฆ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย" นั่นหมายถึงว่า ถ้าอดีตเจ้าคณะภาคไม่ได้เป็น กิจการคณะสงฆ์ก็คง..ไม่เรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดมันได้แสดงออกแล้วว่า รองภาคไม่มีอำนาจ และไม่กล้า

 

 

ถามว่า ปัญหาใหญ่ครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของใคร ก็เห็นจะไม่ต้องตอบ เพราะผู้รับผิดชอบก็คือคนตั้ง ส่วนใครตั้งก็ขอให้ "อ่าน" ในท้ายคำสั่งเอาเอง

 

 

ดังที่ เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ได้วิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า "การตั้งรองภาคขึ้นรักษาการของเจ้าคณะใหญ่หนกลาง" ขณะที่หนอื่นๆ เขาตั้งอดีตเจ้าคณะภาคทั้งหมดนั้น เป็นการเล่น "ล้ำหน้า" ของสมเด็จสมศักดิ์ไปเพียงรูปเดียว เจ้าคณะใหญ่อีก 3 รูปเขาไม่เล่นด้วย จึงต้องรอดู "ผลลัพธ์" ว่าจะออกมาอย่างไร สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาว สมเด็จสมศักดิ์ต้อง "กลับลำ" กลับมาตั้ง "อดีตภาค" ขึ้นเป็นรักษาการเหมือนหนอื่นๆ กลืนน้ำลายตัวเองต่อหน้าสาธารณชน จนแต้มกลางกระดาน

 

 

ซึ่งก็เป็นคำตอบได้อย่างดีว่า ที่มีปัญหาในคณะสงฆ์ไทยมายาวนานหลายปี ตั้งแต่กรณีธรรมกาย มาจนถึงกรณี "รักษาการภาค" ลาออกทั้งหมดครั้งนี้ ปัญหาใหญ่นั้นอยู่ที่ "สมเด็จสมศักดิ์" นั่นเอง ที่ไม่มีกึ๋น ไร้บารมี ไม่มีความเด็ดขาด และไร้วิสัยทัศน์โดยสิ้นเชิง ในการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

 

ไม่เปลี่ยนผู้ดำรงตำแหน่งนี้ รับรองว่าคณะสงฆ์ไทย "เละต่อไป" อีกร้อยปี

 

 

 

 

ชักเข้า-ชักออก

 

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 28 ตุลาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264