กฎเดียวกัน !

 

สำนักพุทธฯแจงสี่เบี้ย

 

กรณีตั้งรักษาการเจ้าคณะภาคต่างกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

จากซ้ายไปขวา

 

 

 

1. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

 

3. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

 

4. พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ (ตรัง) เจ้าคณะใหญ่หนใต้

 

 

 

 

 

 

เสียงแตก

 

 

 

 

อา.. ถ้าเป็นดังที่ "คุณสิปป์บวร แก้วงาม" โฆษกสำนักพุทธฯ ชี้แจงมานั้น เป็นความจริง ก็แสดงว่า กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 23 มีความหมายต่างกัน หรือต่างมาตรฐาน เพราะมีการ "แต่งตั้ง" แตกต่างกัน เพราะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้แต่งตั้ง "รองเจ้าคณะภาค" ขึ้นรักษาการแทนเจ้าคณะภาคทั้งหมด แต่หนอื่นๆ หาได้ทำตามเจ้าคณะใหญ่หนกลางไม่ ทุกท่านได้ให้ "เจ้าคณะภาคองค์เก่า" เขารักษาการไปพลางก่อน ถ้าคุณสิปป์บวรอ้างว่าเป็นการใช้กฎมหาเถรสมาคม "โดยเคร่งครัด" ก็อยากจะถามว่า เคร่งยังไง ครัดยังไง ทำไมถึงได้ต่างกัน ?

 

 

กรณี สมเด็จสมศักดิ์-เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้แต่งตั้ง "รองเจ้าคณะภาค" ขึ้นรักษาการแทนเจ้าคณะภาคในหนกลาง "ทั้งหมด" นั้น ดูไปก็เหมือนจะเป็นการ "ส่งสัญญาณ" ให้แก่ทางรัฐบาลและสำนักพระราชวัง "ได้ใช้ดุลพินิจ" ในการแต่งตั้ง "เจ้าคณะภาค" ชุดใหม่ โดยไม่ต้องเกรงใจ "ชุดเก่า" ซึ่งต้องใช้ "พระบรมราชโองการ" ในการแต่งตั้ง แบบว่าเป็นการช่วย "เคลียร์พื้นที่" ตรงนี้เป็นท่าทีที่ "ดีมาก" ของสมเด็จสมศักดิ์ ถือว่าเป็น "ผลงาน" ที่น่าชื่นชมที่สุดในชีวิตของสมเด็จสมศักดิ์เลยทีเดียว อย่างอื่นโหลยโท่ย

 

 

แต่ถ้ามองต่างมุม โดยเปรียบเทียบกับกรณีเจ้าคณะใหญ่อีก 3 ภาค ก็ดูเหมือนว่า "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" จะถลำตัว ล้ำหน้าไปคนเดียว เหลียวหาใครไม่เจอ เพราะเขาไม่เอาด้วย ทุกภาคยังคง "รักษาฐานอำนาจ" ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ต่างกับหนกลางที่ "ฐานอำนาจหลุด" จากเจ้าคณะภาคไปจนหมดสิ้น ย้ายไปอยู่กับ "รองภาค" แทน จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเจ้าคณะภาคชุดใหม่

 

 

ก็ต้องมองต่อไปว่า "เกมนี้ใครจะเดินหมากได้เหนือกว่าใคร" ในระหว่าง "หนึ่ง : เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" กับ "สาม : เจ้าใหญ่หนเหนือ-ใต้-ตะวันออก" หวยจะออกก็ต่อเมื่อ "มีพระบรมราชโองการ" เท่านั้น แต่ที่แน่ๆ นับตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น "มหาสายชล-หลานรักของสมเด็จนิยมวัดชนะสงคราม" ได้กลายเป็น "อดีตเจ้าคณะภาคหนึ่ง" ไปอย่างเต็มตัวแล้ว และคงจะ "ไปแล้วไปลับ" ไม่กลับมา ชั่วนิจนิรันดร..ซาโยนาระ นะ..มหาสายชล !

 

 

 

 

 

มหาสายชล อดีตเจ้าคณะภาค 1

 

 

 

มส. ยึดกฎ มส. ฉบับ 23 ตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค

 

มหาเถรสมาคม รับทราบการแต่งตั้งรักษาเจ้าคณะภาคทั้ง 3 เขตปกครองคณะสงฆ์ หนเหนือ หนตะวันออก หนใต้ ให้เจ้าคณะภาคเดิม เป็นรักษาการเจ้าคณะภาคไปก่อน ยึดตามกฎ มส. ฉบับที่ 23 อย่างเคร่งครัด

 

วันนี้ (19 ต.ค.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะรองโฆษกพศ. กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า ตามที่เจ้าคณะภาคที่หมดวาระลงทั้งประเทศตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. 2561 นั้น ที่ประชุม มส. ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค ของ 3 หนการปกครอง ได้แก่ หนใต้ หนเหนือ และหนตะวันออก โดยทั้ง 3 หน ตั้งเจ้าคณะภาครูปเดิมขึ้นเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค โดยอาศัยอำนาจตามความในหมวดที่ 3 ข้อ 11 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 พ.ศ. 2541 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ระบุว่า เมื่อไม่มีเจ้าคณะภาคหรือเจ้าคณะภาคไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เจ้าคณะใหญ่แต่งตั้งรองเจ้าคณะภาครักษาการแทนเจ้าคณะภาค ถ้าไม่มีรองเจ้าคณะภาคหรือรองเจ้าคณะภาคไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แต่งตั้งพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งที่เห็นสมควรรักษาการแทนเจ้าคณะภาคแล้วรายงานให้ มส. รับทราบ

 

เมื่อถามว่า ในส่วนของคณะสงฆ์หนกลาง ที่มีการแต่งตั้งรองเจ้าคณะภาคแทนเจ้าคณะภาคนั้น นายสิปป์บวร กล่าวว่า ก็ถือว่าเข้าตามกฎ มส. ข้อดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่า การแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค ของเขตการปกครองคณะสงฆ์เป็นการปฏิบัติตามกฎ มส. ฉบับที่ 23 พ.ศ.2541 อย่างเคร่งครัด

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 20 ตุลาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264