อายัด "รัตนะ" มหาวิหารคด

 

อาคารใหญ่ที่สุดในโลกของธรรมกาย

 

ไม่สามารถใช้เป็นฐานการเมืองได้อีกต่อไป

 

 

ชิตัง เม เอวัง !

 

 

 

 

 

 

 

อา..วิหารคด ชื่อแปลกๆ ของอาคารอันอลังการงานสร้างที่สุดของท่านธัมมชโย กลายเป็น "วิหารคด" ไม่ตรง เพราะถูก ปปง. อายัดไว้ในข้อหาคดโกง "เป็นสถานที่ฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น" เหมือนกรณี "อาคาร 100 ปี" ที่ถูกอายัดไปก่อนหน้า แบบว่า อาคารร้อยปี เป็นอาคารทันสมัยไฮเท็คที่สุด แต่สำหรับ "รัตนมหาวิหารคด" นั้น เป็นอาคารยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ เพราะมีความยาวถึง 16 กิโลเมตร มีความจุรองรับคนได้ถึง 1,000,000 คน (อ่านว่า หนึ่ง-ล้าน)

 

รัตนมหาวิหารคดหลังนี้นี่แหละ ที่เป็น "จุดศูนย์กลาง" ทางกิจกรรมของโลก ที่ท่านธัมมชโยบรรจงสร้างขึ้นมา งานใหญ่ระดับโลกต่างๆ นานา ได้รับการจัดในมหาวิหารแห่งนี้ ทีนี้ว่า เมื่อถูกอายัดไว้ก็ไม่สามารถจะใช้งานได้อีกต่อไป กิจกรรมอะไรต่างๆ ก็ต้องหยุดชะงักหมด เดินหน้าต่อไปไม่ได้ สุดท้ายที่กรุงเทพเลยฮ่ะ

 

 

 

 

 

 

ใช่แต่เท่านั้นนะฮะ ถ้าดูในรูปแล้ว ความ "คด" ของอาคารหลังนี้ ยังกินเนื้อที่ "ตีรอบ" มหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์ทรงจานบิน อันลือลั่นในโลกนั้นไว้อีกด้วย ก็แปลว่า นอกจากจะทำกิจกรรมในมหาวิหารคตไม่ได้แล้ว มหาธรรมกายเจดีย์ที่อยู่ด้านใน ก็ถูกห้ามใช้-ห้ามเข้าไป อีกด้วย

 

ที่น่าสงสารก็คือ "พระพุทธรูปปางกาโม่" ที่ท่านธัมมชโย "บอกบุญ" ให้ญาติโยมสร้างเป็นพระประจำตัว ประดิษฐานไว้บนมหาธรรมกายเจดีย์ถึง "หนึ่งแสนองค์" เหล่านั้น ก็เหมือนถูกอายัดไปด้วยเช่นกัน เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกัน เหมือนบริเวณรอบบ้านถูกยึด ตัวบ้านก็เท่ากับโดนยึด เพราะยึดโยงไว้ในบริเวณเดียวกัน

 

 

อยากจะบอกว่า นี่คือ "สุดท้ายของท่านธัมมชโย" อย่างแท้จริง เพราะเมื่อมหาวิหารคตถูกอายัด ก็เท่ากับถูก "ห้ามทำ" กิจกรรมระดับโลกทุกชนิด จะก่อสร้างใหม่ก็คงไม่ไหว แค่ค่าน้ำค่าไฟเดือนละเป็นร้อยๆ ล้านบาท ทุกวันนี้ก็แทบจะกินของเก่า ต้องบอกบุญญาติโยมให้ช่วยกัน "ช่วยเหลือวัด" ต่างกับสมัยทักษิณครองเมือง ตอนนั้นสยายปีก "ยึดครองประเทศไทย" คิดการณ์ใหญ่ระดับโลก วันนี้ถูก "ลดความซ่า" เหลือแค่กางเกงในตัวเดียว ภาษาอีสานเรียกว่า "เหลือแต่หำ" เวรกรรมอะไรหนอ !

 

 

 

 

 

 

 

 

ปปง.อายัดเพิ่ม อาคาร 800 ล้าน "รัตนวิหารคต" ธรรมกาย โยงทุจริตสหกรณ์คลองจั่น

 

ปปง.อายัดเพิ่ม อาคารมหารัตนวิหารคต วัดพระธรรมกาย มูลค่า 778 ล้านบาท ไว้ตรวจสอบเป็นเวลา 90 วัน หลังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงการทุจริตเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของ "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ศิษย์เอกธรรมกาย

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่ง คณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.206/2561 เรื่องอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราว โดยมีใจความสำคัญคือการสั่งอายัด อาคารมหารัตนวิหารคต ของวัดพระธรรมกาย ตั้งอยู่บนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 186,187,188 และ 189 เลขที่ดิน 7,8,9 และ 10 ตำบลคลองซอยที่ 2 ฝั่งตะวันออก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินคือมูลนิธิธรรมกาย มูลค่า 778,400,000 บาท มีกำหนดไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือวันที่ 25 ก.ย.61 ถึงวันที่ 23 ธ.ค.61

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก สํานักงาน ปปง.ได้รับรายงาน จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามหนังสือที่ ยธ 0805/1863 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2561 เรื่อง ขอส่งเรื่อง เพื่อดําเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง หรือยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กล่าวคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดําเนินการสืบสวน สอบสวนคดีพิเศษที่ 27/2559 โดยผลการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าวัดพระธรรมกายได้รับเงินตามเช็ค สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จํากัด นําเข้าบัญชีเงินธนาคารของวัดพระธรรมกาย เป็นเงินรวม 778,400,000 บาท

 

 

และจากการขยายผลการตรวจสอบวิเคราะห์เส้นทางการเงินยังพบว่า วัดพระธรรมกาย ได้นําเงินดังกล่าวไปใช้ ในการก่อสร้างโครงการมหารัตนวิหารคด

 

 

โดยในสํานวนคดีพิเศษที่ 27/2559 มีการดําเนินคดีกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 พระเทพญาณมหามุนี หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ในขณะนั้น) หรือพระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 นางสาวศรัณยา มานหมัด ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน กันล้อม ผู้ต้องหาที่ 4 และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งได้นําเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จํากัด ไปโอนมอบให้บุคคลอื่นอีกหลายราย เป็นจํานวนหลายครั้ง โดยมีลักษณะของการโอนเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิด หลายวิธีการเพื่อซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือปกปิดอําพรางการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทําความผิดเหล่านั้นในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร

พฤติกรรม ของผู้ต้องหา กล่าวคือตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ระหว่างปี พ.ศ. 2552 - พ.ศ. 2555 นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ได้เขียนเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จํากัด จํานวน 27 ฉบับ จํานวนเงิน 1,458,560,000 บาท สั่งจ่ายเงินให้กับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ในขณะนั้น) หรือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ โดยมีเจตนาทุจริตการกระทําเข้าข่ายความผิด ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร อันเป็นความผิดมูลฐานตาม มาตรา 3 (3) มาตรา 5 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดดังกล่าว

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 ที่ประชุม มีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดําเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ประกอบกับคําสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ ม.255/2559 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เรื่อง มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทําความผิด รายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก (กรณีนําเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จํากัด ไปมอบให้บุคคลอื่นหลายรายเป็นจํานวนหลายครั้ง) และคําสั่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน ที่ ม.302/2561 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 เรื่อง มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด (เพิ่มเติม) รายคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก (กรณี วัดพระธรรมกายรับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จํากัด เกี่ยวกับโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด) พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการตรวจสอบรายงานการทําธุรกรรมหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทําธุรกรรมของบุคคล ดังกล่าวแล้ว ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก (กรณีวัดพระธรรมกายรับเงินจาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จํากัด เกี่ยวกับโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด) มีพฤติการณ์กระทําความผิด เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง หรือยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทํา ความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน และจากการตรวจสอบข้อมูลการทําธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด

รวมทั้งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการ กระทําความผิด จํานวน 1 รายการ พร้อมดอกผล และเนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดในคดีนี้ เป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคาร ตามโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด อันเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานในทาง ทะเบียนในการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง โดยผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง อาจดําเนินการทางนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีสิทธิครอบครองในทางทะเบียนได้ หากมิได้มี การออกคําสั่งให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว เมื่อเจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สิน ดําเนินการโอน จําหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าวไปเสีย และหากต่อมาศาลได้มีคําสั่ง ให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน สํานักงาน ปปง. อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด และอาจมีการโอน จําหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 17/2561 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 และระเบียบคณะกรรมการธุรกรรมว่าด้วยการรับเรื่อง การตรวจสอบ การพิจารณาดําเนินการ และการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2556 ข้อ 25 คณะกรรมการธุรกรรม จึงมีคําสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดไว้ชั่วคราว จํานวน 1 รายการ พร้อมดอกผล คือ อาคาร ตามโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด ตั้งอยู่บนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 186 ,187, 188 และ 189 เลขที่ดิน 7, 8, 9 และ 10 ตําบลคลองซอยที่ 2 ฝั่งตะวันออก อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน มูลนิธิธรรมกาย ในมูลค่าประมาณ 778,400,000 บาท (เจ็ดร้อยเจ็ดสิบแปดล้าน สี่แสนบาทถ้วน) มีกําหนดไม่เกิน 90 วัน (เก้าสิบวัน) นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2561 ถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2561

ทั้งนี้ ให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการจําหน่าย จ่าย โอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวหรือสิทธิเรียกร้องหรือผลประโยชน์หรือดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรม ปปง.ได้ออกคำสั่งที่ ย.87/2561 อายัดอาคารตามโครงการ 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินจำนวน 91 แปลง อยู่ในชื่อมูลนิธิธรรมกาย มูลนิธิธรรมประสิทธิ์ หลังสอบสวนเส้นทางการเงินคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พบว่า มูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย โดยมูลนิธิธรรมกายได้รับเงินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านเช็คจำนวน 27 ฉบับ รวมวงเงิน 1,458 ล้านบาท และนำเงินไปใช้ในการก่อสร้างโครงการ 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงด้วย

ปัจจุบันภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ได้เข้าตรวจสอบการกระทำความผิดของอดีตพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกายแล้ว ได้มีการดำเนินคดีต่อพระธัมมชโย กับพวกเป็นจำนวนกว่า 200 คดีแล้ว โดยอดีตพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อยู่ระหว่างหลบหนีคดีฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร และถูกถอดถอนออกจากสมณศักดิ์ไปเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2560

สำหรับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ถูกคุมขังในเรือนจำ หลังศาลชั้นต้นตัดสินมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์วงเงิน 22 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 14 ปี ก่อนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 7 ปี และยังมีคดีฟ้องร้องอีกหลายคดี รวมถึงคดีแพ่งที่ให้ชดใช้เงินคืนกว่า 9 พันล้านบาทด้วย

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 16 พฤศจิกายน 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264