อาจารย์จิ๋วเฉียบ !

 

 

สั่งแสกนพื้นที่ทุกอณูวัดป่าพุทธคยา

 

หาตัวคนร้ายบุกรุกห้องอุบาสิกาในเวลาวิกาล

 

พร้อมกับตั้งทนายสอบอุบาสิกาแก้ว

 

กรณีให้การวกไปเวียนมา หาตัวคนร้ายไม่เจอ

 

แต่ที่เสียหายคือวัดป่า ราคาพันล้าน !

 

 

 

 

 

 

อาจารย์จิ๋ว : พระโพธินันทมุนี

 

(พนมศักดิ์ พุทฺธญาโณ)

 

เจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัดป่าพุทธคยา อินเดีย

 

 

 

 

อา..บานปลายเสียแล้วไหมล่ะ กรณี "อุบาสิกาแก้ว" แจ้งข่าวร้ายผ่าน "เฟสบุ๊ค" ซึ่งออนไลน์ไปทั่วโลก ว่าถูกพระรูปหนึ่งในวัดป่าพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย "บุกรุกห้องนอน" ในเวลาวิกาล ประมาณ "ตีสอง" จำหน้าค่าตาได้หมด แต่..ไม่อยากเอาเรื่อง ขออโหสิกรรมให้ ถือเสียว่าฟาดเคราะห์และเป็นกรรมเก่า

แต่..แต่ที่มันจบไม่ลงก็คือ "ภาพลักษณ์" ของวัดป่าพุทธคยา ซึ่งพระอาจารย์จิ๋วสร้างขึ้นมาด้วยชีวิต พลีทั้งกายใจและเงินทองลงไปนับ "พันล้าน" กลับต้องมากลายเป็น "รอยมลทิน" ไปในพริบตา ซึ่งถ้าอุบาสิกาแก้วให้ความร่วมมือกับทางวัด ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งด้านตัวบทกฎหมายและอัธยาศัยไมตรี ดังที่วัดมีให้ มันก็คงแก้ไขได้ ถึงจะช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะที่ไหนๆ มันก็มีโอกาสเกิดกรณีนี้ได้เช่นกัน

 

 

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว น่าที่อุบาสิกาจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่วัดดำเนินการอย่างทันท่วงที กลับไม่ทำ สิ่งที่ทำก็คือ ส่งข่าวผ่านเฟสบุ๊คไปทั่วโลก เพียงพริบตาเดียว ภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของวัดป่าพุทธคยา ถูกสังคมโซเชียลมีเดีย "พิพากษา" ว่ามัวหมองไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

หนำซ้ำ อุบาสิกาแก้ว ยังให้การกลับไปกลับมา เดี๋ยวบอกว่า "จำหน้าคนร้ายได้" เดี๋ยวบอกว่า "จำไม่ได้แล้ว" แบบนี้ ขืนปล่อยไป วัดฉิบหายแน่ เพราะใครได้ข่าวแล้วจะกล้าเข้าพักที่วัดป่าพุทธคยา ซึ่งมีข่าวว่ามีปัญหา และยังไม่ได้รับการแก้ไขให้โปร่งใส

 

 

 

ปัญหาในใจของอาจารย์จิ๋วจึงต้องแก้ไขใน 2 กระบวนการ คือ

 

 

1. กระบวนการทางสงฆ์ ต้องรายงานให้พระผู้ใหญ่ ระดับสมเด็จพระราชาคณะ ได้รับทราบ ถึงปัญหาและขั้นตอนการดำเนินการแก้ไขอย่างถูกต้องและทันเวลา เพราะว่าวัดป่าพุทธคยา เป็นศูนย์กลางของคณะพระธรรมยุตทั้งประเทศไทยในอินเดีย วัดป่าพุทธคยาเสียหาย ก็เท่ากับเสียหายทั้งคณะธรรมยุต นี่คือเดิมพันอันสูงสุด จะปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ เหมือนอุบาสิกาแก้วประกาศอโหสิกรรมไปเพียงคนเดียวนั้น ไม่คุ้มค่าแน่ๆ พูดได้ว่า "เสียหายไปถึงสมเด็จพระสังฆราช"

 

 

2. กระบวนการทางกฎหมาย เมื่อตัวคนร้ายยังไม่ถูกจับกุม และอุบาสิกาแก้วอ้างว่า "จำไม่ได้" ทั้งๆ ที่เคยประกาศว่าจำได้ ก็จำเป็นต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้าดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในสถานการณ์รวมทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายใด เมื่อสงสัยก็ต้องสอบ รวมทั้งอุบาสิกาแก้วซึ่งถือว่าเป็นผู้เสียหาย แต่เมื่อให้การไม่สอดคล้องกัน ก็จำต้องถูกตั้งข้อสงสัยเช่นกัน ว่ามีเจตนาอะไร จึงไปโพนทะนาให้รู้กันทั่วโลก แต่สุดท้ายกลับประกาศ "ไม่ติดใจ" เพราะถ้าจะอ้างว่า "ความปลอดภัยของแขกคือความสำคัญสูงสุดสำหรับวัดป่าพุทธคยา" นั่นก็จริง แต่ภาพพจน์ของวัดป่ามีมูลค่านับอนันต์นั้น ก็สำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน จะปล่อยให้ผ่านไปแบบขอกันกินนั้น ถ้าเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยายินยอม ก็คงปัญญาอ่อน และไม่สมควรดำรงตำแหน่งอีกต่อไป

 

 

เสียอะไรไม่ว่า เสียศรัทธานั้นถือว่าเสียหายสูงสุดในทางศาสนา ดังนั้น เพื่อกู้ภาพพจน์ของวัดป่าพุทธคยาคืนมาอย่างสง่างาม อาจารย์จิ๋วจึงต้องดำเนินการ แม้ว่า อุบาสิกาแก้ว จะอโหสิกรรม แต่วัดป่าพุทธคยาอโหสิกรรมให้ไม่ได้ บอกแล้วไงว่า เดิมมันพันสูง

 

 

 

 

 

หนังสือรายงานของพระอาจารย์จิ๋ว

ต่อ..สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส

กรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วัดป่าพุทธคยา ตั้งคำถาม 7 ข้อ ต่ออุบาสิกาแก้ว

 

 

 







 

 

 

แหล่งข่าว : วัดป่าพุทธคยา อินเดีย : 26 มีนาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264