ReBorn !

 

เจ้าคุณนิมิตเกิดใหม่

ได้บัตรประชาชนคนไทย

กราบขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วย

 

โดยเฉพาะ..หลวงปู่ครูบาทอง !

 

 

 

 

 

 

 

คงไทยร้อยเปอร์เซ็ง !

 

 

 

 

 

 

 

 

ครูบาทอง - ครูบาบุญชุ่ม

สองสุดยอดพระเกจิแห่งภาคเหนือ

 

 

 

 

 

แชมป์ ออฟ เดอะ แชมป์

 

หมูป่า ติดถ้ำ 18 วัน : เจ้าคุณนิมิต ติดคดี เกือบปี

สุดท้าย รอดตายทั้งสอง ครองแชมป์ฟีฟ่า

 

 

 

 

อา.. เวลา ณ บัดนี้ ขณะที่ใครต่อใครสนใจไปที่ "ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน" อำเภอแม่สาย กรณีที่ "ทีมหมูป่า" เข้าไปติดอยู่ด้านใน ต้องระดมพล "คนทั้งโลก" ช่วยกันนำออกมาจนปลอดภัย หนึ่งในนั้นมีชื่อของ "ครูบาบุญชุ่ม" วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง เขตประเทศพม่า ว่าเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง สามารถทำพิธี "เปิดถ้ำ" ช่วยเด็กและโคชรอดออกมาได้ ผลปรากฏว่า ตามแผงพระต่างๆ ทั่วประเทศไทย พระเครื่องครูบาชุ่มสามารถยึดครองตลาด มีแต่คนถามหา..เหรียญพระครูบาชุ่ม ครูบาชุ่มกลายเป็นสุดยอดพระเกจิไทยไปอีกหนึ่งองค์แล้ว

 

 

แต่..แต่ว่า ยังมี "ผู้ติดคดี" นานนับปีอยู่อีกท่านหนึ่ง เขาคือ "ตุ๊ยี่" หรือเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอก ศิษย์เก่าวัดท่าตอน ต้องคดี "สวมบัตรประชาชนคนตาย" เมื่อปีกลาย จนหายไปจากวัดอยู่ช่วงหนึ่ง นานพอๆ กับเด็กติดถ้ำ อาจารย์สมานซึ่งเปรียบเสมือนพ่อ จึงต้องระดมสรรพกำลัง "ทั้งโลก" เช่นกัน ช่วยกัน "งัด" เจ้าคุณนิมิต ออกมาจากกับดักแห่งหายนะ เพราะถ้าช่วยเจ้าคุณนิมิตไม่ได้ ก็หมายถึงว่า อำนาจทางการเมืองเรื่องคณะสงฆ์ ที่วัดปากน้ำและวัดท่าตอน ต่อท่อเอาไว้ในตัวเมืองเชียงใหม่นั้น คงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ นี่คือเดิมพัน ดังนั้น ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ได้บัตรมา แล้วทุกอย่างจะดีเอง !

 

 

กระแสข่าวกล่าวว่า พิธีกรรมการเสก "เจ้าคุณนิมิต" จากคนต่างด้าวให้กลับมาเป็นคนไทยในครั้งนี้ ทางวัดปากน้ำและวัดท่าตอน เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องไปนิมนต์ "หลวงปู่ครูบาทอง" แห่งวัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานในพิธี เพราะเชื่อว่าท่านมีอิทธิฤทธิ์ในด้านนี้ จัดกันอย่างเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้ ไม่ต่างไปจากทีมหมูป่าที่ไล่นักข่าวออกไปไกลตั้ง "ห้ากิโล"

 

 

หลวงปู่ครูบาทอง รับอาราธนาแล้วนั่งบริกรรมเป่าคาถา "พัวะ" เดียว ปรากฏว่า เชือกที่มัดคอเจ้าคุณนิมิต "หลุดร่วง" อย่างง่ายดาย กลายเป็น "โซ่เงินโซ่ทอง" คล้องแขนนายอำเภอแม่อาย ให้เร่งรัดทำบัตรประชาชนให้ตุ๊ยี่กลายเป็น "พระมหานิมิตร" ให้เสร็จสิ้น "ภายในวันเดียว" โอมเพี้ยง !

 

 

เรื่องนี้ ใครไม่เชื่อก็ขอเตือนว่า "อย่าลบหลู่" ดูแต่วัดปากน้ำซี ขนาดเชื่อว่าหลวงพ่อสดเป็นต้นธาตุต้นธรรมผู้คนพบ "วิชชาธรรมกาย" ที่หายไปได้สองพันปีแล้ว แต่พอมาถึงเชียงใหม่ ก็ต้องใช้ "พระเกจิเชียงใหม่" ช่วยทำพิธี จึงจะมีผล

 

 

ในขณะที่ใครต่อใครต่างตื่นข่าว "ทีมหมูป่าติดถ้ำ" และแสวงหา "เหรียญพระครูบาบุญชุ่ม" กันขวักไขว่ แต่ในสายวัดปากน้ำ-วัดท่าตอน และวัดสวนดอก เวลานี้ต่างซุ่มเก็บเหรียญ "หลวงปู่ครูบาทอง" วัดพระธาตุศรีจอมทอง กันอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะ "เจ้าคุณนิมิตร" นั้น ก่อนหน้านั้นเล่นพระอุปคุตกับเหรียญตองโข่ แต่เวลานี้ ทั้งกุฏิเห็นมีแต่..พระครูบาทอง หวงยิ่งกว่าพระรอด !

 

ใครอยากรู้สรรพคุณ "พระครูบาทอง" ว่าดีอย่างไร เชิญถามอาจารย์สมานได้ที่..วัดท่าตอน

 

 

 

 

 

อาจารย์สมานมาเหนือเมฆ จัดพิธีเสกบัตรให้ตุ๊ยี่

 

 

 

 

ขวัญม๊า ขวัญมา !

 

 

คณะสงฆ์เชียงใหม่จัดพิธีฮ้องขวัญให้เจ้าวัดสวนดอก

 

จัดพิธีใหญ่ "ฮ้องขวัญ" พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก เชียงใหม่ หลังโดนคดี "สวมบัตรผี" เผยคดีใกล้จบ อัยการยังไม่สั่งฟ้อง

 

 

จากกรณีเมื่อเดือน ต.ค. 60  มีผู้ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ตรวจสอบ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยอ้างว่าพระราชรัชมุนี มีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ทั้งที่ ด.ช.ดวงดี ได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 38 ต่อมา เจ้าตัวได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ด้านทางกรมการปกครองได้ตรวจสอบข้อมูลก็พบว่า พระราชรัชมุนี หรื่อชื่อเดิมคือ นายนิมิตร ยอดคำ เป็นผู้ตกสำรวจ จึงมีการคืนสิทธิให้เป็นคนไทย เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนทางด้านคดี ก็ให้เป็นขั้นตอนของทางศาล ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่พระวิหารหลวง วัดสวนดอก พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระเทพโกศล ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดศรีโสดา พระอารามหลวง เป็นประธานสงฆ์ พระเทพมังคลาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง และพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธี "ฮ้องขวัญ" ถวายพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พร้อมการทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลสงฆ์ ในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดย ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางพระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง และศรัทธาประชาชนเข้าร่วมนับพันคน

 

 

พระราชรัชมุนี กล่าวว่า นับแต่เกิดเรื่องถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง  แทบจะท้อแท้ในชีวิต แต่ได้รับกำลังใจจากคณะสงฆ์ ที่สำคัญยิ่งคือ หลวงปู่ทอง สิริมังคโล ท่านโทรศัพท์มาถึง 3 ครั้ง ให้มีสติ ให้ระงับความโกรธ ให้กำลังใจ กราบขอบพระคุณที่ท่านให้ความเมตตามาตลอด นอกจากนั้นก็มีทีมทนายความ ที่ให้คำแนะนำต่างๆ จนบัดนี้ทุกอย่างผ่านพ้นอันตรายมาแล้ว ก็จะทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ ขอกราบขอบพระคุณพระมหาเถระ พระเถระ พระสงฆ์ทั้งหลาย และอนุโมทนาบุญกับญาติโยมทั้งมวลด้วย

 

 

พระครูปริยัตยานุศาสน์ และ พระครูวิทิตศาสนาทร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กิจกรรมบุญครั้งนี้ เนื่องจากทางคณะสงฆ์อำเภอเมืองได้ทราบว่า พระราชรัชมุนี ได้รับการคืนสัญชาติไทยอย่างถูกต้องแล้ว ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ ก็คาดว่าใกล้จะยุติลงแล้ว จึงขอร่วมกันให้กำลังใจด้วยการทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าว เนื่องจากตึกสงฆ์อาพาธที่ปรับปรุงใหม่ยังขาดเครื่องมือสำคัญนี้ จะต้องใช้ 4 เครื่อง มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท การระดมปัจจัยในวันนี้คาดว่าจะได้กว่า 2 ล้านบาท หรืออาจจะครบตามจำนวน จากความร่วมมือของคณะสงฆ์ 18 ตำบล 123 วัด จึงขออนุโมทนาบุญไว้ด้วย

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ได้ทำสำนวนส่งอัยการ ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทางอัยการได้ตีสำนวนกลับ ให้ทางพนักงานสอบสวนไปเพิ่มเติมในบางประเด็น ซึ่งทางพนักงานก็ได้สอบเพิ่มเติมแล้วส่งสำนวนให้ทางอัยการพิจารณาอีกครั้งแล้ว

 

 

 

 

เจ้าคุณนิมิตรับบัตรประชาชนในฐานะ "คนตกสำรวจ"

ตกสำรวจเป็นคนไทย แต่ไม่ตกสำรวจเป็นเจ้าคุณ อิอิ !

 

 

 

เจ้าคุณนิมิต ได้สิทธิเป็นคนไทย

 

นายอำเภอแม่อาย อนุมัติเพิ่มชื่อ'พระราชรัชมุนี'เข้าทะเบียนราษฎรแล้ว

นายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ อนุมัติเพิ่มชื่อ "พระราชรัชมุนี" เข้าทะเบียนราษฎรแล้ว ขณะที่ ญาติกับเพื่อน ยืนยัน พระมหานิมิตรเป็นคนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น

วันที่ 18 มิ.ย. 61 นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสิทธิ์ นายอำเภอแม่อาย อนุมัติเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร ของนายนิมิตร ยอดคำ หรือ พระราชรัชมุนี (พระมหานิมิตร) เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากถูกจำหน่ายรายการ เนื่องจากไม่มารายงานตัวต่อนายทะเบียน ตามโครงการของสำนักทะเบียนกลาง เมื่อ พ.ศ.2551

และนายอำเภอแม่อาย ได้แจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐาน ขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ กรณีสวมตัวนายดวงดี เวียงดินดำ ตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งประเด็นในการพิจารณาลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรของ นายนิมิตร ยอดคำ หรือ พระราชรัชมุนี ปัจจุบันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันความเป็นพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน ระหว่าง นายนิมิตร ยอดคำ หรือพระราชรัชมุนี กับนางศรีนวล มูลเมือง พี่สาว และนายชาญชัย ศรีวชิรพันธ์ น้องชาย ซึ่งเป็นบุตรของนางอิ่ง ยอดคำ บุคคลสัญชาติไทยโดยการเกิด ตามปรากฏในหลักฐานทะเบียนราษฎร

ดังนั้น นายนิมิตร ยอดคำ หรือพระราชรัชมุนี จึงเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดตามหลักสายโลหิตจากมารดาผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 7(1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และไม่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามมาตรา 39 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เว้นแต่นายอำเภอมีหลักฐานชี้ชัดว่า นางอิ่ง ยอดคำ เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติและได้เปลี่ยนแปลงสถานะการเป็นผู้มีสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน การเป็นผู้มีสัญชาติไทยในะเบียนบ้านของบุคคลดังกล่าว ให้เป็นคนต่างด้าวหรือคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบ ซึ่งในวันนี้ นายปิ่นธเนศ แก้วรุ่งฟ้า ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียน รักษาราชการแทนปลัดอาวุโสอำเภอแม่อาย ได้นำญาติพี่น้องของ นายนิมิตร ยอดคำ หรือพระราชรัชมุนี มาสอบปากคำ จากนั้น หลังสอบปากคำแล้วได้อนุมัติเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร โดยมีนายไมตรี ดวงใจ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน และบัตร เป็นผู้ถ่ายบัตรประชาชนให้ ซึ่งในการนี้ได้ใช้เวลาดำเนินการตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็นภายในวันเดียว

ที่ศาลารวมใจ พระอารามหลวงวัดท่าตอน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มญาติพี่น้องของ พระราชรัชมุนี หรือมหานิมิตร เจ้าอาวาสวัดสวนดอก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ชาวจังหวัดชัยภูมิ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเชียงใหม่ ตรวจสอบเรื่องมีการสวมสิทธิ์ หรือสวมบัตรประชาชน ของเด็กชายดวงดี เวียงดินดำ ซึ่งเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2538 ในวันนี้ทางญาติของทางพระราชรัชมุนี ที่มีภูมิลำเนาเกิดในตำบลท่าตอน และพื้นที่หลายหมู่บ้านในอำเภอแม่อาย ได้มารวมตัวกันในบริเวณศาลารวมใจ พร้อมกับนำหลักฐานเป็นตารางเครือญาติ ตลอดจนภาพถ่ายของเพื่อนร่วมรุ่น ที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน ในแผนผังเครือญาติของพระราชรัชมุนี อยู่ในตระกูลมหาวัน ต้นตระกูล คือ นายมหาวัน นางใส่ ปัจจุบันมีลูกหลานรวมกัน 159 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่อาย มีทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนักการเมืองท้องถิ่น พระราชรัชมุนี นั้น เป็นบุตรของนายนามแสง นางอิ่ง ยอดคำ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 7 คน มี

1. นางศรีนวล มูลเมือง อายุ 63 ปี ถือบัตรประจำตัว อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน
2.
นายนาม เสียชีวิต
3.
นางเป็ง นันแก้ว อายุ 58 ปี ถือบัตรประจำตัวอยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน
4.
นางจันฟอง ปัญญาเรือง อายุ 55 ปี ถือบัตรประจำตัวอยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน
5. นายนิมิตร ยอดคำ หรือ พระราชรัชมุนี ที่กำลังตกเป็นข่าว
6. นายชาญชัย หรือคนทั่วไปเรียกหนานจิ่ง ศรีวชิรพันธ์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 14 ตำบลท่าตอน
7. นายวรวิทย์ เสียชีวิต

สำหรับนายชาญชัย คนที่ 6 ของครอบครัวนั้น อดีตที่ผ่านมาเคยเป็นพระเปรียญธรรม 7 วัดไตรมิตร กรุงเทพมหานคร อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน อดีตเลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน และอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ยังมี พันโทบุญโรจน์ กองแก้ว ผู้บังคับกองร้อยรบพิเศษที่ 3 กองพันรบพิเศษที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ชั้นเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปีพุทธศักราช 2519 และชั้นเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 เมื่อปีพุทธศักราช 2523 ที่โรงเรียนเพียงหลวง 1 เดิม คือ โรงเรียนบ้านท่าตอน สำหรับชื่อโรงเรียนเพียงหลวง 1 ได้รับพระราชทานเป็นโรงเรียนในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา

พันโทบุญโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระแสที่สื่อต่างฯ ออกไปว่า เจ้าคุณนิมิตร หรือพระราชรัชมุนี เป็นบุคลคลไร้สัญชาติ หรือพม่าพลัดถิ่นต่างๆ นานา ผมในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นชั้นเรียนกันตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึง 6 ขอยืนยันว่า ท่านเป็นคนบ้านท่าตอน สมัยนั้นในอดีตที่ผ่านมา ปัญหาการทำบัตรประจำตัวประชาชน ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แถมยังมีที่ว่าการอำเภอ ถูกไฟไหม้ สำหรับเจ้าคุณนิมิตร นั้น มีญาติพี่น้องร้อยกว่าคน หลักฐานภาพถ่ายที่นำมาให้ดูนี้ชัดเจนแล้ว ภาพถ่ายมีคนรู้จัก มีเจ้าตัวยืนยันได้ ผมขอยืนยันว่า เป็นคนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น หรือคนไร้สัญชาติ

นายทัศนพล ก่ำบุตร อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าตอน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านห้วยมะเฟือง หมู่ 2 ออกมายืนยันพร้อมให้ข้อมูลคลายสงสัยว่า เดิมเป็นคนบ้านร่มไทย หมู่ 14 บวชเรียนที่วัดท่าตอน ซึ่งในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นพระอารามหลวง เป็นรุ่นพี่ มีความคุ้นเคยกัน และอยู่หมู่บ้านเดียวกัน คลุกคลีกับ

ทางญาติของท่านเจ้าคุณนิมิตร มาตลอด ตนขอยืนยันว่า เจ้าคุณนิมิตร มิได้เป็นต่างด้าว หรือพม่าพลัดถิ่นแต่อย่างใด เป็นต้นตระกูลเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมาแต่ดั้งเดิม

นายอนันต์ มูลวอ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าตอน อดีตพระมหาอนันต์ เปรียญ 8 มหาวิทยาลัยเดลลี กล่าวว่า พระมหานิมิตร หรือพระราชรัชมุนี เป็นสามเณรบวชที่วัดท่าตอน ในเวลานั้นยังไม่ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง การศึกษาของลูกศิษย์ลูกหาทางหลวงพ่อจะส่งไปเรียนที่เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นรุ่นแรก จากนั้นไปต่อยังในกรุงเทพมหานคร กลับมาจึงมาตั้งสำนักเรียนที่วัดท่าตอน โดยมหานิมิตรเองนั้นจบเปรียญธรรม 9 เป็นรุ่นแรก ของวัดท่าตอน ส่วนประเด็นที่สื่อกล่าวว่า พระเทพมังคลาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระราชรัชมุนี หรือ มหานิมิตร นั้นตนขอยืนยันว่า ผู้ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของสามเณรนิมิตร ในเวลานั้น คือ พระครูณานพิสิทธิ์ หรือพระครูวิลาส เวลานั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดปัณนาราม (ต้นหนุน) เจ้าคณะอำเภอแม่อาย ตนเองเป็นพระกรรมวาจาคู่สวดร่วมกับพระมหาจรูญ จันทร์มาลัย เปรียญธรรม 9 เป็นพระอนุศาสนาจารย์ และขอยืนยันว่า ตนเป็นคนสอนภาษาบาลีให้กับมหานิมิตร จนได้เปรียญธรรม 4-5 และเดินทางไปศึกษาเปรียญธรรม 9 ที่วัดราชสิงขร ที่ตนเป็นอาจารย์ใหญ่เวลานั้น จนจบเปรียญธรรม 9 วัดบางคอแหลม ในเวลานั้น คือ วัดยานนาวา และตนขอย้ำอีกครั้งว่า ผู้ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของพระราชรัชมุนี ไม่ใช่พระเทพมังคลาจารย์แต่อย่างใด ตามที่สื่อบางสื่อกล่าวถึง 

นายสมเจตน์ ชัยราช หรืออดีตพระมหาสมเจตน์ เปรียญธรรม 3 ประโยค ปัจจุบันเป็นผู้ดูแล และที่ปรึกษามูลนิธิสมพร บ้านท่าตอน เป็นอีกคนหนึ่งที่ขอยืนยันว่า ตนเองเป็นพระบวชรุ่นเดียวกับพระเทพมังคลาจารย์ ที่วัดท่าตอน เห็นมหานิมิตรมาตั้งแต่เด็ก และขอยืนยันว่า เป็นคนไทย ไม่ใช่พม่าพลัดถิ่น หรือคนไร้สัญชาติ สื่อลงข่าวใหญ่โต ลองมาดูแผนผังเครือญาติที่มีอยู่ร่วม 200 คน ทุกคนที่มาในวันนี้มาเพื่อยืนยันว่า มหานิมิตร หรือพระราชรัชมุนีเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เกิดที่บ้านท่าตอน มีการศึกษามีภาพ และเอกสารการบรรพชา-ใบสุทธิ มายืนยันได้จบโรงเรียนบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สอบไล่ได้ชั้นประถมปีที่ 6 เมื่อ 15 มี.ค. 2525 จบ และยังมีเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นนายทหาร และญาติที่เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งญาติสนิทที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ส่วนในเรื่องสวมตัวหรือสวมบัตรเป็นเรื่องที่จะต้องสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อไป

 

ี่มา : เดลินิวส์-ไทยรัฐ : 14 กรกฎาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264