มส. ก็ไม่เห็นด้วย !

 

กับร่าง พรบ.อุปถัมภ์คุ้มครองพุทธศาสนา

 

ถามว่า คุ้มครอง หรือ ยึดครอง ?

 

 

 

อา..มันก็ควรจะ "ไม่เห็นด้วย" อยู่ดอกนะ เพราะว่า เนื้อหาของ พรบ.ฉบับนี้นั้น หนักกว่า "รัฐธรรมนูญ" ที่ให้มี "นายกรัฐมนตรีคนนอก" ได้ เพราะถึงยังไงก็ต้องผ่าน "รัฐสภา" แต่ว่า ที่มาของคณะกรรมการใน พรบ.พุทธฯ ฉบับนี้ "เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์" ล้วนแต่เป็นอำนาจของ "นายกรัฐมนตรี" ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ "โดยตำแหน่ง" อีกด้วย เรียกตามภาษาการเมืองก็ต้องบอกว่า "เผด็จการเต็มรูปแบบ" ขนาดสมเด็จพระสังฆราชยังไม่มีอำนาจเท่าเลย มหาเถรสมาคมมีโควต้าเพียงแค่ 3 เสียง แบ่งให้มหานิกาย 1 เสียง ธรรมยุต 1 เสียง ถวายสมเด็จพระสังฆราชอีก 1 เสียง ก็หมดเสียงแล้ว ึงจะบวกเสียงจาก "มจร.-มมร." อีก 2 เสียง ได้ทั้งสิ้น 5 เสียง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนกรรมการทั้งหมด 25 ท่านแล้ว จะมีเสียงของนายกรัฐมนตรี 20 เสียง (รวมทั้งประธาน) ส่วนเสียงสงฆ์นั้นมีเพียง 5 เสียง ถามว่า เอาไปทำอะไร ไม่ต้องมียังจะดีเสียกว่า ถ้าพระรูปไหนสะเออะเข้าไปนั่งในสภาที่ว่านี้ ก็มีฐานะเป็นแค่ "ไม้ประดับ" เท่านั้น

 

 

พระพุทธศาสนาของไทยสมัยนี้แปลก

 

 

1. ตั้งสังฆราช ไม่ต้องให้พระสงฆ์องค์ไหนทราบ รอหวยออกอย่างเดียว

 

2. จะยึดเงินทองของพระเป็นของหลวง อ้างว่าบวชมาแล้วต้องสละกิเลส แต่กลับไม่ยอมออกกฎหมาย "บังคับ" ให้ชายไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาแต่ในทะเบียนบ้านต้องบวชเพื่อสละกิเลส อ้างว่า "ไม่จำเป็นต้องเป็นพระก็สนับสนุนพระพุทธศาสนาได้ พระพุทธเจ้าทรงมอบพระศาสนาไว้ให้บริษัททั้ง 4 มิใช่ให้แก่พระสงฆ์เท่านั้น" ฟังขึ้นไหมล่ะ

 

3. จะยึดอำนาจการปกครองของพระให้แก่ฆราวาส ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ถามว่ามีประเพณีที่ไหนในโลก

 

ถ้าทำแบบนี้ได้ก็ไม่ต้องมีพระสงฆ์องค์เณรแล้วล่ะ ออกกฎหมาย "ยุบทิ้ง" พระพุทธศาสนาไปเลย จะดีเสียกว่า ในเมื่อผ้าเหลืองก็มิได้สูงกว่าผ้าลายอีกต่อไปแล้ว ใช่ไม่ใช่ !

 

 

 

 

 

พระคุณเจ้าทั้งหลาย โปรดฟังทางนี้ !!

 

 

 

มส.ไม่เห็นด้วยร่าง พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับรัฐฆราวาสคุมพระ

 

ที่ประชุม มส. ไม่เห็นด้วยเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาฉบับรัฐบาล หลายมาตราให้อำนาจฆราวาสคุมพระ  นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกระเบียบประกาศได้ พร้อมมีมติให้ผู้แทนมหาเถรฯ พิจารณาเนื้อหาอย่างละเอียดก่อนแจ้งรัฐบาลอีกครั้ง

 

วันนี้ (13 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ หรือให้มีผลบังคับใช้ จำนวน 25 ฉบับ โดย 1 ใน 25 ฉบับมีร่าง พ.ร.บ.อุปภัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ.....ร่วมอยู่ด้วยนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ได้นำร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ.....ที่ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการแก้ไขในรายมาตราเรียบร้อยแล้ว กราบทูลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพรมหาเถร) ในฐานะประธานการประชุม มส. ทรงทราบ และที่ประชุม มส.ได้พิจารณาเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.นี้แล้ว ยังไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่ถูกแก้ไข เพราะส่วนใหญ่เป็นการให้ฆราวาสมาคุมพระ โดยเฉพาะในมาตรา  5 คณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา (3) ที่เดิมผู้แทน มส. เป็นพระ แต่ไปแก้ไข เป็นพระหรือฆราวาสก็ได้ ที่สำคัญให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ประชุม มส.พิจารณาเนื้อหาแล้ว  ได้มีมติตั้งผู้แทน มส. 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมมุนี พระพรหมบัณฑิต พระพรหมโมลี มาพิจารณาเนื้อหาโดยละเอียดอีกครั้ง เนื่องจาก มส.เห็นว่า ฝ่ายกฎหมายฯ คสช. ได้แก้ไขเนื้อหามามากพอสมควร อาจจะส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา ที่สำคัญหากกฎหมายมีผลใช้บังคับอาจเกิดปัญหาตามมาได้ ทั้งนี้เมื่อดำเนินการพิจารณาเสร็จแล้วให้รายงานที่ประชุม มส. รับทราบ ก่อนให้ พศ. แจ้งกลับไปยังรัฐบาล


สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.อุปภัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ.....มีทั้งหมด 31 มาตรา เช่น มาตรา 5 คณะกรรมการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา มีนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน มีกรรมการ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง ทรวง กรมต่างๆ ผู้แทนมหาเถรสมาคมแต่งตั้งจากพระภิกษุหรือฆราวาส จำนวน 3 รูป/คน ผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง มาตราที่ 11 อำนาจหน้าที่

 

 

1. กำหนดแนวทางอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา

 

2. พิจารณาความเห็นชอบมาตรการและแผนพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาต่อคณะรัฐมนตรี

 

3. สนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ และ

 

4. ส่งเสริมการดำเนินการของสำนักปฏิบัติธรรมตาม พ.ร.บ.นี้

 

มาตรา 16 ให้มีกรรมการอุปถัมภ์คุ้มครองระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยส่วนราชการในพื้นที่ เจ้าคณะจังหวัดฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต ฝ่ายละ 1 รูป

 

มาตรา 22 ตั้งพระวินยาธิการ

 

มาตรา 28 ให้พระวินยาธิการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 

มาตรา 29,30 โทษผู้ขัดขวางไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพระวินยาธิการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา31 ให้นายกรัฐมนตรี มีอำนาจออกระเบียบและประกาศ เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ เป็นต้น

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 14 มีนาคม 2560

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264