ว่างครึ่งปี !

 

เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเกษียนไปกว่า 6 เดือน

 

เจ้าคณะภาคจึงเสนอตั้งรูปใหม่

 

ขัดกับข่าวที่ว่า ทำเป็นวาระเร่งด่วน !

 

 

 

 

 

 

 

สองรุมหนึ่ง

 

 

 

 

อา..ประวัติของ พระธรรมปริยัติมุนี (ประยนต์ อจฺจาทโร ป.ธ.9) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น มีอยู่ว่า พระเดชพระคุณท่าน เกิดวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2480 จึงมีอายุครบ 80 ปี ในวันที่ 30 มกราคม 2560 ซึ่งตามกฎมหาเถรสมาคมแล้ว พระสังฆาธิการ จะต้องเกษียนอายุลงในเวลา 80 ปี แต่มหาเถรสมาคมก็รอเวลามานานถึงสามเดือน จนกระทั่งวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 จึงได้มีมติ "ยกพระธรรมปริยัติมุนี" ขึ้นเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 ตามธรรมเนียม หลังจากนั้นก็รอมาอีกเกือบๆ 3 เดือน รวมเป็น 6 เดือนด้วยกัน กระทั่งในวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 มหาเถรสมาคม จึงได้ลงมติตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรารูปใหม่ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการพระสังฆาธิการไทยในวันนี้

 

 

ที่ว่าร้อนนั้น เพราะพระธรรมปริยัติมุนี ซึ่งพ้นหน้าที่ไปแล้ว ได้ออกโรง "ทักท้วง" มติมหาเถรสมาคม ที่ให้ "พระราชปริยัติสุนทร" หรือเจ้าคุณอมรภิรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรารูปใหม่ โดยพระธรรมปริยัติมุนีและพระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์ ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ได้ประสานเสียงกันคัดค้านมติมหาเถรสมาคม พร้อมกับสนับสนุนให้ "พระราชภาวนาพิธาน" หรือเจ้าคุณเก๋น รองเจ้าคณะจังหวัด ทายาทของตัวเองได้สืบทอดอำนาจแทน

 

 

พระธรรมมังคลาจารย์นั้น ในปี พ.ศ.2552 ยังเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ นามว่า "พระพิพิจกิจจาภิวัฒน์" สังกัดวัดท่าสะอ้าน และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบางปะกง ได้รับการสนับสนุนจาก เจ้าคุณเสนาะ (พระพรหมสุธี) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศและเจ้าคณะภาค 12 ในสมัยนั้น ให้ข้ามห้วยเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม แต่ถูกพระเณรในวัดโสธรคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นคนนอก และภายในวัดยังมีพระที่มีความรู้ความสามารถอยู่ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ช่วยเจ้าอาวาสจำนวน 7 รูป ได้สนับสนุนให้ "พระปริยัติกิจวิธาน-อมรภิรักษ์ ปสนฺโน" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ : ไทยรัฐ

 

 

 

ปรากฏว่า มหาเถรสมาคม ภายใต้การชงของ "เจ้าคุณเสนาะ" ได้ใช้ไม้แข็ง "สั่งพักงาน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร" มีพระปริยัติกิจวิธานเป็นหัวหน้า เป็นเวลานานกว่า 5 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2558 เจ้าคุณเสนาะ ต้องอธิกรณ์ ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 12 และกรรมการมหาเถรสมาคมๆ จึงทำการ "ทบทวนมติ" ที่ได้สั่งลงโทษผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรไปก่อนหน้านั้น โดยให้ทุกรูปพ้นมลทินและให้กลับคืนตำแหน่งเดิม พร้อมกับคืนเงินเดือนย้อนหลังให้ด้วย และต่อมา มหาเถรสมาคม ก็ได้ทำการเลื่อนสมณศักดิ์ให้แก่ "พระปริยัติกิจวิธาน-อมรภิรักษ์ ปสนฺโน" ขึ้นเป็น พระราชปริยัติสุนทร ก่อนจะลงมติให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

 

สรุปก็คือว่า พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์) คือคู่แข่งของ พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์) ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธร ตอนนั้น (ปี 52) เจ้าคุณอมร ได้ออกมาต่อต้านหลวงตาประยงค์ ไม่ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธร แต่ตอนนี้ (ปี 60) หลวงตาประยงค์ ได้ออกมาต่อต้านเจ้าคุณอมร ไม่ให้เป็นเจ้าคณะจังหวัด แบบว่าเอาคืนบ้าง เพราะเกรงจะกินรวบตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธร หรือไม่ก็ต้องเป็นใหญ่กว่าตัวเอง เพราะเจ้าอาวาสวัดโสธรยังไงก็ต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้าคณะจังหวัด แต่ถ้าเจ้าคุณเก๋นได้เป็น หลวงตาประยงค์ก็โอเค เพราะเจ้าคุณเก๋นเป็นเด็กปั้นของตัวเอง สามารถบังคับบัญชาว่ากล่าวกันได้

 

 

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2559 พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์) ซึ่งตอนนั้นยังเป็น "พระเทพสิทธิญาณรังษี" ได้รับการเสนอจาก "พระเทพรัตนมุนี-สุรชัย" เจ้าคณะภาค 12 ผ่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ให้ดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12" โดยมหาเถรสมาคม ได้ลงมติอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์ พระธรรมมังคลาจารย์จึงมีตำแหน่งเป็น "ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12" ของเจ้าคุณสุรชัย อีกด้วย

 

 

แต่ในการตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราในครั้งนี้ ซึ่งมีการเสนอโดย "พระเทพรัตนมุนี" เจ้าคณะภาค 12 ผ่านไปยังเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก วัดไตรมิตร และผ่านมติมหาเถรสมาคมเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว กลับปรากฏว่า "พระธรรมมังคลาจารย์-ประยงค์" ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 ได้ออกมาคัดค้านเรื่องดังกล่าว โดยพระธรรมมังคลาจารย์ ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสมเด็จพระสังฆราช ข้ามหัว "เจ้าคณะภาค 12" และ "เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก" ไป เลยทำให้สงสัยว่า ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 นั้น ทำได้หรือไม่ ผิดจริยาพระสังฆาธิการหรือไม่ ?

 

 

ใช่แต่เท่านั้น ในหนังสือร้องเรียนนั้น พระธรรมมังคลาจารย์ ยังได้นำเอาพฤติกรรมของพระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ซึ่งเป็นพระลูกวัดของตนเอง ไปฟ้องร้องต่อสมเด็จพระสังฆราชว่า พระราชปริยัติสุนทร มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ อาทิเช่น ไม่ลงอุโบสถทำวัตรสวดมนต์ ไม่ร่วมสังฆกรรมทำปาติโมกข์ ไม่ร่วมกิจการคณะสงฆ์ ฯลฯ ทั้งๆ ที่ อำนาจในการบังคับบัญชาดูแลและบริหารกิจการวัดโสธรนั้น เป็นของพระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธร โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่พระธรรมมังคลาจารย์กลับไปบอกสังฆราชว่า "พระลูกวัดของตนเอง กระด้างกระเดื่อง และตนเองก็ทำอะไรไม่ได้" นั่นหมายถึงว่า พระธรรมมังคลาจารย์ ล้มละลาย ไร้สมรรถภาพในการเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร จึงปล่อยให้พระลูกวัดปฏิบัติอย่างไรก็ได้

 

 

ตรงนี้ฟ้องให้เห็นว่า การที่ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตเจ้าคณะภาค 12 ร่วมกับพระธรรมปริยัติมุนี (ประยนต์ อจฺจาทโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ไปดึงเอา "พระธรรมมังคลาจารย์" จากวัดท่าสะอ้าน ข้ามห้วยมาเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร ในปี 52 นั้น เหมาะสมหรือไม่เพียงใด ในอดีตอาจจะเพียงคาดหมายกันว่าไม่เหมาะสม แต่ในปัจจุบัน คำฟ้องร้องของหลวงตาประยงค์เอง ก็ฟ้องไปในตัวว่า การที่ตัวเองได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามนั้น ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะบริหารปกครองไม่ได้ ถึงกับนำเอาความล้มเหลวของตนเองไปฟ้องต่อสมเด็จพระสังฆราช ให้ทรงจัดการกับพระลูกวัดที่ตนเองเอาไม่อยู่ ดูสิ แบบนี้ก็มีด้วย

 

 

ถ้าสมเด็จพระสังฆราชทรงรับฟังคำร้องของหลวงตาประยงค์ แล้วทรงเข้ามาจัดการปัญหาที่ว่านี้ ต่อไป บรรดาเจ้าอาวาสที่ไร้ความสามารถทั้งหลาย ก็คงจะได้ใจ มีปัญหาอะไรภายในวัด ก็ทำเรื่องร้องเรียนไปที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อขอให้พระองค์ลงมาจัดการปัญหาให้แก่ตัวเอง นับเป็นเรื่องตลกในสังคมสงฆ์ไทย ไม่รู้ว่าจะมีเจ้าอาวาสวัดโสธรไปทำไม

 

 

 

 

 

ชิตํ เม !

 

พระธรรมปริยัติมุนี เดินธุดงค์ธรรมกาย

 

 

 

กล่าวทาง พระธรรมปริยัติมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งออกมาต่อต้านเจ้าคุณอมรอีกเสียงหนึ่งนั้น สมัยยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำเอาพระสังฆาธิการทั้งจังหวัด ไปร่วมโครงการธุดงค์ธรรมชัย ของวัดพระธรรมกายอย่างชัดเจนทั้งภาพทั้งเสียง อีแบบนี้ "พุทธะอิสระ" คงจะเชียร์ขาดใจ ให้สาย "ธรรมกาย" ขึ้นเป็นใหญ่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะสมัย "ป๋าเหนาะ" ยังครองวัดสระเกศนั้น ก็เอาวัดสระเกศไปสวามิภักดิ์ธรรมกายเช่นกัน มันเห็นเงากันหลัดๆ ไหนว่าไม่เอาธรรมกาย !

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : 28 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264