หวุดหวิด !

 

กรรมการ มส. รอกินโต๊ะพงศ์พร

 

แต่รอดหวุดหวิด !

 

 

 

อา..นี่ละกระมังที่เป็น "เหตุด่วน เหตุร้าย" ส่งผลให้ "พงศ์พร" ต้องถอนตัวออกจากการเข้าประชุม มส. ครั้งที่ผ่านมาอย่างกะทันหัน มันพ้องต้องกันหลายประการ อาทิเช่น

 

 

1. สมเด็จพระสังฆราช ทรงงดเสด็จเข้าประชุม โดยทรงมีพระบัญชาให้สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานการประชุมแทน

 

2. มีวาระสำคัญร่วมกันของกรรมการ มส. ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย ในการซักฟอกบทบาทของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เกี่ยวกับคดีทองเงินวัดและเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ ซึ่ง ผอ.พศ. ทั้งเป็นผู้ไปร้องเรียนหน่วยงานอื่นให้เข้ามาตรวจสอบวัด รวมทั้งสั่งตรวจสอบโรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็น "รองประธาน" กรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต เป็นประธานด้วย

 

 

การที่สมเด็จพระสังฆราชทรงงดประชุมนี่แหละ ถือว่าเป็นจังหวะ "โดดๆ" ที่พงศ์พรจะ "โดนพระชำแหละเรียงเบอร์" กลางที่ประชุม มส. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถ้าพงศ์พรไปตามนัด แต่พงศ์พรก็จมูกไว ไม่เข้าประชุมนัดนั้น กรรมการ มส. ที่นัดกันมาฉันโต๊ะพงศ์พรก็เลยชวด ได้แต่ "ลงมติ" ให้พงศ์พรต้องชี้แจงเป็นรายลักษณ์อักษร ในการประชุมครั้งต่อไป

 

 

วาระซ่อนเร้นใช่จะมีเพียงเท่านี้ แต่ทางทีมงาน พศ. เองก็เซียนไม่เบา เพราะหลังการประชุมแล้ว นายกนก แสนประเสริฐ รอง ผอ.พศ. ก็ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยไม่ยอมแถลง "มติ มส." ที่ให้พงศ์พรต้องชี้แจงเรื่องดังกล่าวเลย

 

 

มันเลยเหมือนเป็นการ "ชิงเหลี่ยม" ซึ่งกันและกัน คือ กรรมการ มส. ก็จ้องจะใช้ห้องประชุม มส. เป็นที่เชือด ผอ.พศ. ในข้อหาต่างๆ แบบว่ารุมกินโต๊ะ แต่ทางทีม ผอ.พศ. ก็ตลบหลัง นอกจากตัวพงศ์พรจะไม่เข้าประชุมแล้ว หลังประชุม ทางทีม พศ. ก็ยังหมกเม็ด แถลงข่าวไม่ครบ ปกปิดข่าวพิพาทระหว่างกรรมการ มส. กับ ผอ.พศ. แบบว่าตัดตอนเสียเนียน ทั้งๆ ที่เรื่อง "ในห้อง" กับ "นอกห้อง" นั้น คนละเรื่องเดียวกันเลยฮ่ะ

 

 

แต่สุดท้าย ความลับก็ไม่มีในโลก เพราะวันนี้ มีข่าวออกมาแล้วว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ไม่เข้าประชุม มส. กะทันหันนั้น เพราะรู้ทันว่ามีรายการ "รุมกินโต๊ะ" ตัวเอง อยู่เต็มห้อง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยโดนพระตำหนิกลางงานวัด แถมยังมีกรรมการ มส. ฝากถ้อยฝากความมาถึงเป็นพิเศษอีกด้วย แล้วถ้าเข้าประชุมแบบ 1 ต่อ 10 มันจะไหวเหรอ เพราะ ผอ.พศ. เป็นฆราวาสญาติโยม แถมยังมีตำแหน่งเป็นแค่ "เลขา" จะไปเถียงพระเต็มห้องประชุม มันสู้ไม่ไหว ไม่มีทางชนะ ดังนั้น มีทางเดียวที่จะเอาตัวรอดได้ก็คือ ไม่เข้าประชุม

 

 

เอาละ เรื่องเข้าประชุม-ไม่เข้าประชุม ยังถือว่าเป็นของเก่า แต่หลังประชุมครั้งล่าสุดนั้น มีการประท้วง "มติ มส." เกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พงศ์พร นอกจากจะไม่เข้าประชุมแล้ว ยังรีบรับเอาคำร้องเรียนไปทูลถวายสมเด็จพระสังฆราชด้วยตนเอง แบบว่าดึงเอาสมเด็จพระสังฆราชลงมาชนกรรมการ มส. ให้เพลี่ยงพล้ำ เหมือนตอกย้ำว่า "การประชุม มส. ครั้งที่สมเด็จพระสังฆราชและพงศ์พรไม่เข้าร่วมประชุมนั้น ขาดความชอบธรรม" ทำกันขนาดนี้ ก็เห็นทีว่า จะอยู่ด้วยกันยากเสียแล้ว คงต้องรอดูว่า ระหว่างการสร้างกระแส "ให้นายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 ปลดกรรมการ มส. โดยแต่งตั้งทั้งชุด" กับ "พระสังฆาธิการ-โรงเรียนพระปริยัติธรรม ประสานเสียงกรรมการ มส. ไล่พงศ์พร พ้นสำนักพุทธ" รายการไหนจะมาไวกว่ากัน !

 

 

 

 

 

 

 

พงศ์พร โดดเดี่ยวผู้ไม่น่ารัก

 

 

 

 

มส.จี้พงศ์พรแจงข้อมูลงบวัด หลุดว่อนสื่อออนไลน์

 

มหาเถรฯ จี้ "พงศ์พร" แจงข้อมูลงบฯวัดหลุดบุคคลที่สามว่อนสื่อออนไลน์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ ชี้หาก ผอ.พศ.ทำงานกับสงฆ์ไม่ได้ ควรหลีกทางให้คนอื่น 

 

วันนี้ (27 ก.ค.) จากกรณีที่มีข้อมูลงบประมาณอุดหนุนวัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หลุดออกไปยังกลุ่มบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนเจ้าหน้าที่ พศ. ทุจริตเงินทอนวัดนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมาได้มีมติให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. รายงานข้อเท็จจริงดังกล่าวทั้งหมดต่อที่ประชุม มส. เป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้รายงาน มส. ในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากการประชุม มส. ครั้งดังกล่าว ผอ.พศ. ไม่ได้เข้าประชุมและมอบหมายให้นายกนก แสนประเสริฐ รอง ผอ.พศ. ปฏิบัติหน้าที่แทน  และแจ้งที่ประชุม มส. ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร ติดภารกิจประชุมด่วน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การประชุม มส. ครั้งดังกล่าว กรรมการ มส. หลายรูป ตั้งใจจะสอบถาม ผอ.พศ. ถึงกรณีที่มีข้อมูลของทาง พศ. หลุดไปอยู่ในมือของบุคคลที่สาม ทั้งยังมีการนำออกมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยทางกรรมการ มส. ต้องการให้ ผอ.พศ. ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว เช่น งบประมาณอุดหนุนของวัดต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นงบฯทางราชการ แต่กลับหลุดออกไปได้อย่างไร อีกทั้งทางกรรมการ มส. ยังต้องการสอบถามข้อมูลด้วยว่า ทาง ผอ.พศ. เป็นผู้ไปร้องทุกข์ยังหน่วยงานต่างๆ เอง จนทำให้มีการตรวจสอบในหลายวัดใช่หรือไม่ เพราะกรณีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่กรรมการ มส. เป็นอย่างมาก เนื่องจาก ผอ.พศ. กระทำการดังกล่าวไปโดยไม่มีการปรึกษาคณะสงฆ์ และสอบถามข้อเท็จจริงเสียก่อน ทำให้เมื่อมีข่าวออกไปเกิดผลกระทบกับคณะสงฆ์ และส่งผลกระทบต่อสถาบันพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ที่สำคัญภายหลังประชุม มส. ทางโฆษก พศ. กลับไม่ได้มีการแถลงข่าวในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด

 

พระครูปลัดกวีวัฒน์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อ ผอ.พศ. ทำงานกับคณะสงฆ์ลำบากแล้ว เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณา เพราะ พศ. จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานที่คอยสนองงานคณะสงฆ์ เป็นฝ่ายเลขาธิการ มส.  เมื่อ ผอ.พศ. ทำงานกับคณะสงฆ์ไม่ได้ ผอ.พศ. ก็ควรที่จะถอยลงมา และส่วนตัวมองว่า คงจะต้องให้คนกลางระดับรองนายกรัฐมนตรี อย่างนายวิษณุ เครืองาม ควรลงมาเป็นคนกลาง มาเป็นกาวใจ แต่เมื่อพยายามแก้ปัญหาแล้ว คนที่รัฐบาลส่งมาเพื่อทำงานสนองงานคณะสงฆ์ แต่กลับทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ไม่ได้ ก็ควรหลีกให้คนอื่นเข้ามาทำ เพราะหากยังปล่อยให้ ผอ.พศ.ทำงานแบบในลักษณะเดิม คณะสงฆ์ไม่สบายใจแน่นอน  

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์ สอบถาม พ.ต.ท.พงศ์พร ถึงกรณีมติจากการประชุม มส. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่รับสายแต่อย่างใด 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 27 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264