ประสานเสียงค้าน มส. !

 

อดีตเจ้าคณะจังหวัด + เจ้าอาวาสวัดโสธร

 

ไม่เอาเจ้าคุณอมรเป็นเจ้าคณะจังหวัด

 

 

 

 

 

 

 

พระธรรมปริยัติมุนี

อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

 

 

 


 

 

 

พระธรรมมังคลาจารย์

เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

 

 

 

า..โบราณว่า "ตัดหวายอย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก" เพราะอำนาจนั้นมันงอกได้ตลอดเวลา ประมาทก็อาจถึงตาย ดังกรณี "สมเด็จสนิท-เจ้าคุณธงชัย" ในวันนี้ ตอนที่ปลด "เจ้าคุณเสนาะ" ออกจากทุกตำแหน่งนั้น ที่สมควรทำก็คือ "ล้างบางเครือข่าย" อันได้แก่ เจ้าอาวาสวัดโสธร องค์ปัจจุบัน ที่ขึ้นมาเพราะเสนาะปั้น รวมทั้ง "เจ้าคุณเก๋น" พระราชภาวนาพิธาน เด็กเส้นเจ้าคุณเสนาะอีกด้วย แต่สมเด็จสนิทกับเจ้าคุณธงชัยในวันนั้น กลับใจอ่อน หรือไม่ก็คิดว่า "กูแน่และเอาอยู่" จึงไม่ทำอะไรในสายเจ้าคุณเสนาะ ปลดแต่หัว ส่วนตัวและหางนั้นก็ปล่อยให้ดิ้นต่อไป สุดท้ายจึงมา "โดนหางเสนาะฟาดใส่" ในวันนี้

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เราเคยเตือนแล้วว่า แค่คืนความชอบธรรมและคืนเงินเดือนให้แก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่ถูกเจ้าคุณเสนาะและบริวารกล่าวหานั้น (ถ้าหากพบว่าไม่ผิด แต่ถูกกลั่นแกล้ง) ก็ยังไม่เพียงพอ ต้องสั่งปลด "หลวงตาประยงค์ : พิพิธกิจจาภิวัฒน์-พระราชมงคลรังษี-พระเทพสิทธิญาณรังษี" จากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรด้วย เพราะดำรงตำแหน่งด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรม

 

 

แต่สมเด็จสนิทกับเจ้าคุณธงชัย กลับไม่ทำอะไร นอกจากจะปล่อยให้หลวงตาประยงค์ครองอำนาจในวัดโสธรต่อแล้ว ก็ยังอุ้มสม "เลื่อนสมณศักดิ์" ให้เป็นชั้นชั้นธรรม แล้ววันนี้เป็นไง เขาสนองคุณถึงใจพระเดชพระคุณเลยทีเดียว ที่ออกมา "ขย่ม" มติมหาเถรสมาคม ว่าไม่ชอบธรรม !

 

 

 

ถามว่า ไม่ชอบธรรมอย่างไร ?

 

ในปี พ.ศ.2553 มหาเถรสมาคม โดยการเสนอของ "พระพรหมสุธี-เสนาะ ปญฺญาวชิโร" วัดสระเกศ ในฐานะเจ้าคณะภาค 12 ร่วมกับ "พระธรรมปริยัติมุนี-ประยนต์ อจฺจาทโร" วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ในเวลานั้น ได้อนุมัติให้ "พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์-ประยงค์ ปิยวณฺโณ" เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน เจ้าคณะอำเภอบางปะกง ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารพระอารามหลวง"

 

 

ปรากฏว่า พระเณรในวัดโสธรวราราม นำโดย พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม และอาจารย์ใหญ่ฝ่ายปริยัติธรรม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรอีก 6 รูป รวมเป็น 7  รูปด้วยกัน ได้ออกมาคัดค้าน "มติมหาเถรสมาคม" ครั้งนั้น แต่ตอนนั้น บารมี "เจ้าคุณเสนาะ" ยังแน่นปั๋ง เจ้าคุณอมรภิรักษ์และพลพรรค เลยโดน "สั่งพักงานระนาว" ยาวนานถึง 5 ปี ถึงปี พ.ศ.2558 เมื่อสิ้นบารมีเจ้าคุณเสนาะ (โดนปลดทุกตำแหน่ง) มหาเถรสมาคม จึงได้ทบทวน "คดีความ" ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูป ปรากฏว่า หาความผิดมิได้ จึงสั่งยกเลิกคำสั่งพักงานอันยาวนาน ให้ทุกรูปคืนสู่ตำแหน่งเดิม พร้อมกับเงินเดือนย้อนหลังอีกด้วย

 

 

นั่นก็หมายความว่า มหาเถรสมาคม ได้ประกาศ "นิรโทษกรรม" ให้แก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูป อันนำโดยพระปริยัติกิจวิธาน (เจ้าคุณอมรภิรักษ์)  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 แล้ว และในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2559 มหาเถรสมาคม ก็ได้ทำการ "เลื่อนสมณศักดิ์" ให้แก่พระปริยัติกิจวิธาน เป็น พระราชปริยัติสุนทร

 

 

 

ถามว่า ถ้าเจ้าคุณอมรภิรักษ์ ยังมีมลทิน แล้วมหาเถรสมาคมจะเสนอเลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นราชได้อย่างไร ? ถามต่อไปด้วยว่า เมื่อมหาเถรสมาคมเลื่อนสมณศักดิ์ให้แก่เจ้าคุณอมรภิรักษ์ในวันนั้น เหตุใด เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราและเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จึงไม่ออกมาคัดค้าน แล้วเหตุใด เมื่อมหาเถรสมาคม ตั้งเจ้าคุณอมรภิรักษ์ เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งอดีตเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโสธร ถึงเพิ่งออกมาประสานเสียง..ค้าน !

 

 

แถมเมื่อจะค้านก็ค้านแบบผิดๆ อีก เพราะเอามติเก่า (ปี 53) มาคัดค้านมติใหม่ (ปี 58) รวมทั้งมติใหม่ในปี 60 ด้วย ทั้งสองรูปเป็นถึงอดีตเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโสธร เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมทั้งคู่ ไม่รู้เลยหรือไรว่า มติใหม่ ย่อมลบล้างมติเก่า (ในเรื่องเดียวกัน) เช่นว่า มหาเถรสมาคม เคยสั่งพักงาน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร แต่ตอนหลัง มหาเถรสมาคม ได้สั่งยกเลิกพักงานและคืนตำแหน่งให้ ก็แสดงว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูปนั้น พ้นมลทิน เมื่อพ้นมลทินแล้ว ทุกรูปจึงมีความชอบธรรม ที่จะกลับเข้าดำรงตำแหน่งเดิม ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ หรือได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งอื่นๆ เช่นเป็นเจ้าคณะจังหวัด ถ้ามีคุณสมบัติครบ และผู้ใหญ่เห็นเหมาะสม

 

 

ณ วันนี้ เกิดมีปฏิกิริยา "ต่างกรรมตางวาระ" คือ ในปี 2553 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร 7 รูป ได้คัดค้านมติมหาเถรสมาคม ที่สั่งตั้งพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ (ประยงค์) เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร ตอนนั้น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูป ถูกเจ้าคุณเสนาะดำเนินการทางวินัยอย่างหนัก ถูกพักงานโดยไม่มีกำหนดนานถึง 5 ปี

 

 

แต่วันนี้ พระธรรมมังคลาจารย์ (อดีตพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ ที่ถูก 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรคัดค้านเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร) เจ้าอาวาสวัดโสธร กลับออกมาคัดค้านมติมหาเถรสมาคมเสียเอง ก็ไม่ทราบว่า ทางเจ้าคุณธงชัย (พระพรหมสิทธิ) วัดสระเกศ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท) วัดไตรมิตร และมหาเถรสมาคม จะดำเนินการกับหลวงตาประยงค์อย่างไร เพราะทำผิดจริยาพระสังฆาธิการ อันเป็นฐานความผิดเดียวกับที่อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูป เคยทำมาก่อนนั่นเอง

 

 

มูลเหตุที่อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา และเจ้าอาวาสวัดโสธร ไม่เห็นด้วยกับมติมหาเถรสมาคมครั้งนี้ ก็เพราะเจ้าคุณอมรภิรักษ์เคยนำ 6 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ออกมาคัดค้านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันไม่ให้เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเสนอผ่านอดีตเจ้าคณะจังหวัด (พระธรรมปริยัติมุนี) วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ นั่นเอง แถมพระราชภาวนาภิธาน (เจ้าคุณเก๋น-สิริวัฒน์) นั้นก็ไม่เคยคัดค้าน คือเป็นฝ่ายเดียวกับอดีตเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโสธร จึงต้องสนับสนุนกัน เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ อยู่ที่ว่าจะอ้าปากหรือไม่ เพราะถ้าไม่อ้าปากก็ไม่เห็นลิ้นไก่ แต่ในวันนี้ ทั้งพระธรรมปริยัติมุนีและพระธรรมมังคลาจารย์ ต่างนัดหมายกัน "อ้าปาก" ลิ้นไก่เลยล้นออกมาให้เห็น ว่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือว่าใช้วิจารณญาณของพระผู้ใหญ่ในเรื่องเดียวกัน

 

 

แน่นอนว่า ถ้ายกเอา "คุณสมบัติ" ของเจ้าคุณอมรภิรักษ์ ที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดมาก่อน เป็นข้ออ้างคัดค้าน มันก็ย่อมฟังขึ้น แต่การเป็นเจ้าคณะอำเภอก็มิได้ผิดระเบียบ มส. แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นรอง-รองเจ้าคณะจังหวัดเท่านั้น ทั้งนี้ในระเบียบ มส. ว่าด้วยการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด ก็มิได้มีแค่ข้อว่า "ต้องเป็นรองจังหวัด" แต่เพียงข้อเดียว ยังมีข้ออื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะข้อสุดท้าย "มหาเถรสมาคมอาจผ่อนผันได้เฉพาะกรณี" นี่ถือว่า ให้อำนาจมหาเถรสมาคมใช้วิจารณญาณวินิจฉัย เป็นปราการสุดท้าย

 

 

ความจริงแล้ว ในอดีต มหาเถรสมาคม ก็เคยลงมติ "ขัดแย้งกับระเบียบของมหาเถรสมาคม" มาหลายครั้ง อาทิเช่น ในการตั้ง พระโสภณปริยัติสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ) วัดชนะสงคราม ที่มีคุณสมบัติไม่ครบ และไม่เหมาะสม ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ถามว่า ตอนนั้น ทำไมไม่เห็นพระสังฆาธิการทั่วไทย (รวมทั้งหลวงตาประยงค์) ออกมาคัดค้าน คำตอบก็คือ "ไม่เกี่ยวกับกู กูไม่เดือดร้อน กูก็ไม่ต้องคัดค้าน ใครจะเป็นจะตายก็ชั่ง ใครทำใครได้ ทางใครทางมัน" แต่คราวนี้ มติมหาเถรสมาคม มากระทบกับตัวเองเข้า สองเจ้าคุณธรรมเลยร้อนตัว ออกมาคัดค้านมติ มส. หน้าสลอน ขณะเดียวกัน พระสังฆาธิการทั่วไทย ก็ไม่มีใครเดือดร้อนด้วย เพราะไม่เกี่ยวกับตัวเอง มันเป็นเรื่องจังหวัดฉะเชิงเทราและวัดโสธร วัดอื่นๆ ไม่เกี่ยว พระศาสนาไม่ใช่ของข้าคนเดียว !

 

 

ตามสบายนะฮะ ท่านมหาเถรสมาคม สมเด็จสนิท วัดไตรมิตร เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศ จะแก้ปัญหาที่พวกท่าน "ทำค้างเอาไว้" และ "สร้างปมใหม่" กันอย่างไร ก็ตามสบาย บอกแล้วไงว่า "ตัดหวายอย่าเหลือหน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก" เมื่อพวกท่านไม่เชื่อ ก็เลยโดนหน่อตำตีน เจ็บแสบ ต้องเดินเขย่ง จนคนเห็นทั้งเมือง แต่ถ้าเห็นว่าโดนหน่อตำตีนแล้วสนุกดี ก็เชิญ..เดินเขย่งต่อไป !

 

 

 

 

 

 

 

 

หวั่นแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราไม่โปร่งใส

 

ฉะเชิงเทรากังขา มส. ตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ข้ามขั้นและมีอธิกรณ์ เป็นเจ้าคณะอำเภอและยังไม่ได้เป็นรองเจ้าคณะจังหวัด ขณะที่อีกรูปคุณสมบัติครบแต่ไม่ได้ ตั้งข้อสังเกตเพราะอะไรละเมิดกฎ มส.ได้

 

หนังสือถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 2553 ถูกเผยแพร่ทันที หลังมหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งให้ พระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรามวรวิหาร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะ 1 ใน 7 พระสังฆาธิการที่ถูกเสนอชื่อให้ออกจากตำแหน่งคือ พระปริยัติกิจวิธาน ซึ่งต่อมาได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชปริยัติสุนทร ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้ค้านกับความรู้สึกของกลุ่มรักษ์ธรรมเมืองแปดริ้ว และค้านกับสายตา พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ในฐานะผู้ปกครองสงฆ์ เพราะปัจจุบันมีพระราชภาวนาพิธานดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดอยู่แล้ว

 

และแม้พระราชปริยัติสุนทร จะเป็นเจ้าคณะอำเภอมาแล้วกว่า 10 ปี แต่การต้องอธิกรณ์ หรือ มีคดีติดตัว จากการนำพระภิกษุและสามเณรเดินขบวนคัดค้าน การแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ทำให้มีการตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่จะได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

"สมัยแต่งตั้งเจ้าอาวาส มีความแตกแยก เราไม่ขอเอ่ยชื่อ พวกผู้ช่วยบางรูปที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง ก็เคยยกทัพไปล้อมมหาเถรสมาคมทีหนึ่งแล้ว ก็ปรากฏว่าบุคคลพวกนี้ทั้งนั้นแหละ ซึ่งยังมีอธิกรณ์อยู่" พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า สาเหตุที่กลุ่มรักษ์ธรรมแปดริ้วและเจ้าอาวาสวัดโสธรวรามวรวิหาร กังวลว่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นซ้ำรอยปี 2552 ที่มีการคัดค้านการแต่งตั้งพระธรรมมังคลาจารย์ เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร

 

ผลการแต่งตั้งที่ออกมาผิดคาด และไม่เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา ทำให้ความหนักใจทั้งหมดตกอยู่ที่เจ้าอาวาส เพราะพระสังฆาธิการทั้ง 2 รูป อยู่วัดเดียวกัน แต่กลับแต่งตั้งข้ามลำดับชั้น

 

"คนนี้ก็เหมือนลูกอยู่ในวัดอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน ความหนักใจก็เกิดกับเราเจ้าอาวาส ทางที่ดีจะเอาใครก็ไม่ว่า ขอให้มันออกจากนอกวัดนี้ไป แต่ถ้าแต่งตั้งตามวัดนี้ก็แต่งตั้งให้มันตรงตามสายที่ปฏิบัติมา มีรอง เขามีรองจังหวัด ก็ตั้งรองจังหวัด แต่อันนี้ไม่เห็น ข้ามกันไปข้ามกันมาไม่เห็นด้วยตรงนี้ คือการแต่งตั้งที่ไม่ถูกต้อง" พระธรรมมังคลาจารย์ระบุ

 

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสได้สอบถามข้อเท็จจริง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ พระราชปริยัติสุนทรเมื่อ 8 ปี ที่ผ่านมากับพระธรรมปริยัติมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งยอมรับว่า ผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง สร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์อย่างร้ายแรง แต่ผลการตัดสินของมหาเถรสมาคมเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาชี้แจงว่าผิดจริงหรือไม่

 

"เรื่องการสอบสวนมันก็จบไปแล้ว โดยการที่มอบสำเนาการสอบสวนทั้งหมดไปให้เจ้าคณะภาค เจ้าคณะภาครับต่อไปให้มหาเถร เพราะมันเกี่ยวข้องกับพระราอารามหลวง ต้องมหาเถรถึงจะลงมติ ตัดสินได้ว่าใครถูกใครผิด จนบัดนี้เลยนะก็ยังไม่รู้เลยตัดสินว่าอย่างไร เพราะไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษรมา และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าคณะภาค ท่านที่เป็นเจ้าคณะภาคท่านก็มรณภาพไปแล้ว" พระธรรมปริยัติมุนี กล่าว

 

การแต่งตั้งครั้งนี้ขัดกับกฎของมหาเถรสมาคมอย่างชัดเจน ที่บัญญัติไว้ว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ต้องเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี พระราชปริยัติสุนทรจึงไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เพราะไม่เคยปฏิบัติหน้าที่นี้มาก่อนและยังมีอธิกรณ์ จึงทำให้คณะสงฆ์จังหวัดฉะเชิงเทราเกิดข้อกังขา และมีคำถามว่าการได้รับตำแหน่งนี้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

 

 

 

ที่มา : THAI PBS : 26 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264