สาดสงกรานต์ !

บรรจบ บรรณรุจิ สาดน้ำ

พงศ์พร-พุทธะอิสระ

เปียกปอนตั้งแต่พุทธมณฑลยันวัดอ้อน้อย !

 

 

 

 

 

 

 

อา..วิธีนี้ในวงการสนุ๊กเรียกว่า "บ๋อย" แบบว่ายิงตัวเดียวแต่โดนสองตัว ซึ่งตัวสุดท้ายนั้นคือ "เป้าหมายหลัก" ในที่นี้ เมื่อมีการใช้ "ผอ.พศ." เป็นบ๋อย กระทบไปถึงพุทธะอิสระๆ จึงเป็น "เป้าหมายหลัก" อย่างแท้จริง ที่ ดร.บรรจบ บรรจงยิงในคราวนี้

 

นี่น่าจะเป็น "ครั้งแรก" ที่ ผศ.ดร.รท.ปธ.บรรจบ บรรณรุจิ เปิดยุทธวิธี "บู๊แหลก" แนว "เดินหน้าฆ่ามัน" เพราะในอดีตนั้น มีแต่คนเคยเห็น ดร.บรรจบ เป็นคนอ่อนคนนุ่ม แบบเนสกาแฟเรียกพี่ ยิ่งไปเข้าสายกรรมฐานก็ยิ่งอ่อนหวาน แต่ภายหลังมา พอเปลี่ยนเส้นทางไปคลองสาม ท่องบทกลอนธรรมกายได้ไม่กี่บท ก็เปลี่ยนลุ๊คเป็น "พะบู๊" ไปทันที

 

คราวก่อนนั้น ถูก "พุทธะอิสระ" เขียนเล่นซะงอมพระราม ดร.บรรจบก็ตอบแบบนิ่มๆ ว่า "ผมไปช่วยทุกวัด รวมทั้ง..วัดอ้อน้อย" ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นกันชนไม่ให้กระแทกกันแรงไปกว่านี้ แต่วันนี้ เมื่อได้เห็นคอมเมนต์ล่าสุด ก็ต้องสรุปว่า "เข้าใจผิด" ดร.บรรจบวันนี้ ไม่มีไมตรีให้แก่ "พุทธะอิสระ" อีกต่อไปแล้ว จะเหลืองจะลายก็ไม่สน เพราะพุทธะอิสระก็ไม่ได้ให้ค่าแก่ ดร.บรรจบ เช่นกัน มันจึงเป็นสงครามของ "คนกันเอง" ทั้งรู้จักมักจี่และเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก่อน แต่ต้องมาแตกแยกกันเพราะ..ธัมมชโย !

 

"พระเจ้าปัญญา" คือฉายา ที่อาจารย์บรรจบตั้งใหม่ ให้แก่ "พุทธะอิสระ" แต่เมื่อประมวลผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างพุทธะอิสระกับพงศ์พรแล้ว "ล้มเหลว" เสียหายทั้งคู่ คำว่า "เจ้าปัญญา" จึงน่าจะเป็น "คำเสียดสี" หรือ "เย้ยหยัน" เสียมากกว่า แสดงออกถึง "วิภาษวิธี" ที่ รศ.ดร.ใช้ ไม่จำเป็นต้องหยาบคาย แต่ก็ได้ใจความเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นผู้รู้หรือผู้ใหญ่ ใครโดนแบบนี้ก็ "แสบ" เข้าไปถึงทรวง เมื่อเห็นน้องควงคนอื่น ฯลฯ

 

แน่นอนว่า "พุทธะอิสระ" ต้องตอบโต้อย่างสาสม เพราะนานทีจะมีคนกล้า "เหยียบตาปลาก่อน" ส่วนใหญ่แล้วจะถูกพุทธะอิสระ "เดินหน้าฆ่ามัน" แบบว่าบี้เข้ามุมข้างเดียว แต่วันนี้ ถูกแย็บเต็มหน้าก่อนเช่นนี้ ถ้าไม่เอาคืน "ชุดใหญ่" ก็คงไม่ใช่..พญาราชสีห์ อาจจะมีค่าเพียง..เสือเห่า !

 

 

 

 

 

 

ผศ.ดร.รท.ปธ.บรรจบ บรรณรุจิ

 

 

 

ผอ.สำนักพุทธ

 

@ เห็นการทำงานของสำนักพุทธฯ แล้วหนักใจ ไม่มีอะไรทึ่ชาวพุทธจะพึ่งได้เลย นอกจากทำงานตามสั่งแล้ว ผอ.คนปัจจุบัน ยังกระตือรือร้นผิดลู่ผิดทาง เข้ามาแลัวก็เห็นมีแต่กระตือรือร้นจะสั่งพระรูปเดียว แต่เมื่อนึกถึงทึ่มาที่ไปของท่านแล้วก็เห็นใจ เพราะท่านมาตามใบสั่ง และไม่ใช่ใบสั่งเดียว มีหลายใบสั่งเหลือเกิน สั่งกันไปสั่งกันมาจนกระทั่งใบสั่งชนกันเอง น่าหัวเราะ

 

@ เห็นได้จากการที่ท่านเข้ามาปุ๊บก็รีบเร่งให้มหาเถรสมาคมใช้กฏนิคหกรรม 21 เล่นงานลงโทษพระธรรมชโยคือประกาศให้สึกเลย เล่นเอาผู้สื่อข่าวต่างๆงงกันเป็นทิวแถว เพราะในกฎ ฯ 21 มีแต่ลงโทษ แต่ไม่ระบุความผิด ซึ่งเขาอยากรู้กันว่าผิดเรื่องอะไรบ้าง ? และร้ายแรงระดับไหน ? ในที่สุดเจ้าคณะพระสังฆาธิการระดับจังหวัดท่านต้องออกมาชี้แจงว่าทำไม่ได้

 

@ พอไม่ได้เรื่องนั้น ตาลีตาลานมาทำเรื่องใหม่ ออกหนังสือสั่งให้เจ้าคณะพระสังฆาธิการระดับต่างๆรวมเป็นคณะกรรมการบริหารวัดพระธรรมกาย ซึ่งตามขั้นตอนมันยังทำไม่ได้ เพราะวัดเขามีเจ้าอาวาสมีรองเจ้าอาวาส แต่จะให้ทำให้ได้ นัยว่าเรื่องนี้ได้รับคำแนะนำจาก "พระเจ้าปัญญา" วัดอ้อน้อย ซึ่งตอนนี้ปัญญาแตกฉานทั้งด้านพระธรรมวินัยด้านกฏหมายและศาสตร์อื่นๆจนคุมไม่อยู่ ต้องออกมาตระเวนถ่ายเทปัญญาให้หน่วยงานต่างๆรับปฏิบัติ เช่น ศาล ดีเอสไอ ตำรวจและกองทัพ ขนาดเรียกได้ว่า หน่วยราชการของรัฐต้องหงอให้ ไม่เว้นแม้กระทั้งสำนักพุทธฯที่รักของผมก็ต้องหงอให้ ไม่หงอได้ไง ถึงขนาดโทรสั่ง ผอ.สำนักพุทธฯให้ทำโน่นทำนี่ได้ แถมโพสต์ให้ดูซะเลย จะได้รู้กันไปเลยว่า ฉันคือใครในยามนี้ ? บทบาทนี้ขนาดกรรมการมหาเถรรูปใดรูปหนึ่งยังไม่กล้าใช้ ทั้งที่มีอำนาจทำได้เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาตามกฏหมาย แล้วใครจะแน่กว่ากัน ? ถามหน่อย

 

@ ความจริง สำนักพุทธฯ มีเรื่องต้องทำเพื่อดูแลพระพุทธศาสนาเยอะมาก ถ้านึกไม่ออกก็น่าจะไปสำนักงานกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ถือดอกไม้ไปด้วยไป "กราบ" เขา แล้วให้เขาสอนดูซิว่าเขาใช้ "รัฐบาล 2 ป." คือ ประยุทธ+ประวิตร ทำอะไรให้เขาบ้าง ? มัสยิดถึงขึ้นเป็นดอกเห็ด ถามเขาดูซิว่า รัฐบาล "ประยุทธ+ประวิตร" เปิดทางยังไง ถึงให้พระราชบัญญัติอิสลามไหลออกมาเป็นเทน้ำเทท่า และลองให้เขาติวให้ดูซิว่า ทำไมอิสลามทำอะไรถึงง่ายไปหมด ? แต่พุทธขยัยอะไรไม่ได้เลย ติดกึกกัก ขนาดพระอยู่ป่ายังอยู่ไม่ได้ พุทธสถานถูกทุบทิ้ง แต่มัสยิดสร้างในวนอุทยานแห่งชาติได้ ถามเขาซีว่า เขาทำยังไง ?

 

@ ถ้านึกด้วยตัวเองไม่ออก ก็ลองเสนอเรื่องไปกราบเรียนพระมหาเถระทั้งหลายในมหาเถรสมาคม ช่วยพิจารณา เพราะนี่คือความรับผิดชอบของมหาเถรสมาคม ซึ่งผมอยากเปลี่ยนเป็น "มหาเถรสภา" อยู่ครามครัน

 

@ หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ แม้ผมจะยังไม่พอใจในเนื้อหานัก แต่ก็ต้องเคารพกติกา ส่วนที่ดีก็มีอยู่ คือจะปลุกคณะสงฆ์ให้ตื่นรับรู้ภัยง่ายขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดทางให้ชาวบ้านเข้าถึงเรื่องของพระง่ายขึ้น โดยเฉพาะทรัพย์สินของวัด ซึ่งได้ทราบว่าตอนนี้ สองพยัคฆ์ คือ ไพบูลย์ นิติตะวัน กับ มโน หรืออดีตเมตตานันโท "ศิษย์รัก" ของวัดพระธรรมกายกำลังสะบัดหัวใส แยกเขี้ยวยิงฟันใส่ เชื่อว่าวัดแต่ละวัดที่มั่งคั่งกำลังร้อนๆ หนาวๆ กันอยู่

 

@ ผมเชื่อว่า ตอนนี้พระกำลังตกใจตื่น และตื่นจริงๆ เพราะภัยมาถึงตัว เมื่อก่อนปลุกยากมาก แม้จะบอกว่า "ท่านครับ พระพุทธศาสนามีภัย" ท่านก็ไม่ขยับ ดีไม่ดีด่าพวกผมอีก หาว่าสร้างเรื่องอยากเป็นนักการเมืองจึงเอาภัยศาสนามาบังหน้า


เดชะบุญ พวกผมทำใจได้ว่า ที่ยอมเสี่ยงทำกันนั้น ไม่ได้ทำเพื่อพระสงฆ์รูปใดรูปใดรูปหนึ่ง หรือเพื่อพระกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ในภาพรวมทำเพื่อพระพุทธศาสนาเพื่อพระพุทธเจ้า และดีที่ยังมีพระสังฆาธิการระดับล่างๆ จากมหาเถรสมาคมตอบรับบ้าง (แต่มหาเถรสมาคมของเราเงียบกริบ รักษาภาพลักษณ์ของสมณะผู้สงบไว้ดียิ่ง) จึงไม่ท้อแท้ แต่ตอนนี้ผมไม่ต้องปลุกแล้ว ไพบูลย์กับคุณหมอมโนสองเกลอสมองใสช่วยปลุกให้ ขอบคุณนะ

 

@ เชื่อผมเถอะ สำนักพุทธฯ ก็หมดท่าช่วยพระอีกเช่นเคย ดีไม่ดีกุลีกุจอเปิดทางให้การตรวจสอบไปง่ายขึ้น โดยอ้างว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คณะสงฆ์เองกำลังภูมิใจกับกฎหมายที่คนมีกิเลสร่างให้ มากกว่าพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ให้ ความจริงพระพุทธเจ้าให้พระธรรมวินัยไว้เพื่อคุ้มครองคณะสงฆ์ แต่คณะสงฆ์ไม่สนใจเอง (กลับไปใช้ "สิ่งที่ให้ได้ก็เรียกคืนได้" เป็นหลักในการบริหารหมู่คณะ) ในที่สุดก็หมดความสง่างามในการปกป้องตนเองปกป้องสถาบันพระพุทธศาสนา พึ่งตัวเองไม่ได้ จึงไม่มีที่พึ่งแท้จริง ได้แต่เก็บอาการประคองตัวให้รอด

 

จะทำอย่างไรได้เล่า? ในเมื่อลดตัวลงไปเล่นตามกติกาที่คนต่ำกว่าร่างให้ ก็ย่อมถูกคนที่ต่ำกว่าใช้บีฑาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

@ แต่ถึงยังไงผมก็ยังรักคณะสงฆ์ เพราะเป็นบุคลากรในศาสนาของเรา จึงอยากแนะนำท่านให้หาทาง "สู้" บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ "นั่งปลง" รอวันถูกเชือด

 

ลองคิดดูเถิดครับว่า ไม่เคยมีนักอะไรต่อมิอะไรตรวจสอบการใช้งบของทหารได้เลย โดยเฉพาะ "งบลับ" ถ้าใครเสียงแข็งอวดดีจะเอาให้ได้ ไม่ช้าเดียวก็เงียบเสียง เพราะอะไร ? ทหารเขาทำได้ยังไง ? ลองบิณฑบาตถามทหารดู (เพราะที่เห็นมีทหารล้อมหน้าล้อมหลังก็หลายรูปอยู่) หรือไม่ก็กระซิบสั่งให้ ผอ.สำนักพุทธ ซึ่งก็มาจากตำรวจสายเดียวกับทหารไปถามทหารดูที บทบาทของท่านจะได้เข้าตาชาวพุทธว่าทำเพื่อพระพุทธศาสนาบ้าง

 

@ ทำเถอะครับ พระคุณเจ้า ทำเถอะครับ ผอ.สำนักพุทธ ช่วยพระพุทธศาสนาบ้าง พระพุทธศาสนาจะได้ช่วยท่าน ไม่งั้นถูกไล่ไม่รู้ด้วยนะ

 

 

ข่าว : สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย : 8 เมษายน 2560

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264