นำฤกษ์ !

 

 

อัยการ "สั่งฟ้อง" ธัมมชโย

 

เป็นจำเลยที่ 2 ก่อนเส้นตาย 7 วัน

 

อายุความ 15 ปี ต้องตามตัวมาขึ้นศาลให้ได้

 

 

 

 

 

 

จำเลยที่สอง

 

 

 

อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ศุภชัย-พระธัมมชโย รับของโจร-ฟอกเงิน ชี้ดีเอสไอตามจับก่อนหมดอายุความ 15 ปี

 

 

MGR Online - อัยการ สั่งฟ้อง และพวกรวม 5 คน ผิดฟอกเงิน-รับของโจร นัดผู้ต้องหา 3-4 ยื่นฟ้องศาล 30 พ.ย.นี้ ประสานดีเอสไอตามจับผู้ต้องหาที่หลบหนีนำส่งอัยการภายในอายุความ 15 ปี 
       
       
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (23 พ.ย.) เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นายชาติพงษ์ จีระพันธุ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวการสั่งคดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาที่ 1 พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ศรัญญา มานหมัด อดีตคณะบริหารสหกรณ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน กันล้อม อดีตคณะบริหารสหกรณ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 4 และนางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรว่า หลังจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมมาให้อัยการเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน

 

คณะทำงานอัยการพิจารณาหลักฐานจากการสอบสวนและผลสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมด รวมถึงหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาแล้ว ได้มีความเห็นสั่งคดีเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีความเห็นสั่งฟ้อง นายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.ศรัญญา ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยพนักงานอัยการได้นัด น.ส.ศรัญญา ผู้ต้องหาที่ 3 นางทองพิน ผู้ต้องหาที่ 4 มารายงานตัวเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 09.30 น.ซึ่งผู้ต้องหาที่ 3,4 ต้องมาพบพนักงานอัยการ หากไม่มาจะประสานขอออกหมายจับต่อศาล ส่วนนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นอยู่ในเรือนจำอยู่แล้ว
       
เรือโทสมนึก กล่าวอีกว่า คณะทำงานยังมีความเห็นควรสั่งฟ้อง
พระธัมมชโย ผู้ต้องหาที่ 2 และ น.ส.ศศิธร ผู้ต้องหาที่ 5 ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 ,83 และแจ้งให้ ดีเอสไอดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และ 5 มาส่งให้อัยการเพื่อดำเนินการต่อไปภายในอายุความ 15 ปี นับแต่วันที่กระทำผิด คือเดือนมกราคม 2552
       
ด้านนายชาติพงษ์ กล่าวว่า นอกจากคดีนี้ทางอัยการยังมีคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยน คลองจั่น ทั้งคดีแพ่งและอาญา ซึ่งจุดมุ่งหมายในการทำคดีไม่ได้เพียงแค่ต้องการนำเอาคนผิดมาลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจุดประสงค์ที่ต้องคุ้มครองดูแลผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียหายหลายคนที่เดือดร้อน อัยการได้มุ่งติดตามตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ชัดเจน จึงต้องพิจารณาสำนวนให้ละเอียดรอบคอบเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคืนเงินทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย จึงเป็นเหตุให้การพิจารณาคดีมีความล่าช้า


นายชาติพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หรับคดีที่เกี่ยวข้องอัยการได้ยื่นฟ้องและสั่งคดีแล้ว ประกอบด้วย คดีอาญา ได้แก่

 

1.คดีที่พนักงานอัยการ ได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย กับพวกรวม 12 คนต่อศาลอาญาแล้วเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม และวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในคดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 และ 3734/2559 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343 มูลค่าความเสียหาย 5,612,237,157.62 บาท ซึ่งอัยการขอให้ศาลสั่งจำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงไปด้วยตามจำนวนมูลค่าความเสียหายดังกล่าว โดยขณะคดีอยู่ระหว่างการนัดตรวจพยานหลักฐาน

 

2.คดีที่พนักงานอัยการ เพิ่งจะมีคำสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวกรวม 4 คน ฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง และร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 , 265 268 , 334 , 335 มูลค่าความเสียหาย 13,000 ล้านบาทเศษ

 

 

และคดีแพ่ง ที่ ปปง.ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง รัชดาภิเษก แล้วรวม 2 สำนวน คือ

 

1.คดีหมายเลขดำ ฟ.173/2559 ที่อัยการยื่นเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 85,769,438.25 บาท ซึ่งศาลแพ่ง นัดไต่สวนในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00 น.

 

2. คดีหมายเลขดำ ฟ.208/2559 ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายศุภชัย กับพวก ตกเป็นของแผ่นดิน จากที่มีการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน รวมทุนทรัพย์ทั้งสิ้น 1,585,000,000 บาท โดยศาลแพ่งนัดไต่สวนในวันที่ 20 ก.พ.2560 เวลา 09.00 น.

 

นอกจากนี้ในส่วนของ นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ ยังมีคดีที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 14 ปี 24 เดือน ในคดีหมายเลขแดง อ.706/2559 ที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย ฐานยักยอกทรัพย์มูลค่า 27 ล้านบาทเศษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และ 353 และ 354
       
เมื่อถามว่า กรณีที่ทนายความผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ใช่การฟอกเงินจะถือเป็นคำให้การของผู้ต้องหาหรือไม่ นายชาติพงษ์ กล่าวว่า หลักการของคดีอาญาจะต้องฟังความทั้งสองฝ่าย และผู้ต้องหาต้องมาให้การด้วยตนเอง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ผู้ต้องหาที่ 2 และ 5 มาสอบ และหนังสือขอความเป็นธรรมนั้นเป็นเพียงแค่อัยการรับฟังความมา อัยการจึงมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 และ 5 ไว้ เพราะเมื่อฟังความจากผู้กล่าวหาแล้วเห็นว่าพอฟังได้ ดังนั้น ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องให้พนักงานสอบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหามาสอบคำให้การและส่งให้อัยการ เมื่อมีหลักฐานและคำชี้แจงของผู้ต้องหา อัยการจะพิจารณาชั่งน้ำหนักอีกครั้งว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ คล้ายกับการสั่งคดีของแกนนำ กปปส.
        
เมื่อถามว่า จากพยานหลักฐานที่ ดีเอสไอและ ปปง. ส่งมาในเรื่องเส้นทางการเงินของพระเทพญาณมหามุนี มีการนำเงินไปฟอกในธุรกิจใดบ้าง มูลค่าเท่าใด นายชาติพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องในสำนวนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี ส่วนมูลค่าความเสียหายจากพยานหลักฐานที่อัยการได้รับมาเป็นเช็ค 27 ฉบับมูลค่า 1,400
บาท

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 23 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264