ไม่อาว ป.ธ.9 เป็นด๊อกเตอร์ !

 

ครม.ตีร่วงกลางวงประชุม

 

 

พนมเผย 2 แนวทาง หนึ่ง-ยกเลิก สอง-ต้องทำวิจัย สองทางเลือกนี้ถือว่าหินทั้งคู่ เพราะถ้าจะให้มาตราอื่นๆ ผ่านทั้งร่าง ก็ต้องเอา "ม.25" ของประโยคเก้าออกไปก่อน เพราะถือว่าขวางทางเพื่อน แต่ถ้าจะเอาประโยคเก้าเป็นด๊อกเตอร์ให้จงได้ ก็ต้องรอไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะนานเท่าไหร่ ก็เลยกลายเป็นว่า "ประโยคเก้าเป็นตัวถ่วงของประโยคอื่นๆ" มันพลิกกลับกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้

 

ยิ่งการให้ประโยคเก้าทำวิทยานิพนธ์เพื่อรองรับกับด๊อกเตอร์นั้น ถามว่า วิทยานิพนธ์อะไร ทำยังไง ใครรับรอง ? ซึ่งถึงที่สุดนั้นก็ต้องว่ากันที่ "ก.พ." เพราะเป็นผู้มีอำนาจ "รับรองปริญญาบัตร" ของทุกมหาวิทยาลัย หาไม่แล้ว ด๊อกเตอร์ ป.ธ.9 ก็จะกลายเป็น "ปริญญาเถื่อน" ถึงรัฐรับรอง แต่ กพ. ไม่รับรอง ก็ไม่มีทางหางานทำได้ ตัวอย่างก็คือปริญญาของ 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์ในอดีต ทั้ง มจร.-มมร. ซึ่งต้องยอมปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับแนวทางของ ก.พ. และถึงกับต้องเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเสียใหม่ จนกระทั่งได้ศักดิ์และสิทธิ์ตามเรียกร้องต้องการมาถึงปัจจุบัน

 

การจะเอา ป.ธ.9 ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลเทียบวุฒิให้เป็น "ปริญญาตรี" กระโดดข้ามชั้นขึ้นเป็นถึง "ริญญาเอก-Ph.D" นั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมากในทางวิชาการ แน่นอนว่าย่อมจะกระทบถึงสถานะของ "ปริญญาเอก" ทุกใบในเมืองไทย ของทุกมหาวิทยาลัย มองในแง่ของคนที่อยากได้ ก็ย่อมจะถือว่าได้เปรียบ (เพราะกูได้) แต่ถ้ามองในแง่ของคนที่สูญเสีย ก็ย่อมจะมองว่า "เสียเปรียบ" คือเอาเปรียบเขา ถูกชาวบ้านเอาเปรียบก็ถือว่าแย่แล้ว แต่นี่ "ถูกพระเอาเปรียบ" มันก็ยิ่งแย่ แทบว่าหมดศรัทธามหาเปรียญ ประโยคเก้าจะเป็นอะไรก็เป็นไปสิ ทำไมต้องเป็นด๊อกเตอร์ด้วย !

 

แต่ทั้งหมดนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความ "สมเหตุสมผล" ของการยกระดับประโยค 9 เป็นด๊อกเตอร์ คือถ้าเรามีมาตรฐานทางวิชาการ ซึ่งไม่ต้อง "สูงกว่าเขา" แต่เอาแค่ "เท่ากับเขา" ก็สามารถที่จะเรียกร้องสิทธิหรือวุฒิที่ต้องการได้ หากเขาไม่ให้ เราก็ทำการ "พิสูจน์" ความสามารถให้เห็นประจักษ์ แต่ถ้าไม่สามารถก็ย่อมจะกลายเป็นการ "เรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"

 

ทีนี้ว่า เมื่อเรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นั่นก็หมายถึงว่า เราเอา "ประโยคเก้า" ไปเป็นตัวตลกในทางวิชาการ ทั้งๆ ที่เคยเป็นสิ่งที่ "ศักดิ์สิทธิ์" ของบ้านนี้เมืองนี้มาก่อน ก็เรียกว่าเสียหายในสายตาของนักวิชาการ มากกว่าการที่ "สองเปรียญลาพรต" ทำอุกอาจ รวบหัวรวบหาง ตั้ง "สมาคมเปรียญธรรม 9 ประโยค" เป็นของตัวเองเสียอีก อย่านับแต่ "เปรียญอื่นๆ" จะไม่มีใครเขาเอากับสมาคมนี้เลย แม้แต่ "ประโยคเก้า" ด้วยกันแท้ๆ ก็ยังไม่มีใครเอา !

 

ถึงบอกว่า "ประโยคเก้า" กำลังเข้าตาจน เดินไปในแวดวงวิชาการกับเขาไม่ได้ เพราะคณะสงฆ์ไทยโง่ ไม่ยอมตั้ง "มหาวิทยาลัยบาลีแห่งประเทศไทย" ขึ้นมารองรับกับวิชาภาษาบาลีและพระไตรปิฎก แต่กลับเอาไปฝากผีฝากไข้ไว้กับ "วัดสามพระยา" ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็น "สาขา" ของวัดพระธรรมกายไปแล้ว !

 

เหตุผลก็คือ ถ้าจะให้ทำวิทยานิพนธ์เพื่อเป็นด๊อกเตอร์สำหรับประโยคเก้า ก็ถามว่า จะให้สถาบันไหนรับรอง เพราะในทางวิชาการจริงๆ แล้วนั้น "ปริญญาทุกใบ" จะมีศักดิ์และสิทธิ์ได้ ก็ต้องมี "สถาบันการศึกษา" รับรอง หาไม่แล้วก็เป็นปริญญาเถื่อน

 

 

 

กรณีประโยคเก้าเป็นด๊อกเตอร์ (โดยผ่านการทำวิทยานิพนธ์) ถามว่า ใครรับรอง

 

 

1. ถ้าให้รัฐบาลรับรอง ถามว่า รัฐบาลมีอำนาจรับรองได้หรือ ?

2. ถ้าให้มหาเถรสมาคมรับรอง ถามว่า มหาเถรสมาคม มีอำนาจรับรองได้หรือ ?

 

 

3. ถ้ารัฐบาล หรือมหาเถรสมาคม จะให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ (มจร-มมร) รับรองหลักสูตรการทำวิทยานิพนธ์ ป.ธ.9 เพื่อเทียบเป็น Ph.D. นั่นก็หมายถึงว่า โอนประโยคเก้าไปอยู่ในสังกัด 2 วิทยาลัยสงฆ์ โดยปริยาย หมายถึงว่า หลักสูตรบาลีทุกประโยค ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั้น ใช้ไม่ได้ ต้องปรับให้กระจายเป็นหน่วยกิตเหมือนทางมหาวิทยาลัยเขาใช้ หาไม่แล้วก็ไม่สามารถย้ายโอนได้ โดยเฉพาะตำแหน่ง "แม่กองบาลีสนามหลวง" ซึ่งถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในคณะสงฆ์ไทย จะกลายเป็นเพียง "คณะบดีคณะบาลีศึกษาศาสตร์" ใน มจร. หรือ มมร. เท่านั้น แถมยังจะมีหลายตำแหน่ง เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็ต้องมี คณบดี เป็นของตัวเอง จะให้รับรองมหาวิทยาลัยอื่นก็เป็นไปไม่ได้ หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าดันทุกรังจะทำให้ได้ โดยการให้ประโยคเก้าทำวิทยานิพนธ์ โดยมี 2 มหาวิทยาลัยสงฆ์รับรองหลักสูตร นั่นก็หมายถึงว่า คณบดีของสองมหาวิทยาลัย มีสถานะ "สูงกว่า" แม่กองบาลีสนามหลวง เพราะขนาดผ่านประโยคเก้าแล้ว ก็ยังต้องไปทำวิทยานิพนธ์ให้คณบดีในสองมหาวิทยาลัยสงฆ์ "ทดสอบความรู้" ก่อนจะรับรองให้เป็น "ด๊อกเตอร์" เผลอๆ เขาไม่ยอมให้ประโยคเก้าผ่าน มันก็จะกลายเป็นว่า คุณภาพการศึกษาระดับ ป.ธ.9 ที่ทางแม่กองบาลีสนามหลวงรับรองให้ผ่านนั้น "ต่ำกว่า" คุณภาพของมหาวิทยาลัยสงฆ์ มองทางไหนก็ไม่เห็นว่า ป.ธ.9 จะมีศักดิ์และสิทธิ์ขึ้นมา มีแต่จะขายหน้าไปเรื่อยๆ

 

 

นี่ไง ที่เรียกว่า ประโยคเก้า ถึงทางตัน ต้องยอมกดดันอยู่ "ที่เดิม" เพราะคณะสงฆ์ไทย (มหาเถรสมาคม-แม่กองบาลี) ไม่มีการพัฒนาตัวเอง เพราะคิดว่า "ประโยคเก้า ขอเจ้าคุณได้ โดยไม่ต้องเป็นพระครู" สุดท้ายก็ถูก "พระครูปลัดสมเด็จ-รองสมเด็จ" แซงหน้าเป็นแถวๆ ครั้นจะเอาประโยคเก้าเป็นด๊อกเตอร์บ้าง ก็ต้องตีบตันทางวิชาการอีก เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้ !

 

 

 

 

 

 

 

ตีกลับ พ.ร.บ.การศึกษาสงฆ์ ให้ พศ. ถก ศธ. อีกรอบ

 

 

วันนี้ (22 พ.ย.) นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ บรรพชาอุปสมบท ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวาระครบรอบ 50 วัน และ100 วันแห่งการสวรรคต โดยไม่ถือเป็นวันลา ตามที่ พศ. เสนอตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) โดยการผลักดันของ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับ พศ. ซึ่งผู้ที่บรรพชาอุปสมบท จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ครบรอบ 50 วัน  จังหวัดละ 89 คน จำนวน 6,853 รูป  ระหว่างวันที่ 27 พ.ย.-6 ธ.ค. 2559 ช่วงที่ 2 ครบรอบ 100 วัน จังหวัดละ 89 รูป จำนวน 6,853 รูป ระหว่างวันที่ 16 ม.ค.-25 ม.ค. 2560 โดยจะมีผู้เข้ารับการอุปสมบทถวายพระราชกุศลทั้งหมด 13,706 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
               
นายพนม กล่าวต่อไปว่า  ส่วนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ...นั้น ตนทราบเบื้องต้นว่า ที่ประชุม ครม. ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเทียบวุฒิผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จะได้รับวิทยฐานะเทียบเท่าปริญญาเอก
 ในมาตรา 25 จึงได้มอบหมายให้นายสุวพันธุ์ นำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กลับไปหารือกับคณะสงฆ์ พศ. และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อีกครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันแล้ว ให้นำกลับมาเสนอ ครม. พิจารณาอีกครั้ง
               
บคณะสงฆ์ โดย มส. อีกครั้ง โดยทางออกกรณีนี้คาดว่าจะมี 2 แนวทาง คือ 1.อาจจะปรับลดมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องเทียบวุฒิลง เพื่อให้
พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรมเดินหน้าต่อไปได้ หรือ 2. เร่งหารือกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในการร่วมกันดำเนินการจัดทำกฎหมายลูกประกอบร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การขอวิทยาฐานะปริญญาเอกของผู้สอบผ่าน ป.ธ. 9 ตามที่ สกอ.กำหนด 
เช่น จะต้องมีการเรียนหรือทำวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะสมกับการรับวิทยฐานะ

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 23 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264