หวยออกวัดปากน้ำ !

 

อัยการชงฟ้องคดีรถหรูสมเด็จช่วง

 

25 พฤศจิกา หมายถึงว่า มะรืนนี้

 

ไวกว่าธัมมชโยค่ะ !

 

 

 

 

 

 

อา..สงสัยว่า "วัดพี่" จะโดนคดีไวกว่า "วัดน้อง" เสียแล้ว สมเด็จช่วงท่านเคยกล่าวว่า "มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน" แต่ปัจจุบัน ทั้งวัดพี่วัดน้อง ต่างโดนคดีด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือกันยังไง ตัวเองจะรอดหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ที่แน่ๆ ก็คือ "ตุ๊แป๊ะ"  ทส. คนสนิทของ "สมเด็จช่วง" ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ถูกตั้งข้อหาเป็นจำเลย ที่  7 ในคดีนี้ นี่คือมลทินครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของ "วัดปากน้ำ" ซึ่งถือว่า "ขึ้นสูงสุด" ในสมัย "สมเด็จช่วง" แต่กลับมาร่วงแบบ "ปักหัวลง" ในช่วงเดียวกัน มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?

 

 

 

 

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?

 

 

 

 

 

จำเลยที่  7 !

 

 

 

 

 

ภาพแห่งความยิ่งใหญ่ของ "ตุ๊แป๊ะ" ก่อนจะกลายเป็นจำเลย

ตามรอย "ป๋าเหนาะ" แห่งภูเขาทอง

 

 

 

 

วันแห่งความรุ่งเรือง วันที่ใครๆ ก็ไปหา..ตุ๊แป๊ะ

 

ขนาดว่าบรรดา "ท่านรอง" ในวัดปากน้ำ ยังต้องยอมหลีกทางให้ !

 

 

 

 

 

ตุ๊แป๊ะ แน่ขนาดไหน !

 

ถึงขนาดเข้าประชุมหาเถรสมาคมได้ แน่ไม่แน่ก็ดูเอา

 

 

 

DSI ส่งสำนวนเบนซ์หรูสมเด็จช่วง อัยการตั้งคณะทำงานพิจารณาสั่งฟ้อง 25 พ.ย. นี้

 

 

21 พฤศจิกายน 2559 ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 12/2559 พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง

 

 

นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถยนต์ ที่ 1

 

หจก.ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดย นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ที่ 2

นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ที่ 3

 

นายเกษม หรืออ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ที่ 4

 

นายเมธีนันท์ หรือ ชลัส นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต ที่ 5

 

นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยนต์ยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก ที่ 6 และ

 

พระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้สั่งซื้อรถยนต์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ในฐานะเลขานุการฯ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ที่ 7

 

เป็นผู้ต้องหาที่ 1 - 7 ตามลำดับ คดีสมเด็จช่วง ครอบครองรถเบนซ์หรู ทะเบียน ขม 99 กทม. โดยไม่ชอบ มาส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณา

 

ทั้งนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เห็นว่า คดีนี้มีความสำคัญ เป็นที่สนใจของประชาชน จึงมีคำสั่งตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณาสำนวนและพยานหลักฐานต่างๆ ในคดี ประกอบด้วย นายอดุลย์ เฉตวงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 , น.ท.ทศพร สายพันธ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ และนายกฤษณะ สุขสงวน อัยการผู้เชี่ยวชาญ เป็นคณะทำงาน โดยสำนักงานคดีพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้นัดผู้ต้องหาที่ 1 , 2 , 3 , 5 และ 6 มาฟังการสั่งคดี ในวันที่ 25 พ.ย.59 โดยผู้ต้องหาที่ 4 จะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 3 ในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่หลวงพี่แป๊ะ ผู้ต้องหาที่ 7 พนักงานสอบสวนยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ เนื่องจากในวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาที่ 7 อาพาธ โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะนำส่งพนักงานอัยการอีกครั้งในภายหลัง

 

โดย นายวงศ์สกุล กล่าวว่า ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ซึ่งอัยการนัดผู้ต้องหามาพบนั้นเป็นการนัดตามขั้นตอนเนื่องจากมีผู้ต้องหาที่ 4 จะครบกำหนดฝากขัง ซึ่งเราต้องนัดมาภายในวันดังกล่าว ส่วนจะมีการสั่งคดีได้เลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะทำงานมีการพิจารณาพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งคดีได้แล้วหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสั่งคดีได้ก็อาจจะสั่งคดีในวันดังกล่าวเลย หากพิจารณาแล้วพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ก็อาจจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมและเลื่อนวันนัดสั่งคดีออกไป ส่วนพระมหาศาสนมุนีที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งตัวมานั้น ตามปกติแล้วเราก็จะนัดมาในวันที่ 25 พ.ย. นี้ด้วย แต่เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะต้องส่งตัวมา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานรายงานว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้กล่าวหาว่า ผู้ต้องหากระทำความผิดฐานร่วมกันนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาราจักร หรือร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ปลอกเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่เสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 , 27 ทวิ พ.ร.บ.สรรสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 161 , 165 ประกอบกฎหมายอาญา มาตรา 137 , 265 , 268 , 83

 

 

 

ที่มา : แนวหน้า : 22 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264