จ่อแก้ ม.7 ตั้งสังฆราช !

 

 

 

 

กฤษฎีการะบุอยู่ในมือแล้ว

 

ใช้เวลา "ไม่นาน" คงเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

อา..ธัมมชโยยังไม่ทันไปดีเอสไอ แต่ร่างแก้ไข ม.7 กลับไวกว่าเสียอีก เพราะวิ่งไปอยู่ในมือกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะว่าเป็นเหตุบังเอิญเหมือนดาวเคราะห์เรียงตัวกันก็ใช่ที่ นี่มิใช่อุปาทานหมู่ แต่รู้ๆ กันอยู่ว่า ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การปฏิรูป "ทุกมิติ" ศาสนาเป็นอีกมิติหนึ่ง จึงต้องปฏิรูปไปด้วย ถ้าไม่มองตัวบุคคลก็จะออกมาในรูปนี้

 

 

แต่..แต่ถ้ามองถึงตัวบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีแคนดิเดทดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งยังคาราคาซังมาตั้งแต่ต้นปีนั้น ก็ย่อมจะมองได้ว่า ทางรัฐบาล หรือ สปช. กำลังหาทางออกจากเขาวงกต อันว่าด้วยคุณสมบัติ "อาวุโสโดยสมณศักดิ์" ที่จำกัดวงไว้ใน ม.7 ส่งผลให้ "สมเด็จช่วง" กลายเป็นตัวเต็งไม่ว่าจะโผไหน ขยับอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะให้ใครมีอำนาจในการเริ่มกระบวนการทูลเกล้าฯ ก็ต้องมาลงที่ "อาวุโสโดยสมณศักดิ์" หรือพูดง่ายๆ ก็คือ "สมเด็จช่วง" ต้องได้รับการทูลเกล้าฯ ใครไม่ทูลเกล้าฯ ก็แสดงว่าทำผิดกฎหมาย มีหวังโดนฟ้องติดคุกหัวโต

 

 

กรณีที่กฤษฎีกาบอกนักข่าวว่า เรื่องเสนอแก้ ม.7 แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ฉบับปัจจุบัน ถึงมือกฤษฎีกาแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่า การแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ ครั้งนี้ มหาเถรสมาคมไม่มีส่วนร่วม ถ้ากฤษฎีกาพิจารณาเสร็จ ก็ส่งถือรัฐบาลๆ ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ได้เลย

 

 

แต่การเจาะจงแก้มาตรา 7 อันว่าด้วยการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เพียงมาตราเดียว (ตามข่าว) ถ้าไม่มีร่างใหญ่จ่อเข้าสภาตามมาภายหลัง ก็แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลบิ๊กตู่ หรือ  สปช. ยังไม่ได้มองปัญหาของคณะสงฆ์ไทยในภาพรวมเลย มุ่งแก้เฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าว่าด้วยการตั้งสังฆราชเพียงเท่านั้น

 

 

ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ปัญหาน่าจะอยู่ที่การกระจายอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ ลงสู่เบื้องล่าง หรือในต่างจังหวัดมากกว่า คือไม่จำเป็นต้องให้พระสงฆ์ในต่างจังหวัดปกครองกันเอง แต่อาจจะเพิ่ม "สัดส่วน" ในมหาเถรสมาคม หรือมหาคณิสร ให้พระสังฆาธิการในต่างจังหวัด ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม หรือมหาคณิสร โดยอาจจะเพิ่มโควต้ามหาเถรสมาคมหรือมหาคณิสร ให้เป็น 99 ตำแหน่ง (จังหวัดละ 1 รูป และผู้มีคุณสมบัติพิเศษอีกจำนวนหนึ่ง) แยกออกเป็น 3 ส่วน แบ่งกันดูแลด้านบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ หรือศาลสงฆ์ ก็น่าจะลงตัว ไม่ถึงกับต้องนำเอา พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 กลับมาใช้ แบบนี้น่าจะไปได้ง่ายกว่า และเชื่อว่าคณะสงฆ์คงจะพอใจ เพราะไม่ได้ไปปลดท่าน แต่เพิ่มตัวช่วยให้งานพระศาสนาเดินหน้ามากขึ้น ซึ่งก็หวังว่า การปฏิวัติครั้งนี้ คงจะไม่เสียของ เหมือนคนเขาว่า

 

 

 

 


 

 

 

เลขาฯกฤษฎีกา เผย เพิ่งได้รับเรื่องเสนอแก้ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์ ตั้งสังฆราช ระบุขอเวลาศึกษาข้อกฎหมายรอบคอบก่อน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการแก้ไขมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับเรื่องนี้มาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาข้อมูลและพิจารณาข้อกฎหมาย โดยต้องดูเหตุผลในการเสนอแก้กฎหมายในมาตราดังกล่าว ที่มา ข้อปฏิบัติ และสภาพปัญหาว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการแก้ไขที่เคยทำมาแล้วนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วจึงจะรวบรวมข้อมูลและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งตนคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยขณะนี้ไม่มีอะไรติดขัด แต่ต้องพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อบรรจุเป็นวาระรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม จึงต้องเร่งดำเนินการ แต่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 24 พฤษภาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264