วงการแพทย์แตก !

 

 

แตกความเห็นกรณีใบรับรองธัมมชโย

 

ฝ่ายหนึ่งอ้างว่าทำได้ ต้องมีจรรยาบรรณแพทย์

 

อีกฝ่ายบอกทำไม่ได้ ผิดจรรยาบรรณแพทย์

 

 

 

หุหุ.. เรื่องธัมมชโยนี้ดูทีว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เข้าวงไหนเป็นแตกวงนั้น จะว่าท่านมีอัจฉริยภาพในการสร้างศรัทธาอย่างสูงสุดในบรรดาพระไทยเลยก็ว่าได้ ขนาดแพทย์ซึ่งเป็นปัญญาชน มีจรรยาบรรณกำกับ เหมือนพระเณรเลยทีเดียว ก็ยังแตกความเห็นเป็นฝักเป็นฝ่าย ทั้งๆ ที่ถือกฎกติกามารยาทเล่มเดียวกันแท้ๆ สุดยอดจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

สธ.เตือนแพทย์ระวังโพสต์ความเห็น "พระธัมมชโย" หลังกระแสโซเชียลแรง !

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีใบรับรองแพทย์อาการอาพาธ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี ออกมายืนยันว่าไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล ขั้นตอนกระบวนการไม่ถูกต้องนั้น จนเกิดคำถามขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ มีการโพสต์ข้อความของ นพ.บุญศักดิ์ หาญเทอดสิทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขานิติเวชศาสตร์ ซึ่งโพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก "เรารักวัดพระธรรมกาย" โดยระบุว่า "ได้พบข้อความทางโลกโซเชียล เกียวกับอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโย ที่กล่าวว่าอาการหนักขนาดนี้ทำไมไม่ไป รพ. การรักษาตัวภายในวัดเป็นการรักษาที่ผิดหลักการแพทย์ แสดงให้เห็นว่าผู้พูดไม่มีความไม่เข้าใจในหลักกฎหมายทางการแพทย์ เรื่องสิทธิผู้ป่วยและสถานพยาบาล ผมในฐานะแพทย์นิติเวชจึงขออนุญาตแสดงความคิดเห็นดังนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนครับ การที่ผู้ป่วยจะตกลงปลงใจในการรักษากับแพทย์คนไหน หรือไปโรงพยาบาลไหน เป็นเรื่องสิทธิของผู้ป่วยโดยแท้ ไม่สามารถไปบังคับให้ไปรักษาได้ แม้แพทย์มีหน้าที่ดูแลรักษาโดยผู้ป่วยไม่ได้ร้องขอก็ตาม ไม่สามารถไปละเมิดผู้ป่วยได้ หน้าที่รักษาผู้ป่วยนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมในกรณีที่เป็นความจำเป็นและเร่งด่วนเท่านั้น (ภาวะฉุกเฉิน) และเมื่อผู้ป่วยยินยอมให้รักษาแล้วไม่ว่าเป็นที่ไหน แพทย์ก็รักษาได้ ไม่ขึ้นกับสถานที่ เวลา และสถานการณ์ ในป่าแพทย์ก็รักษาคนได้"

 

นพ.บุญศักดิ์ ยังโพสต์ว่า "โดยทั่วไปแพทย์มีพื้นฐานจิตใจเมตตามากอยู่แล้ว จึงมีความยินดีที่จะรักษาคนทั่วไปเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นบุคคลที่มีบุญบารมีอย่างยิ่งแล้ว แพทย์ผู้มีจิตเมตตาและมีความสามารถท่านใดทราบ ก็อยากได้บุญกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่เขาเหล่านั้นจะไปรักษาหลวงพ่อธัมมชโยถึงวัดพระธรรมกาย และเมื่อแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ตรวจรักษาผู้ป่วยแล้ว ก็ย่อมสามารถออกใบรับรองแพทย์ที่แสดงภาวะสุขภาพของผู้ป่วยได้เสมอโดยไม่ขัดต่อหลักกฎหมายใดๆ ในมุมมองของการประกอบวิชาชีพเวชในสถานพยาบาลไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน ทั้งโรงพยาบาลและคลินิก ถ้าได้จัดตั้งและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้ทั้งสิ้น" หลังจากมีการโพสต์ข้อความดังกล่าว มีทั้งผู้สนับสนุน และเห็นต่างจำนวนมาก

 

ด้าน นพ.วิศิษฎ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวว่า ทางแพทย์ไม่ได้ระบุว่าอยู่สังกัดใด เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะอย่าลืมว่าแพทย์มีหลายสถานะ มีหมวกหลายใบ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ จึงต้องระมัดระวังให้ดี เรื่องของการออกใบรับรองแพทย์ แพทย์ทุกคนมีสิทธิออกใบรับรอง แต่ต้องคำนึง 3 ข้อ คือ

 

1.คนที่ออกใบรับรอง จะต้องถูกต้องตามหลักใบประกอบวิชาชีพ หรือใบประกอบโรคศิลปะ

 

2.สถานที่ออก ออกจากแหล่งไหน โรงพยาบาลใด หรือคลินิกใด แม้ใบรับรองจะไม่ได้เขียนชัดเจนว่าต้องมีสถานที่ก็ตาม และ

 

3.เรื่องที่ออกใบรับรองว่าป่วยเป็นโรคอะไร ต้องมีข้อมูลรองรับชัดเจน ทั้งกระบวนการและขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การจะอ้างว่ามีการตรวจหลอดเลือดหัวใจ หรือเทคนิคขั้นสูง ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าศักยภาพของสถานพยาบาลหรือสถานที่ที่ตรวจถูกต้องได้มาตรฐานหรือไม่

 

สิ่งเหล่านี้ตรวจสอบได้ และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในการพิจารณา   อย่างไรก็ตาม กรณีนี้หากจะตรวจสอบว่าใบรับรองถูกต้องตามหลักวิชาชีพหรือไม่ กรณีนี้จะเป็นหน้าที่ของแพทยสภา ในเรื่องตรวจสอบแพทย์ผู้นั้น ส่วน สธ. จะต้องกำชับแพทย์ในสังกัดเกี่ยวกับการเสนอความคิดเห็นนี้หรือไม่นั้น คงต้องขอหารือกับปลัด สธ.ก่อน

 

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ แต่หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาหรือดีเอสไอส่งเรื่องเพื่อให้แพทยสภาตรวจสอบ ก็พร้อมตรวจสอบ ซึ่งจะพิจารณาในเรื่องของการออกใบรับรองแพทย์ถูกต้องหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครส่งเรื่องมาให้แพทยสภา

 

 

 

ข่าว  : มติชน : 22 พฤษภาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264