NEVER !

 

 

 

รพ.ราชบุรีแจ้งดีเอสไอ

 

ธัมมชโยไม่เคยไปตรวจที่โรงพยาบาล

 

งานเลยเข้าเจ้าของลายเซ็นรับรอง

 

 

 

 

อา..จากสองวันก่อนที่ดีเอสไอถูกสงครามประสาทจากธัมมชโย "กดปุ่ม" ให้สาวกทั่วประเทศและทั่วโลก ดิ้นรนออดอ้อน "ถล่ม คสช." ผ่านสื่อทุกประเภท จนแทบจะเพลี่ยงพล้ำทางสังคม เดินไปไหนต้องทำตัวลีบไม่งั้นผ่านยาก แต่ดีเอสไอก็ใจเย็น ไม่บุ่มบ่ามผลีพลามเข้าปะทะ แต่อาศัยพิงเชือกคือกฎหมายไปพลางๆ จนกระทั่งได้คู่ชกฝีมือดีและรู้ทางมวยกัน นั่นคือ "หมอ" จากโรงพยาบาลเดียวกัน เพราะหลังสุดนี้เป็นสงคราม "การแพทย์" ซึ่งมีจรรยาบรรณและคนไข้มาเป็นเงื่อนไข ใครเหนือกว่าก็ชนะไป วันนี้ โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษีประกาศออกมาแล้วว่า "ธัมมชโยไม่เคยไปตรวจที่โรงพยาบาลเลย" ก็เลยโดนทั้ง "คนไข้" และ "หมอเจ้าของไข้" ว่าสมรู้ร่วมคิดสร้างเรื่องและออกสารปลอม โดยเฉพาะหมอต้องโดนทั้ง "วินัย" และ "อาญา" หมดสิ้นอนาคต ไม่ได้รับแม้แต่บำเหน็จบำนาญ

 

ส่วนท่านธัมมชโยนั้น นอกจากรูปปล่อยนกแล้ว ใบรับรองแพทย์ก็ยังตีตราว่า "หมดสภาพ" เข้าไปทุกขณะ ถ้าไม่ออกมามอบตัว ก็เตรียมตัวรับกับ "มาตรการ" มหาโหดได้เลย โดนแน่ๆ เป็นดอกแรกก็คือ "ถอดยศ-ปลดจากตำแหน่ง" เพราะการดื้อแพ่งต่อศาลอาญา ถือว่าผิดจริยาพระสังฆาธิการและพระราชาคณะระดับสูง ไม่ต่างจากแพทย์ที่รับรองนั่นแหละ ภายในเดือนนี้เราอาจจะได้เห็น "พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี" มีสภาพเป็นเพียง "พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย" คนเดิม ถึงตอนนั้นก็..สายัณห์ สัญญา เพราะว่าถ้าถอดยศและปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสได้แล้ว การบังคับใช้กฎหมายก็จะ..ง่ายขึ้น !

 

 

 

 

 

 

 

รพ.ค่ายภาณุรังษี ส่งหนังสือแจงดีเอสไอ "พระธัมมชโย" ไม่เคยมาตรวจ -ตั้งกรรมการสอบ "พ.ท." ออกใบรับรองแพทย์

 

 

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ระบุว่า ดีเอสไอทำงานตามขั้นตอนของกฎหมายการขอศาลออกหมายจับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร โดยดำเนินการ 6 ข้อ คือ

 

1.สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ ดำเนินการตามที่มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ จากนั้น พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีทั้งพนักงานอัยการ และที่ปรึกษาคดีพิเศษ หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์ กระทั่งนำไปสู่การดำเนินคดี เนื่องจากมีพยานหลักฐาน และนำไปสู่การออกหมายจับดังกล่าว

 

2.เมื่อนำข้อเท็จจริงที่ได้ไปเสนอศาล ซึ่งศาลได้วิเคราะห์แล้วน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำผิดจริง ศาลจึงพิจารณาอนุมัติออกหมายจับดังกล่าวให้

 

3.การที่กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีการนำข้อมูลไปเผยแพร่สู่สาธารณชน หรือปลุกระดม โดยทำให้เชื่อว่าพระธัมมชโยไม่ได้ผิดจริง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกล่าวหาคณะพนักงานสอบสวน และศาล เพราะการที่ศาลอนุมัติหมายจับนั้น ได้พิจารณาจากพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนแล้ว ดังนั้น ศาลอาจพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาลได้

 

4.หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่พบพระธัมมชโย ก็สามารถดำเนินการจับกุมได้ทันที เนื่องจากพระธัมมชโยถูกศาลออกหมายจับแล้ว ทั้งนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองพบและไม่ดำเนินการจับกุม อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 157 ได้

 

5.การที่กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย มีการระดมพลเดินทางไปร้องเรียนยังสถานที่ต่างๆ ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดต่างๆ อาจเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล และ

 

6.การให้ร้ายเท็จ หรือกล่าวเท็จที่ไปแจ้งต่อ ป.ป.ช. หรือไปแจ้งตามสถานที่ต่างๆ ว่าคณะพนักงานสอบสวนได้กลั่นแกล้ง หรือกระทำการโดยมิชอบตามมาตรา 157 หรือมาตรา 200 กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจเป็นการกล่าวเท็จต่อเจ้าพนักงาน และเข้าข่ายละเมิดเจ้าพนักงาน อาจถูกฟ้องได้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรี เกียรติยศ และองค์กร

 

รายงานข่าวจากรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ได้ทำหนังสือแจ้งมายังดีเอสไอ โดยระบุว่าใบรับรองแพทย์ที่ทางวัดพระธรรมกายได้ใช้เป็นหลักฐานในการขอเลื่อนการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งมี พ.ท. รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี เป็นผู้เซ็นต์รับรอง โดยระบุว่า พระธัมมชโยมีอาการอาพาธจนไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนได้นั้น ถือเป็นเอกสารที่มิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าพระธัมมชโยไม่เคยเดินทาง มาเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลดังกล่าวเลย ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องและตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง รอง ผอ.รายดังกล่าว

 

 

 

 

ที่มา : มติชน : 20 พฤษภาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264