รีเทิร์น !

 

สนพ.ประกาศกลับมาเคลื่อนไหว

ให้เจ้าคุณประสารออกมา ปะฉะดะ อีกรอบ

 

 

ไม่รู้ว่ารอบนี้จะมีผลอย่างไร เพราะ สนพ. ได้ผันตัวเองมาเป็น "ศูนย์ประสานงาน" เพื่อการต่อสู้ของมหาเถรสมาคมไปเรียบร้อยแล้ว บรรดาข้อเรียกร้องของบรรดาเครือข่ายพระสงฆ์ในภาคต่างๆ นั้น ก็ถูกนำมา "โล๊ะ" รวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ มิใช่ต่างคนต่างทำ และ..อะแฮ่ม ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณง่ายขึ้นอีกด้วย บริหารคนและบริหารเงินลงตัวแบบนี้ มันค่อยยังชั่วหน่อย ก่อนหน้านี้ไม่รู้ใครเป็นใคร ต่างคนต่างอ้าง "กูมาเอง" เลยได้คนละนิดละหน่อย ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ยิ่งทำก็ยิ่งโหรงเหรง คราวนี้ล่ะ "วัดศรีสุดาราม" จะกลายเป็น "กรุพระทัพชุมพล" อย่างเต็มตัว ตามสูตร "Onestopp Service" นั่นแหละ ที่เมืองไทยเราก็มีตัวอย่าง เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น สะดวกซื้อสะดวกขาย ใครทำได้ก็รวย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าได้แปลกใจ มันก็อีหรอบเดียวกับนักการเมืองนั่นแหละ คนขึ้นหลังเสือแล้ว ไม่มีทางลง เพราะลงเมื่อไหร่เป็น..ถูกเสือกัด

 

เสียดายนิดก็ตรงที่ สนพ. ประกาศ "ประนีประนอม" กับหัวหน้า คสช. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำตัวเป็นเด็กดี นายกฯพูดผ่านไมค์ "ขอร้องทุกฝ่าย" ให้หยุดเคลื่อนไหว ก็รีบรับมุกฝ่ายเดียว พอผ่านไปได้ไม่กี่วัน ก็อ้างว่า "พวกคนหนึ่งพระหนึ่งไม่ยอมหยุด พวกอาตมาก็หยุดไม่ได้เช่นกัน" นั่นแหละที่เป็นการเล่นลิเกแบบ "สวมบท" เป็นกลเม็ด "ย้อนกลอน" ของฝ่ายตรงกันข้าม ถึงจะยกระดับขึ้นเป็น "ปลด รมว.ยุติธรรม" ในข้อหา "ไม่เคารพสมเด็จช่วง" แต่ก็ยังละเว้น ไม่กล้าแตะ..นายกรัฐมนตรี นี่คือจุดบอดของ สนพ. ที่ถือว่าสำคัญ ชกประหยัดอาวุธแบบนี้ ถามว่ามีนัยยะอะไรหรือเปล่า ?

 

 

เพราะอย่าลืมว่า รัฐมนตรีก็เป็นลูกน้องของนายกรัฐมนตรี ทำนองเป็นแขนเป็นขา จะปลดรัฐมนตรีก็เท่ากับ "ตัดแขนตัดขา" นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯยินยอมตามที่เรียกร้องก็ต้องเป็นเรื่องประหลาด ขนาดสมเด็จช่วงก็ยังไม่กล้า "ตัด" ธัมมชโย สนพ.จะเล่นแรง ก็เกรง "มส" จะเดือดร้อน เพราะอย่าลืมว่า มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรที่ "รัฐบาล" ตั้งขึ้นมา ยกอำนาจให้ไปบริหารปกครองพระสงฆ์ ถ้าทะเลาะกับรัฐบาลๆ ก็มีสิทธิ์ "ยึดอำนาจ" ยึดดาบคืน ถึงตอนนั้น มหาเถรสมาคมก็จะกลายเป็นเพียง "สมาคมของหลวงตา" เว้นเสียแต่ว่า มหาเถรสมาคมจะสามารถ "ล้ม" รัฐบาลลงได้เท่านั้น เมื่อนั้น ทุกอย่าง ก็จะเป็นของเรา การนำเอารายชื่อพระสงฆ์ยื่นถอดถอนรัฐมนตรี จึงถือว่ามีนัยยะสำคัญ ถ้ารัฐมนตรีถูกปลดเพราะเสียงของพระสงฆ์ ต่อไปก็จะใช้เป็นโมเดล "ปลดทุกคนที่ขวางหน้า" และไม่แน่นะ อาจจะเล่นถึง..ล้มรัฐบาล !

 

 

 

 

 

ล้มเพราะไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่

 

 

 

 

 

 

 

7 วัน บรรลุธรรม !

 

 

 

ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า สนพ. ได้ประชุมร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายชาวพุทธถึงแนวทางการเคลื่อนไหวเรื่องการเสนอสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และการปกป้องพระพุทธศาสนา โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกัน 3 ข้อ คือ

1. รายชื่อที่ สนพ. รวบรวมได้กว่า 60,000 ชื่อเพื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น พระสังฆาธิการที่ส่งรายชื่อเข้ามาได้แจ้งว่า ขอให้แบ่งรายชื่อที่ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 2 หมื่นชื่อแรก ยื่นถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน และอีก 4 หมื่นชื่อ เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ปลด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม

2. ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ขอให้ฝั่งเรายุติ ทางพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ ก็ได้ดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีร้องขอ แต่อีกฝั่งกลับไม่ยอมยุติ ดังนั้น ที่ประชุมมีความเห็นว่า ควรนิมนต์ให้ พระเมธีธรรมาจารย์ ออกมาแสดงบทบาทตามเดิมในทางที่เหมาะสม และ

3. พระสงฆ์ที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ถูกพระพุทธะอิสระ ท้าทายพระสงฆ์ที่ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการถูกดูหมิ่นจะไปแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 44 ทวิ และมาตรา 44 ตรี ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ใน 2 ข้อหา คือ การดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และใส่ความให้คณะสงฆ์เกิดความเสื่อมเสียหรือแตกแยกโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการเคลื่อนไหวจะเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

 

 

ข่าว : เดลินิวส์  :  25 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264