หมายเรียกชัวร์ !

 

 

ดีเอสไอโต้ทนายสมเด็จช่วง

มีอำนาจออกหมายเรียกไปให้ปากคำ

 

ถ้ายังดื้อแพ่ง ก็รอหมายจับ เป็นเมนูถัดไป

 

รับรองว่าหายหิว แต่จะเลยเพลหรือไม่ก็ไม่รู้สินะ อิอิ !

 

 

 

อา ! หกรรมชิงตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" สุดยอดปรารถนามหาชนของพระสงฆ์ไทย ยิ่งใหญ่ระดับโอลิมปิก ได้มาถึงจุดแตกหักระหว่าง "รัฐบาล" กับ "มหาเถรสมาคม" แล้ว ก่อนหน้านี้จะชกจะตีก็ทำพิธีไหว้ครู มือก็ต้องใส่นวม ชกเสร็จก็ยังแสดงคารวะด้วยการ "ก้มกราบ" นักมวยรุ่นพี่ แต่วันนี้เกมเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อรุ่นพี่เล่นท่ามหาโหด "บาทาลูบพักตร์" ยันกันจนหน้าหงายออกวัดปากน้ำมากลางดึก "พี่เลี้ยง-บิ๊กต๊อก" ถึงกับลมออกหู ออกโรง "ปะฉะดะ" สมเด็จช่วง ผ่านทนาย อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แบบว่าโก๋แก่ยังต้องเรียกพี่

กลับไปดูค่ายวัดปากน้ำอันยิ่งใหญ่ระดับ "กองทัพ" ณ บัดนี้ สมเด็จช่วง ได้ยกระดับตัวเองไปเป็น "ตัวแทน" ขั้วอำนาจอีกฝ่ายอย่างเต็มตัวแล้ว ทั้งธรรมกาย ทั้งเพื่อไทย ทั้งสมาคมตำรวจ ได้ออกหน้าออกหลัง "หนุนเนื่อง" ให้เข้าทำศึกกับรัฐบาล โดยใช้ยุทธการ "แม่น้ำหลากสาย" เช่นเดียวกัน

 

ธรรมกายนั้น แน่นอนว่าต้องแทงข้างสมเด็จช่วง เพราะเป็นวัดเดียวกัน มีผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าสมเด็จช่วงพลาดตำแหน่งสังฆราช ธรรมกายก็พลาดโอกาสทองยึดครองประเทศไทยไปด้วย ดังนั้น จะอยู่เบื้องหลังเหมือนเคยทำไม่ได้แล้ว งานนี้ต้องทุ่มทุกอย่าง ดังสโลแกน "ปิดบัญชีโลก เปิดบัญชีธรรม"

 

เพื่อไทยนั้น ก็ประกาศผ่าน "หมอเหวง" มาหลายครั้ง ว่ามีธรรมกายเป็นฐาน เมื่อธรรมกายนำฐานไปรองรับสมเด็จช่วง สองฐานใหญ่จึงซ้อนกันโดยจงใจ สองฐานใหญ่มารวมกันก็เหมือนเอา "หมู่บ้านเสื้อแดง" มารวมกับ "หมู่บ้านศีลห้า" รับรองว่ารัฐบาลตาลาย

 

สมาคมตำรวจ ภายใต้การควบคุมของ พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นั่นก็ใช้โลโก้ตำรวจเข้าปะทะกับ คสช. แต่จะเข้าตรงๆ ก็ไม่ได้ เพราะตำรวจเดี๋ยวนี้ก็มีหลายสาย ครองอำนาจของใครส่วนมัน จึงนำเอาปีกที่ควบคุมอยู่นั้นไปสนับสนุน "วัดปากน้ำ" ผ่านเจ้าคุณประสารๆ ไปนั่งสมาธิสัญจรต่างจังหวัดแค่ 2-3 วัน ได้ฌานแปดกลับมา เป็นหนังสือสนับสนุนจากสมาคมตำรวจ ก็เกือบๆ บรรลุธรรม

 

ทนายสมศักดิ์ โตรักษา ที่มาก็ยืนยัน "เคยว่าความให้ไทยรักไทย" ถึงจะแพ้ แต่ก็ยังอยู่ขั้วเดียวกัน ล่าสุดก็ไปออกทีวี ทั้งอวดทั้งอุบว่า "มีผู้ใหญ่หลายท่านขอร้องให้มาช่วยสมเด็จช่วง" ก็เลยถึงบางอ้อ ว่าสมเด็จช่วงเดี๋ยวนี้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองแล้ว ถึงกลับยอม "เปลี่ยนมากลางศึก" เปลี่ยนทนายกลางศาล ว่าแต่ "ผู้ใหญ่" ที่ทนายสมศักดิ์ "ปิดเป็นความลับสุดยอด" นั้น มิทราบว่าอยู่ในหรืออยู่นอก

 

นอกนั้นในสายของสมเด็จช่วงเองก็ส่งเสียงเป็นระยะๆ สัปดาห์ก่อนก็ให้สงฆ์ "สามจังหวัดชายแดนใต้" ออกมาปะทะกับ "พุทธะอิสระ" ก็ได้ผล เพราะชนกันยิ่งกว่าเบนซ์กับฟอร์ด ใครป่วยใครตายก็ต้องไปดูที่โรงพยาบาล วันวาน "เครือข่ายพระธรรมจาริก" ซึ่งร้อยวันพันปีจะมีคนได้ยินชื่อ ก็โผล่ขึ้นเวทีมวยกับเขาด้วย แถมยังใช้ท่าโหด "เตะก้านคอ" ขอให้ "บิ๊กตู่" ปลด "บิ๊กต๊อก-รมว.ยุติธรรม" ออกจากตำแหน่ง ถ้าบิ๊กต๊อกโดนปลดจริงก็แสดงว่า บิ๊กตู่โดนเตะก้านคอ แต่ถ้าบิ๊กต๊อกยังชกต่อไปไหว ก็อาจจะมีการแก้มวยด้วยท่า "เถรกวาดลาน" เตะตาตุ่ม จนอีกฝ่ายล้มระเนระนาดหัวฟาดพื้น

 

วันนี้ ทางฝ่ายดีเอสไอ ได้ประกาศ "ยกระดับการชก" จากการทำพิธีขอขมา โดยใช้ "ธูปเทียนแพ" ก็จะใส่นวม ออกหมายเรียกให้ "สมเด็จช่วง" ไปให้การที่ดีเอสไอ จะไม่ยอมขึ้นชกที่วัดปากน้ำอีกต่อไปแล้ว เพราะเสียเปรียบ โดนย้ายเวทีเช่นนี้ รับรองว่ามีปัญหาแน่ เพราะลำพังชกที่ "เวทีวัดปากน้ำ" เอง สมเด็จช่วงยังต้องใช้ตัวแทน แล้วจะให้ออกนอกวัดไปดีเอสไอจะไปเหรอ รับรองว่าไม่มีทาง นอกจากจะมี "หมายศาล" เท่านั้น ลำพังดีเอสไอสั่งใครไม่ได้หรอก เขาอ่านทางมวยออกหมดแล้ว

 

ดังนั้น เชื่อว่า เกมนี้ต้องไหลไปสู่..ศาลอาญา จนได้ เพราะลำพังดีเอสไอนั้น ว่าโดยดีกรีก็ไม่ธรรมดา แต่ว่าโดนพี่เลี้ยงระดับ "ครู" ของสมเด็จช่วง ช่วยวางแผนแก้มวย เลยแพ้ทางตั้งแต่ยกแรก พูดจาภาษาเซียนว่า "เข้าไม่ติด" แต่ขณะนี้กำลังพักยก ยังเหลืออีกตั้ง 4 ยก พี่เลี้ยงของดีเอสไอจะแก้ทางมวยอย่างไร ใครจะเสียเหลี่ยมเสียมุมให้ใคร ก็ต้องจับตาอย่ากะพริบ

 

ถามว่า ทำไมถนนทุกสายจึงไปวัดปากน้ำ ? อ๋อ ! ก็เพราะจีวรของสมเด็จช่วงนั้นผืนใหญ่ สามารถใช้คลุมร่างทับสีเสื้อได้มิด ปกปิดได้หลายสาย แถมเล่นง่าย ยกตัวอย่างก็ "ม็อบพุทธมณฑล" ที่ผ่านมานั่นไง ถามว่า ใครล็อกคอทหาร ? ถ้าเป็นม็อบอื่นๆ จะเหลือหรือ นี่ม็อบเหลือง จนป่านนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังไม่กล้าตั้งข้อหากับเจ้าคุณประสารเลย เชยจริงๆ อิอิ !

 

 

 


 

 

 

NUMBER #1

 

ผู้มีบารมีทั้งทางศาสนาและการเมือง

 

 

 

 

 

 

ดีเอสไอ ยันมีสิทธิ์ออกหมายเรียก 'สมเด็จช่วง' ให้ปากคำ

 

'ไพสิฐ วงศ์เมือง' อธิบดีดีเอสไอ ยันมีสิทธิ์ออกหมายเรียกสมเด็จช่วงมาให้ปากคำได้ แม้จะอยู่ในฐานะพยาน รอประชุม 21 มี.ค.นี้ ก่อนสรุปออกหมายเรียกอีกครั้ง

จากกรณี พ.ต.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะตัวแทนพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนสำนักภาษีอากร ดีเอสไอ 5 นาย อัยการสำนักสอบสวน 2 ท่าน เดินทางมาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตามคำเชิญของสมเด็จช่วง ในฐานะพยานผู้ซื้อรถจดประกอบ ก่อนทนายตั้งโต๊ะแถลงข่าว ให้อธิบดีดีเอสไอทำหนังสือส่งประเด็นการสอบปากคำให้ทีมทนายดูก่อน และให้สอบในประเด็นที่สมเด็จช่วงทราบเท่านั้น เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีออกหมายเรียกสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ ต้องรอให้ประชุมวันจันทร์ที่ 21 มี.ค. นี้ก่อน หลังจากนั้นจะสรุปว่าจะออกหมายเรียกใครมาให้ปากคำบ้าง ส่วนที่ทนายวัดปากน้ำอ้างว่าสมเด็จช่วงเป็นเพียงพยาน ดีเอสไอไม่สามารถออกหมายเรียกมาสอบปากคำได้นั้น ก็แล้วแต่มุมมองของทนายวัดปากน้ำ แต่ถ้าพนักงานสอบสวนมีเหตุผลต้องเรียกมาให้ปากคำ ดีเอสไอก็มีสิทธิ์จะเรียกมาสอบปากคำได้

ทั้งนี้ การที่ทนายระบุว่าดีเอสไอสามารถส่งหนังสือมาสอบปากคำสมเด็จช่วงได้ตามกฎหมายมาตรา 24 อนุ 4 มันไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าจะให้ดีเอสไอส่งหนังสือไปสอบก็ได้ แต่ถ้าสมเด็จช่วงตอบมาแล้วหากมีข้อสงสัยอะไรอีก จะเป็นการตอบกลับไปกลับมา.

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ :  20 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264