ยินดีถวาย !

 

ดีเอสไอประกาศ

ถ้าสมเด็จช่วงต้องการหมายเรียก

 

ก็ยินดี..จัดให้ !

 

 

 

 

 

UNTOUCHABLE !

 

 

 

 

 

อา..ว่าแล้วไหมล่ะ ศรัทธานั้นต้องมากับความซื่อตรง มิใช่มาด้วยอุบาย กรณีสมเด็จช่วง มอบอำนาจให้ทีมทนาย "ยึดวัดปากน้ำ" เป็นสนามมวย ไล่ต้อนดีเอสไออยู่ข้างเดียว ในคืนวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา นั้น มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อว่า เป็นไปได้อย่างไร ไหนว่าจะรักษาภาพลักษณ์-ศรัทธา ที่มีต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นผู้นำของคณะสงฆ์ไทยในเวลานี้ ไหนว่าต้องการให้ภาพที่ออกมาดีไม่มีเสีย ไหนว่าปล่อยวาง มุ่งแต่ทางธรรม ไม่ใส่ใจทางโลก ฯลฯ แต่สุดท้าย สิ่งที่สมเด็จช่วงแสดงออกผ่านทนายความนั้น ก็ฟ้องชัดเจนว่า ไม่จริง !

 

สิ่งที่ สมเด็จช่วง-วัดปากน้ำ-บริวาร เรียกร้องต้องการมาตลอด คือ ความเคารพนบนอบศรัทธา ไม่ก้าวล่วง ไม่ละเมิด ในฐานะประมุขสงฆ์ หรือพระมหาเถระที่มีอายุพรรษารุ่นปู่รุ่นตา แต่ถามว่า สิ่งที่วัดปากน้ำแสดงออกในคืนวันที่ 16 นั้น ตรงกับสิ่งที่เรียกร้องต้องการหรือเปล่า ดีเอสไอเขาเอาดอกไม้ธูปเทียนไปขอคารวะและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนน่ะ ได้รับการปฏิบัติจากวัดปากน้ำอย่างไร ?

 

 

ผลลัพธ์ในวันนี้ นอกจาก รมว.ยุติธรรม จะออกมาพูดในทำนอง "เตือนสติ" สมเด็จช่วงและพระสงฆ์วัดปากน้ำ ว่าขอให้อยู่ในกรอบแห่งความสงบเสงี่ยม อย่าเล่นแง่ทางกฎหมายจนเกินหน้าสมณสารูป ล่าสุด ดีเอสไอก็ออกมาประกาศว่า "ถ้าสมเด็จช่วงต้องการให้ใช้กฎหมายบังคับอย่างทัดเทียม เหมือนการใช้ทนายเข้าเป็นตัวช่วยในทางรูปคดี ก็ยินดี-ออกหมายเรียก" มันก็เหนือคำบรรยายแล้วล่ะ

 

 

ดูเอาก็แล้วกัน ครั้งแรกนั้น ทางวัดปากน้ำบอกว่า "บูรณะรถยนต์เพื่อเป็นวิทยาทานในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ" แต่กลับให้ทนายฟ้องร้องเจ้าของอู่ว่าหลอกขาย แถมเรียกเอาค่าเสียหายเพิ่มอีกตั้ง 5 ล้าน ทั้งๆ ที่อ้างว่า เงินค่ารถนั้นมาจากการบริจาค ไม่ต้องเสียภาษี แต่กลับฟ้องร้องเรียกค่า "เสียหาย" ถามว่าเสียหายอะไร นี่ถ้าไม่ได้เป็นสังฆราช คงฟ้องเอาเป็นพันล้านกระมัง เพราะเสียหายมากกว่าเยอะ

 

 

ต่อมา ก็บอกว่า ต้องการรักษาภาพลักษณ์ศรัทธาของสมเด็จช่วง ในฐานะพระผู้ใหญ่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไม่อยากให้ต้องไปดีเอสไอเพื่อสอบปากคำในคดีรถเบนซ์โบราณ ทางรัฐบาลก็ "จัดให้" สั่งดีเอสไอ "ไม่ต้องออกหมายเรียก" แต่ให้นำเอา "ธูปเทียนแพ" ไปกราบขอสอบถามอย่าง "เงียบๆ" ไม่ให้ใครเข้ารับฟังแม้แต่ทนาย โดยสถานที่นั้น "สุดแท้แต่วัดปากน้ำจะเห็นสมควร" ส่วนเวลานั้น สมเด็จช่วงท่านให้ไป "มืดค่ำ" ย่ำตอนสองทุ่ม ดีเอสไอก็..โอเค อีก  แต่ผลที่ได้รับก็ดังที่เห็น สมเด็จช่วงเล่นเกมกับดีเอสไอ สั่งให้ทีมทนายออกมารับหน้าแทน แถมยังโชว์เทพด้วยการ "ล้ำเส้น" กำหนดให้ดีเอสไอต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะสอบปากคำในประเด็นไหนอย่างไร เพื่อจะได้เตี๊ยมกับสมเด็จช่วงไว้ก่อน ป้องกันไม่ให้สมเด็จหลุด !

 

 

ทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่า ทางวัดปากน้ำ มิได้มีพฤติกรรมที่ตรงกับสิ่งที่เรียกร้องต้องการ แต่กลับทำให้สังคมมองเห็นว่า วัดปากน้ำกำลังทำ "ทุกวิถีทาง" ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับตนเองก็เล่นไม่เลือก ไม่สนใจว่าเขาจะมาแบบไหน ก็สุดแต่ใจจะไขว่คว้า ท่านอาจจะคิดว่า "ผมคิดถูก" แล้วก็เป็นได้ ของแบบนี้มันต้องดูกันนานๆ โบราณว่า "สงครามยังไม่ทันจบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" รอดูรายการต่อไปก็แล้วกัน วันที่ 21 นี้ มีพิธี "สอบปากคำ" ตุ๊แป๊ะ ซึ่งดีเอสไอก็คงไม่ไปวัดปากน้ำอีกแล้ว แต่จะเป็นที่ไหนอย่างไรนั้น ถ้ามั่นใจว่า "เรามาถูกทางแล้ว" ก็นิมนต์เดินหน้าต่อไปเถิดครับ

 

 

 

 

 

เรามาถูกทางแล้ว ใช่ไหมแป๊ะ ?

 

 

 

 

ดีเอสไอจะออกหมายเรียกสมเด็จช่วงให้เข้าสอบปากคำ

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอดำเนินการตามที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมกำชับว่า ต้องให้ความเคารพและให้เกียรติสมเด็จช่วง ดีเอสไอจึงทำหนังสือไปขอพบ แต่หากวัดปากน้ำฯ ต้องการหมายเรียกเข้าให้ปากคำ ดีเอสไอก็พร้อมดำเนินการให้ตามกฎหมาย ระหว่างนี้การสอบสวนจะไม่กระทบ หรือส่งผลให้ต้องล่าช้าออกไป เพราะยังมีพยานปากอื่นที่สามารถไปสอบก่อนได้ ส่วนการนัดสอบปากคำ พระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเลขานุการส่วนตัวสมเด็จช่วง ซึ่งเป็นผู้ถวายรถใ นวันที่ 21 มี.ค.นี้ คาดว่าคงไม่เป็นเหมือนกรณีของสมเด็จช่วง

 

 

 

ข่าว : เดลินิวส์ :  18 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264