ไม่ไปวัดปากน้ำ !

 

สนพ.ประกาศชัด

ทำเพื่อศาสนา มิได้ทำเพื่อตัวบุคคล

 

 

อา..ถ้างั้น ถึงฝนจะยังไม่ทิ้งช่วง แต่ภัยแล้งเริ่มจะลามมาถึงปากน้ำแล้ว วันวาน เจ้าคุณประสารหนีไปสงบจิตใจ เพราะน้อยใจที่ไม่มีใครดูแล เวลามีเรื่องกระทบรุนแรงถึงขั้น "เป็นอันตรายต่อความมั่นคง" เป็นข้อหาที่ "ทำใจลำบาก" ดังนั้น จึงต้อง "ขอเวลา" ทบทวนบทบาท ว่าจะแยก "ศาสนา" ออกจาก "การเมือง" ได้อย่างไร ทำไมสังคมจึงมองเห็นเป็น "พระการเมือง"

 

บทบาทของ สนพ. ก็เช่นกัน ชื่อบอกชัดเจนว่า "สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา" แต่บทบาทที่แสดงออก กลับแทบไม่มีเนื้อหาที่เป็น "วิชาการ" เลย ถึงมีก็พื้นๆ ไม่โดดไม่เด่นไม่เป็นที่น่าสนใจในระดับ "ฟันคอขาดดิ้นสิ้นใจ" สมดังชื่อ อย่าลืมว่า สนพ. ก็คือ "บรรดาคณาจารย์" ของ มจร. (และ มมร.) รวมตัวกันทำงาน "นอกมหาลัย" ใช้ทั้งคนที่ยังเป็น "พระ" และ "ลาพรต" ออกไปแล้ว ถ้าแบ่งภาคออกมาเล่นนอกรั้วมหาลัยแล้วยังฟอร์มบู่ดังที่เห็น ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าว่า จะสามารถผลิต "บัณฑิต" จากรั้วมหาลัยออกไปรับใช้สังคมไทยอย่างไร

 

ยกตัวอย่างที่ว่า "ทำเพื่อศาสนา มิใช่เพื่อตัวบุคคล" ซึ่งถือว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่ยังมีอีกหลักการหนึ่งที่ว่า ถ้าจะเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แต่กลับไม่สนใจให้ความสำคัญกับ "บทบาทของธรรมกายต่อสังคมสงฆ์ไทย" ซึ่งพัวพันไปถึง "สมเด็จช่วง" ซึ่งเป็นแคนดิเดทในตำแหน่งสังฆราชด้วย หรืออ้างแต่กฎหมาย แต่ไม่ยอมมองภาพแห่งศรัทธาทางสังคมสงฆ์ที่มัวหม่นลงทุกขณะ สนพ.หลับตาเลือกใช้หลักการเพียงบางเรื่อง เหมือนตาบอดคลำช้าง มันก็ย่อมมองเห็นว่า "กึ๋น" ของ สนพ. ยังอยู่แค่บ่าแค่ไหล่ มิใช่ระดับ "หัวกะทิ"

 

ภาพของ สนพ. ที่ออกมา จึงกลายเป็นว่า เมื่อกึ๋นที่นำเสนอต่อสังคม "ไม่เฉียบคม" ก็จึงต้องดึงเอา "มวลชน" มาเป็นตัวขับเคลื่อนแทน แบบว่า น่าจะใช้ "สมอง-วิชาการ" ทำงาน กลับไปใช้ "แรงงาน" แบบกรรมกร ทำงานแบบนี้ เข้าสงครามสนามไหน ก็คงเข้าตำรา "แตกยะย่าย พ่ายจะแจ"

 

 

 

 

 

ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์

 

เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (สนพ)

 

 

ครือข่ายพุทธยันไม่หยุดเคลื่อนไหวหากรัฐบาลไม่ตั้งพระสังฆราช

 

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (สนพ) เปิดเผยว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงปัญหาการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้ และอยากให้ทั้งพระและฆราวาสหยุดการเคลื่อนไหว ถ้าพร้อมเรียบร้อย ก็แต่งตั้งได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่พร้อม และไปเกี่ยวกับเรื่องการเมือง จะเข้าทางกับคนที่ไม่หวังดีนั้น รัฐบาลใช้ภาวะที่ไม่ปกติมาทำให้เรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราชไม่ปกติไปด้วย ดังนั้น ถ้ารัฐบาลอยากให้ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธหยุดเคลื่อนไหว รัฐบาลต้องทำให้เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชดำเนินไปตามปกติ ตามจารีตประเพณี โดยใช้กฎหมายเป็นตัวกำหนด นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ขอให้รัฐบาลสบายใจว่า ไม่มีนักการเมืองคนใดมาใช้ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ เป็นเครื่องมือแน่นอน

ส่วนกรณีที่ดีเอสไปจะเข้าไปสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในวันที่ 16 มีนาคม นี้ เนื่องจากท่านเป็นผู้ครอบครองรถยนต์โบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่ดีเอสไอชี้ว่านำเข้าจดประกอบผิดกฎหมายนั้น ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจะไม่ไปแสดงพลัง หรือระดมคนไปที่วัดปากน้ำฯ เพราะทุกวันนี้วัตถุประสงค์ที่ออกมาเคลื่อนไหวด้านศาสนา เพราะต้องการสนับสนุนในหลักการที่ถูกต้อง ไม่ได้สนับสนุนตัวบุคคล นายเมธาพันธ์กล่าว

 

 

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า วันที่ 16 มีนาคมนี้ ตนในฐานะผู้สนองงานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชจะเดินทางไปที่วัดปากน้ำฯ เพื่อคอยดูแลเรียบร้อย

 

 

 

ที่มา : มติชน : 13 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264