จนตรอก !

 

 

อู่วิชาญ "ซัดกลับ" ตุ๊แป๊ะ

ว่าจ้างประกอบรถยนต์ ตนเองไม่เกี่ยวกับจดทะเบียน

 

อา..โบราณว่า อย่าต้อนคนให้จนตรอก เพราะถ้าจนตรอกก็ไปต่อไม่ได้ เมื่อนั้นก็จำใจต้อง "หันหลังกลับ" เจอใครขวางหน้าก็อย่าหาว่าไม่เตือน ณ วันนี้ ความหัวหมอของทีมทนายวัดปากน้ำ ที่พยายามจะกีดกัน "สมเด็จช่วง" ออกจากคดีความ เพื่อเดินหน้าไปสู่ตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" ให้จงได้นั้น แม้ว่าจะเป็นความพยายามที่ดี แต่ลุกรี้ลุกรน จนกลายเป็น "ผลักมิตรให้เป็นศัตรู" ดูอย่างอู่วิชาญนั่นปะไร แต่ไหนแต่ไรก็เห็นแต่ "ออกตัว" ไม่ซัดทอดใคร ไม่ทำลายลูกค้า ยิ่งลูกค้าระดับ "สมเด็จ" เขามีก็แต่ "รักษา" ไว้สุดชีวิต

แต่สุดท้าย เมื่อทางวัดปากน้ำเล่นปัดสวะใส่เต็มหน้าบ้านอย่างนี้ มันก็ต้องออกมาปัดกวาดกันบ้าง คงไม่มีใครยอมตายเพื่อให้ใครอีกคนได้เสวยสุขในสรวงสวรรค์ ยกเว้นแต่เทพนิยาย วันนี้ เราได้เห็น "ตัวอย่าง" อันดีแล้ว กรณี "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" อดีตไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย สู้ตาย "เพื่อพ่อ" แต่พ่อบอก "ไม่รู้จักลูก" เงินที่ได้มาเป็นพันล้านก็ "แค่คนทั่วไปบริจาค" ศุภชัยกลับใจในนาทีสุดท้าย "ขอยอมรับสารภาพ" แต่ไม่ทันเสียแล้ว สวรรค์ปิด ถูกศาลจำคุกหนักถึง 16 ปี ไม่รู้จะมีโอกาสได้ออกมาชื่นชมผลงานการสร้างวัดพระธรรมกาย "ทั้งชีวิต" อีกหรือเปล่า ?

 

ต่อไปก็ให้ดู "ตุ๊แป๊ะ" จะเป็นแป๊ะหรือแพะในคดีนี้ จะเดินตามรอย "ศุภชัย" หรือไม่ อีกไม่นานคงรู้ผล เห็นวันวาน มีชาวบ้านไปสะเดาะเคราะห์ที่วัดไตรมิตรกันล้นวัด ตามคำทำนายของโหร "มฤตยูย้ายทับดวงเมืองในราศีเมษ" เป็นเหตุที่น่ากลัว อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น !

 

 

 

 

 

นายวิชาญ รัษฐปานะ

 

เจ้าของอู่ผู้รับซ่อมเบนซ์รถสมเด็จช่วงวัดปากน้ำ

 

 

 

 

 

เจ้าของอู่ซ่อมเบนซ์ สมเด็จช่วง ร้องหลังถูกฟ้อง ยันถูกว่าจ้างให้ซ่อมไม่เกี่ยวจดประกอบ

 

 

MGR Online - เจ้าของอู่ซ่อมรถเบนซ์โบราณ สมเด็จช่วง ร้องกรมคุ้มครองสิทธิฯ ขอทนายและคุ้มครองพยาน หลัง หลวงพี่แป๊ะ ส่งทนายฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ยันหลวงพี่แป๊ะเป็นผู้ว่าจ้างให้ซ่อมรถ แต่ไม่รู้เรื่องการจดประกอบ

วันนี้ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่รถโบราณซึ่งรับซ่อมรถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เดินทางร้องทุกข์เพื่อขอทนายความสู้คดีและคุ้มครองในฐานะพยาน หลังถูกพระมหาศาสนมุนี (พระธนกิจ สุภาโว) หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันเพื่อดำเนินคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท
       
นายวิชาญกล่าวว่า วันนี้ตนมาขอทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และขอให้คุ้มครองพยานในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับรถเบนซ์โบราณสมเด็จช่วง แต่ก็ไม่ทราบว่าจะขอคุ้มครองพยานได้หรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ในชั้นการสอบสวน รวมทั้งตนได้ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนเงิน 10,050,000 บาท แบ่งเป็นค่ารถ 4 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 5 ล้านกว่าบาท และค่าเสียชื่อเสียงอีก 5 ล้านบาท
       
ผมได้รับหมายศาลส่งมาถึงบ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส 359/2559 โดยมีพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) เป็นผู้ฟ้อง และมีนายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความเป็นผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผม ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความเครียดเพราะที่ผ่านมาไม่เคยถูกฟ้องร้องเลย นายวิชาญกล่าว
       
นายวิชาญกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าของรถและอะไหล่ที่มีคนว่าจ้างจัดหามาให้ทำประกอบตัวรถ อีกทั้งไม่ได้เป็นคนดำเนินการในเรื่องการจดประกอบเพราะไม่เคยรู้เรื่องการจดประกอบแต่อย่างใด ตนเป็นเพียงช่างมีหน้าที่แค่ซ่อมรถคันดังกล่าว โดยหลวงพี่แป๊ะเป็นผู้ว่าจ้าง
       
นายวิชาญกล่าวเพิ่มว่า สำหรับจำนวนเงิน 4 ล้านบาทในการซ่อมรถเบนซ์โบราณนั้น มีการแบ่งค่าจ้าง 2.5 ล้านบาท ให้บริษัท อ๊อด 89 ซึ่งเป็นผู้จัดหาอะไหล่รถมา แต่จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องจดประกอบหรือจดทะเบียนไม่ยืนยัน ส่วนตนรับงานซ่อมเป็นค่าจ้าง 1.5 ล้านบาทก็เป็นค่าแรงของช่างและบริการต่างๆ เมื่อทำรถเสร็จเรียบร้อยก็เข้าสู่ขั้นตอนการจดประกอบซึ่งตนไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าหลวงพี่แป๊ะรู้จักกับบริษัท อ๊อด 89 หรือไม่ แต่ระหว่างการซ่อมรถดังกล่าวก็มีการพบกันหลายครั้ง
       
นายวิชาญกล่าวอีกว่า ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลวงพี่แป๊ะจึงฟ้องร้องตน แต่ไม่ไปฟ้องผู้ที่จัดหาอะไหล่ หรือทำการจดประกอบรถให้ ตนเป็นเพียงผู้รับจ้างซ่อมรถเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางหลวงพี่แป๊ะไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับตน ทั้งที่ในช่วงที่มีการทำรถก็มีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและมีการทยอยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นงวด
       
ด้าน นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า ขั้นตอนการยื่นเรื่องขอทนายความและค่าดำเนินการศาล จากกรมคุ้มครองสิทธิฯนั้นสามารถทำได้เนื่องจากมีกองทุนยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรมไว้ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีเงินจ้างทนาย เงินประกันตัว ประกันหลักทรัพย์ และค่าดำเนินการในชั้นศาลต่างๆ ส่วนกรณี นายวิชาญ รัษฐปานะ มายื่นเรื่องขอทนาย เบื้องต้นให้เขียนคำร้องว่าต้องการอะไรบ้าง หลังจากนั้นจะพิจารณาดูว่าผ่านหลักเกณฑ์ตามขั้นตอนระเบียบกองทุนยุติธรรมหรือไม่ ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมาขอให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองในฐานะพยานด้วยนั้นได้แนะนำให้ไปที่ ดีเอสไอ เนื่องจากว่าได้รับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว

 

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 8 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264