เหนือ ถึง ใต้ !

 

 

 

เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าคณะอำเภอรามัน-ยะลา ประสานเสียง

ขอให้รัฐบาลตั้ง "สมเด็จช่วง" เป็นสังฆราช

 

กรุณาอย่ารอช้า Please !

 

 

อืม ! ฟังความในใจของท่านพระครูวิเชียรกิตติคุณ เจ้าคณะอำเภอรามัน แล้ว ก็สะเทือนใจไปทั้งประเทศ เมื่อท่านบอกว่า "ตนเอง" เป็นแนวหน้าของชาวพุทธ ยอมตายรักษาชายแดนไทยไม่ให้มุสลิมยึดครอง คนที่ไม่เคยช่วย ก็ขอให้อยู่เฉยๆ ทำนองไม่ยกย่องก็อย่าเหยียบย่ำ อะไรประมาณนั้น ซึ่งปัญหาที่ท่านพระครูวิเชียรฯระบุถึงนั้นก็คือ เรื่องตั้งสังฆราช นั่นเอง

 

แต่อย่างไรก็ดี หากพิจารณาให้ดี ก็ยังมีข้อความที่ลักลั่น ทั้งเรื่องของ  "บทบาทการช่วยเหลือชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้" ทั้งเรื่องของ "การตั้งพระสังฆราช" ซึ่งไม่ทราบว่า 2 เรื่องนี้มาเกี่ยวโยงกันได้อย่างไร

 

 

1. บทบาทการช่วยเหลือชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้ เรื่องนี้ ท่านพระครูอาจจะใช้ "ความรู้สึก" จากการได้สัมผัสกับโครงการต่างๆ ของวัดพระธรรมกาย ที่จัดโครงการบิณฑบาตช่วยชาติ ทั่วประเทศไทย แล้วลำเลียงข้าวของลงไปช่วยพระเณรและชาวพุทธในภาคใต้ จึงปักใจว่า ณ วันนี้ มีเพียงวัดพระธรรมกายเท่านั้น ที่ช่วยเหลือชาวพุทธในชายแดนใต้ อาจจะเชื่อถึงขั้นว่า "ธรรมกายคือปราการสำคัญของพุทธที่จะต่อสู้กับมุสลิม" เลยทีเดียว

 

แต่ท่านพระครูอาจจะลืมนึกไปว่า ในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลและคณะสงฆ์ไทย โดยมหาเถรสมาคม ได้ทุ่มเททั้งบุคลากรและงบประมาณ ในการช่วยเหลือชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้ ในรูปแบบต่างๆ ถ้าคิดเป็นงบประมาณก็มหาศาล เพียงแต่เป็นการทำงาน "ผ่านระบบ" มีการส่งความช่วยเหลือผ่านไปเป็นทอดๆ รวมทั้งการส่งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจลงไปให้การอารักขาดูแล ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลอีกเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่ควรจะพูดว่า "ใครที่ไม่ช่วยเหลือก็อย่าซ้ำเติม" อะไรทำนองนั้น เพราะงบประมาณหรือภาษีประชาชนชาวพุทธทั่วประเทศ ถูกนำไปช่วยเหลือในสามจังหวัดชายแดนใต้มากมาย พระสังฆาธิการทั่วประเทศก็ยินยอมพร้อมใจให้ "หักเงินนิตภัต" จากบัญชี ไปปีละ 1 เดือนเต็มๆ ผ่านโครงการ "วัดช่วยวัด" เพื่อนำปัจจัยจำนวนนั้นไปช่วยเหลือพระสงฆ์ในสามจังหวัดแดนใต้ (อย่างเงียบๆ) แม้แต่โครงการตักบาตรช่วยชาติของธรรมกาย ที่ขายได้ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยไม่ถูกต่อต้านรุนแรงนั้น ก็เพราะชาวพุทธส่วนใหญ่เขาใจอ่อน เห็นว่าเป็นโครงการช่วยเหลือชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งตกอยู่ในสภาพวิกฤติกว่าเราชาวภาคอื่น จึงยินยอมให้ธรรมกายจัดอย่างเสรี มิเช่นนั้นก็คงถูกต่อต้านหนักกว่านี้ นี่คือน้ำใจจากชาวพุทธทั่วประเทศถึงชาวพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้ จึงเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่าชาวพุทธไทย และพระสงฆ์สามเณร ในภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ จะไม่ได้ลงไปอยู่ในภาคใต้ ก็ยังมีส่วนช่วยเหลือกันตามกำลัง จะบอกว่า "การช่วยเหลือคือต้องมาให้เห็นหน้า" หรือการไปตราหน้าชาวพุทธคนอื่นๆ  ว่า "ไม่ยกย่องก็อย่าเหยียบย่ำ" นั้น ยังไม่สมเหตุสมผล เท่าที่ควร การพูดด้วยความน้อยใจหรืออะไรก็ดีนั้น ถ้าเป็นเด็กหรือสตรี ก็ควรอนุโลมได้ แต่เป็นพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะ ก็ขอให้ฟังความให้รอบด้านและพิจารณาใคร่ครวญให้รอบคอบ ตั้งสติให้มั่น

 

 

2. การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ไม่ทราบว่าถูกนำมาผูกโยงเข้ากับ  "ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้" ตั้งแต่เมื่อไหร่ พูดเหมือนกับว่า ถ้าสมเด็จช่วงไม่ได้เป็นสังฆราช พระพุทธศาสนาจะล่มสลาย หรือแม้แต่มหาเถรสมาคมก็เถอะ มีหรือไม่มี อาจจะดีหรือไม่ดีต่อบทบาทของพระพุทธศาสนาก็ได้ เพราะในอดีตก็เคยมีการ "ยกเลิกมหาเถรสมาคม" มาแล้ว แล้วถามว่า พระพุทธศาสนาล่มจมสูญไปจากประเทศไทยหรือยัง ? มหาเถรสมาคมก็เหมือนรัฐบาลไทยในยุคหนึ่งๆ นั่นแหละ บางทีเราก็ได้รัฐบาลที่ดี ไม่มีปัญหาว่าด้วยการคอรัปชั่น แต่บางคราวก็เจอรัฐบาลกังฉิน กินบ้านกินเมือง ก็ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ มิใช่ว่าถ้ามาจาการเลือกตั้งแล้วทำอะไรได้หมด หรือถ้าเป็นมหาเถรสมาคมแล้ว จะได้รับอภิสิทธิ์จากผ้าเหลือง ลงมติแล้วต้องศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล ถ้าคิดเช่นนั้นนั่นแหละ ถือว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศชาติพระศาสนา อย่าลืมว่า ที่เกิดปัญหามากมายก่ายกองอยู่ในเวลานี้ ก็เพราะว่า 50 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยภาระพระศาสนาให้ตกอยู่ในมือของ "กรรมการมหาเถรสมาคม" เพียงแค่ 21 รูป เท่านั้น ถ้ากรรมการ มส. มีประสิทธิภาพจริง ก็คงไม่เกิดปัญหาใหญ่เพียงนี้หรอก ขอให้มองในมุมของ "ความรับผิดชอบ" บ้าง อย่าคิดแต่เพียงว่า "มีคนคิดกลั่นแกล้งล้มมหาเถรสมาคม" แต่ด้านเดียว เพราะถ้ามหาเถรสมาคมเข้มแข็งจริง ต่อให้ใครก็ล้มไม่ได้ ดังนั้น วันนี้ มหาเถรสมาคม "อ่อนแอ" ถึงที่สุดแล้ว การออกมาร้องแรกแหกกระเชอนั้น มิได้ช่วยเหลือเลย แต่กลับช่วยซ้ำภาพลักษณ์ของ มส. ว่าตกอยู่ในสถานะลำบาก ถึงกับต้องให้พระเณรทั่วประเทศออกมาเรียกร้องป้องกัน มันมีแต่เสียกับเสีย

 

แต่ทั้งหมดนี้จะเชื่อหรือไม่ ก็สุดแต่จะวางใจอย่างไร ขอเรียนแต่เพียงว่า หากอยากจะให้เขาเข้าใจเรา ก็คงต้องมองบทบาทของแต่ละฝ่ายให้รอบคอบกว่านี้ อย่าคิดว่า "เสียงติเพื่อก่อ" นั้น เป็นเสียง.ทำลาย แต่ถ่ายเดียว !

 

 

 



 

 

ภาพนี้บอกความหมายว่า

ทั้งพระ ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ออกบิณฑบาต พร้อมกัน

 

และชาวพุทธทั้งอุบาสกอุบาสิกา ก็ร่วมด้วยช่วยพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนา

 

 

 

เจ้าคณะอำเภอ-จังหวัด ขอบิณฑบาต "บิกตู่" ทูลเกล้าฯ สังฆราช

วันนี้ (2 มี.ค. 59) พระครูวิเชียรกิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดวชิรปราการ เจ้าคณะอำเภอรามัน จังหวัดยะลา กล่าวถึงรัฐบาลและสถานการณ์พระพุทธศาสนาว่า กลุ่มคนที่จ้องทำลายองค์กรสูงสุดทางพระพุทธศาสนาเพราะไม่มีความเคารพในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม(มส.) ถ้าไม่มี มส.พระพุทธศาสนาในประเทศไทยถูกทำลายไปแล้ว เป็นภัยที่น่ากลัว หากมีความพยายามล้มคณะสงฆ์ และไม่เชื่อถือคณะสงฆ์ ตนก็พร้อมมารวมพลังมาที่กรุงเทพฯ ขอฝากถามกลุ่มคนที่บอกว่าตนเองเป็นชาวพุทธ แต่ไม่เคยมาช่วยเหลือทาง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ไม่ช่วยไม่ว่า แต่อย่ามาทำลาย อย่ามาอยู่เบื้องหลัง ต่อว่าพระ ซึ่งตนอยู่ที่อำเภอรามันเคยถูกระเบิดจนถึงวันนี้ 11 ปี แล้ว ที่ยังต้องเข้าตรวจรักษาตัวที่โรงพยาบาลตลอด เพราะลำไส้โดนแรงระเบิดทำลาย ตนรู้สึกสะเทือนใจที่ได้ยินข่าวฝ่ายบ้านเมืองดูหมิ่นไม่ให้เกียรติคณะสงฆ์ ในขณะที่พระสงฆ์ในภาคใต้เสียสละชีวิต รักษาพระศาสนารักษาแผ่นดิน อยู่เป็นกำลังใจให้ชาวพุทธ โดยไม่ยอมทอดทิ้งแผ่นดินไปไหน

พระราชปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ปัญหาการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ที่เกิดขึ้นมีผู้ก่อปัญหาเป็นเพียงพระ 1 รูป และฆราวาสไม่กี่คน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านปิดทองหลังพระมานาน อายุท่านล่วง 90 ปีแล้ว ได้สร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนานานัปการ และฝากถึงผู้บริหารประเทศขณะนี้ว่า พระสงฆ์ไม่ได้เป็นเจ้าของวัด แต่เป็นผู้ดูแลวัดแทนราชการ ถวายชีวิตเพื่อแผ่นดินชวนศรัทธาญาติโยมได้บำรุงศาสนา และยังช่วยด้านศึกษาสงเคราะห์ สาธารณะสงเคราะห์ ดังนั้น หากผู้มีอำนาจไม่เข้าใจอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ อย่าให้คน 2-3 คน มาทำความยุ่งยากให้แก่ชาติและพระพุทธศาสนา เพื่อที่เราทั้งหลายจะได้เกิดความสามัคคี ปรองดอง และอยู่กันอย่างสงบภายใต้บารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอบิณฑบาตขอเมตตาจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีที่ดูแล พศ. ได้มีเมตตาอนุเคราะห์ให้วิกฤติตรงนี้ผ่านไปด้วย

 

 

ที่มา : เดลินิวส์  : 3 มีนาคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264