HANDFREE !

 

 

ดีเอสไอ เดินเข้าวัดธรรมกายมือเปล่า เลยกลับมือเปล่า

 

 

เจอธรรมกายต้าน..มือเปล่าๆ !

 

 

 

 

ถามว่า ดีเอสไอได้อะไร ? ตอบว่า ได้สิฮะ ! ได้หลายอย่างด้วย อาทิเช่น ได้ไม่ถูกครหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ได้การันตีว่าทุกพื้นที่ในประเทศไทย ไม่มีรัฐอิสระ ได้รักษาหน้ารัฐบาลว่ายังมีอำนาจเต็ม ทั้งๆ ที่เวลาเดินออกจากอาณาจักรธรรมกายมานั้น เจ้าหน้าที่ทุกคนก็รู้ว่า "เมื่อไม่ได้ตัวธัมมชโย" มันก็เหมือนล้มละลายไปทั้งรัฐบาลแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดจับพระธัมมชโยทะลวงไม่พ้นโล่มนุษย์ ยื้อ 4 ชั่วโมง ยุติปฏิบัติการ-เล็งจู่โจมอีกรอบ 13 ก.ค.

 

 

 

 

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2559 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 (ศปก.ภ.1) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 (บช.ภ.1) เป็นวอร์รูมมอนิเตอร์การเข้าจับกุมพระธัมมชโย ในวัดพระธรรมกาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยหลังชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงแต่ไม่สามารถจับกุมได้ ว่า หลังประเมินสถานการณ์ร่วมกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงให้ยุติการเข้าตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโย หลังจากชุดเจรจา เข้าจากประตูที่ 7 ไปถึงประตูที่ 5 พบมวลชนที่ไม่ยอมรับฟังการเจรจา และเพื่อไม่ให้สถานการณ์เปลี่ยนเป็นความรุนแรง ชุดเจรจาจึงเดินทางกลับมาที่ ศปก.ส่วนหน้า สภ.คลองหลวง แล้ว เป็นการรับฟังประเมินสถานการณ์จากคนที่อยู่หน้างาน การเจรจาไปต่อไม่ได้ก็ต้องฟังคนที่อยู่หน้างาน หากเข้าต่อไปอาจเกิดความรุนแรงหรือเกิดการปะทะจึงต้องหลีกเลี่ยง ส่วนประเด็นที่พูดกันเรื่องมือที่สามอาจสร้างสถานการณ์นั้นยังไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด แต่ต้องป้องปรามไว้ก่อน ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงกำลังบางส่วนไว้รอบนอก เพื่อเฝ้าระวังการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้น เพิ่มการตั้งด่านรอบวัดเพื่อป้องกันสถานการณ์แทรกซ้อน ส่วนในวัดไม่มีตำรวจ นอกจากนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการกับบุคคลที่ขัดขวางการจับกุม ส่วนการปฏิบัติการครั้งต่อไปขึ้นกับดีเอสไอในการเข้าควบคุมตัว

 

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ก่อนจะนำหมายเข้าตรวจค้น มีข่าวปรากฏตามสื่อว่าดีเอสไอเตรียมกำลังหลายร้อยนาย รถหุ้มเกราะ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ วันนี้การเข้าไปโดยปราศจากอาวุธแสดงชัดเจนว่าดีเอสไอทำตามกฎหมาย ยอมรับว่าแผนปฏิบัติการมีการขอกำลังแต่ไม่ได้ใช้ เพียงแต่ขอไว้เผื่อกรณีมีเหตุแทรกซ้อน วันนี้ไปมือเปล่า โดยร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และสำนักงานพระพุทธศาสนา และแสดงหมายค้นตามขั้นตอน ส่วนประเด็นการเข้าไปไม่ถึงพระธัมมชโย โดยมีศิษยานุศิษย์ขวางกั้นนั้นกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ส่วนเหตุผลหลักในการยุติปฏิบัติการครั้งนี้มีการประเมินสถานการณ์มายัง ศปก.ตลอดเวลา เมื่อเข้าไปถึงประตูที่ 5 ศิษยานุศิษย์ได้นั่งขวาง จึงประเมินว่า เราไปต่อไม่ได้แล้ว หากเข้าไปอาจมีเหตุรุนแรง พฤตินัยคือการขวาง เมื่อเขาได้รับฟังข้อชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้ 

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมาประชุมประมวลสถานการณ์ว่า จากนี้จะต้องทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติการได้ตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นลักษณะของการเข้าค้นหรือเข้าจับกุมอีกหรือไม่ ต้องดูความเหมาะสมอีกครั้ง แผนปฏิบัติการเรามีตลอดเวลา ทุกวันนี้มีฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปฏิบัติการและจะดำเนินการเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จากเหตุการณ์ครั้งนี้จะประมวลเรื่องเพื่อเสนอศาลในการพิจารณาขอหมายค้นในครั้งต่อไปด้วย ยืนยันว่าถึงอย่างไรก็ต้องรักษากฎหมาย หากไม่ทำจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ศิษยานุศิษย์บอกว่าจะมอบตัวก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่าดีเอสไอปฏิบัติการตามกฎหมาย คนอื่นที่มีหมายจับก็จับกุม ไม่ได้จับเฉพาะหลวงพ่อองค์เดียว

 

เวลา 13.30 น. ที่วัดพระธรรมกาย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายอำเภอคลองหลวง ปลัดอำเภอคลองหลวง และรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ร่วมกันแถลงผลการเจรจาเพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมรับของโจร หลังใช้เวลาในการเจรจานานกว่า 4 ชั่วโมง

 

โดยพระสนิทวงศ์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นในวันนี้ วัดพระธรรมกายยินดีและให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเต็มที่ในการดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้แสดงหมายค้นและทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง ทุกอย่างปราศจากความรุนแรง พร้อมทั้งขอพื้นที่จากศิษยานุศิษย์ที่นั่งปฏิบัติธรรมอยู่ตามจุดต่างๆ โดยศิษยานุศิษย์ที่อยู่บริเวณประตู 7 และ 6 ของวัดพระธรรมกายให้ความร่วมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นอย่างดี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณประตู 5 พบกับกลุ่มศิษยานุศิษย์อีกกลุ่ม ซึ่งหลวงพี่และเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายใน แต่กลุ่มลูกศิษย์ไม่ยินยอมที่จะให้เจ้าหน้าที่ผ่านเข้าไปได้ หลวงพี่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากกลุ่มศิษย์ดังกล่าว เป็นผู้มีอาวุโสสูงกว่าหลวงพี่ อีกทั้งยังทำคุณประโยชน์ให้กับวัดพระธรรมกาย ก่อนที่หลวงพี่จะมาอยู่ที่นี่ เหมือนกับเป็นผู้สร้างวัดให้พระในวัดนี้ได้อาศัยอยู่

 

พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า ทางวัดยืนยันว่า พระธัมมชโยพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องขอให้หายจากอาการอาพาธก่อน อีกทั้งคดีนี้ยังอยู่ในชั้นอัยการ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รอให้ผ่านกระบวนการในชั้นอัยการให้แล้วเสร็จก่อน หลวงพี่ยังไม่อยากให้มีการรีบร้อนหรือเร่งรัดในขั้นตอนการนำตัวพระธัมมชโยไปดำเนินคดีแต่อย่างใด

 

ด้าน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องอากาศยานไร้คน หรือโดรน มาใช้ในการบันทึกภาพ เพื่อนำกลับไปเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับบุคคลที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 189 โดยจะนำไปพิจารณาว่าการขัดขวางดังกล่าวเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์หรือไม่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความยืดเยื้อมาถึงช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากศิษยานุศิษย์มีจำนวนมากและต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนกรณีที่พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือไม่ ทางการข่าวได้รายงานให้ทราบมาโดยตลอดว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การค้นหาไม่สำเร็จ เป็นเพราะสภาพอากาศ มีฝนตกตลอดทั้งวัน สถานที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่ชำนาญ รวมถึงสื่อมวลชนด้วย ทั้งนี้ การดำเนินการในวันนี้ถือว่าล้มเหลวหรือไม่นั้น ขอให้สื่อและสังคมได้พิจารณากันเอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถประเมินการทำงานของตัวเองได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพ.ต.ต.สุริยา พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงผลการตรวจค้นและจับกุมพระธัมมชโยเสร็จแล้ว ได้เดินทางกลับมายังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า จ.ปทุมธานี ภายในสภ.คลองหลวง เพื่อร่วมประชุมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมเพื่อประเมินผลปฏิบัติการและวางมาตรการดำเนินการต่อไป

โดย พ.ต.ต.สุริยา ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การเข้าค้นวัดพระธรรมกายในวันนี้ ได้ยุติลงแล้ว แต่ยังมีการประชุมต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของหมายจับต่อไป โดยคาดว่าจะมีการเข้าค้นวัดพระธรรมกายครั้งต่อไปก่อนวันที่ 13 กรกฎาคม นี้ เป็นวันที่อัยการสูงสุดจะพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องพระธัมมชโย โดยจะมีการนำผลการตรวจค้นของวันนี้มาประเมินเพื่อปรับแผนในการตรวจค้นครั้งต่อไป พร้อมยืนยันว่าการตรวจค้นมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามแผนอยู่แล้ว

 

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ปัญหาของการบุกเข้าไปในวันนี้เกิดจากลูกศิษย์ไม่ให้เข้าไป และมีเจตนาไม่ให้เข้า หากดีเอสไอจะดำเนินการตามกฎหมาย ก็ให้ร้องขอมาที่ตำรวจ จะรับเรื่องไว้ พร้อมกับดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนการปฏิบัติงานของตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยืนยันว่า ไม่ล้มเหลว เพราะระหว่างการตรวจค้นไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ส่วนดีเอสไอจะถือว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะทำงานและสื่อมวลชนเอง ในทางการข่าวของตำรวจสันติบาล ยืนยันว่า พระธัมชโยยังคงอยู่ภายในวัด

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จแล้ว ดีเอสไอแจ้งความร้องทุกกล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนสภ.คลองหลวง ในประเด็นที่ศิษยานุศิษย์รวมตัว อาจเข้าข่ายการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการนำป้ายข้อความต่างๆในลักษณะต่อต้านการเข้าค้นของเจ้าหน้าที่มาวางไว้เมื่อคืนที่ผ่านมา เหมือนเป็นการขีดขวางการจราจร รวมถึงรถแบ็คโฮที่นำมาจอดขวางทางเข้าออกบริเวณประตู 1 ของวัดพระธรรมกายด้วย

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  17 มิถุนายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264