ยิ่งใหญ่ !

 

 

ทูต 5 ประเทศ พร้อมใจกันไปวัดเบญจฯ

 

ร่วมงานบวชชาวไทยภูเขา ในโครงการพระธรรมจาริก

 

 

 


 

 

คณะทูต 5 ประเทศ ร่วมงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวไทยภูเขา 290 รูป ณ วัดเบญจมบพิตร

 

 

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2559 ณ วัดเบญจมบพิตรฯ พระเทพกิตติเวที ประธานคณะพระธรรมจาริก เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูต 5 ประเทศ ที่มาร่วมงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวไทยภูเขา 290 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุครบ 89 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2559 และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2559 อีกทั้งเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี

 

 

คณะทูตที่ร่วมงานประกอบด้วย

 

 

เอกอัครราชทูตศรีลังกา ประจำประเทศไทย ท่านเซนูก้า เสนีวีรัตตะนะ

 

เอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ท่านอีโว ซีเบอร์

 

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ท่านกลิน เดวีซ

 

อุปทูตภูฏาน ประจำประเทศไทย ท่านอูเก้น ดอร์จี้

 

อุปทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ท่านฮิเดโอะ ฟุกุชิมะ

 

 

 

 

 

 

 

 

การปรากฏตัวของคณะทูตครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการเชิญเอกอัครราชทูตมาร่วมกิจกรรมบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวเขาในรอบ 50 ปี นับแต่มีการก่อตั้งคณะพระธรรมจาริกขึ้นมา เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์งานพระพุทธศาสนาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และในงานนี้คณะทูตได้ทำการขลิบผมนาคชาวเขา และมอบบาตร ผ้าไตร เครื่องอัฐบริขาร แก่นาคชาวเขา ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เพราะนับเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่จะได้เห็นภาพอันงดงามและน่าประทับใจเหล่านี้

 

การจัดงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวไทยภูเขาของโครงการพระธรรมจาริก ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดาร ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวไทยภูเขาขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้เป็นปีมหามงคล 3 วาระ จึงได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูต 5 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยคณะทูตได้ร่วมชมการแสดงของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและเผ่ากะเหรี่ยง และได้ชมการแนะนำชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ เผ่าม้ง เผ่ากะเหรี่ยง เผ่ามูเซอ เผ่าลีซอ เผ่าเมี่ยน เผ่าถิ่น เผ่าอาข่า เผ่าขมุ และเผ่าลัวะ

 

โดยชนเผ่าต่างๆ ได้แต่งกายประจำเผ่า ซึ่งพิธีกรได้นำบรรยาย 2 ภาษา เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมประจำเผ่า รวมถึงอาชีพและลักษณะการอยู่อาศัย ซึ่งได้รับความสนใจจากคณะทูตและแขกผู้มีเกียรติเป็นอย่างมาก พิธีกรได้เชิญเอกอัครราชทูตและอุปทูตขึ้นมอบยาสามัญประจำบ้านให้แก่ชนเผ่าต่างๆและกล่าวสุนทรพจน์ โดย นายกลิน เดวีซ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้ร่วมงาน นับว่าเป็นโอกาสพิเศษสำหรับทุกท่านที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ เช่นเดียวกับผู้ปกครองของเด็กชายที่จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทในวันนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งความรู้สึกของตนนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยเสด็จพระราชสมภพในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของชาวอเมริกันด้วย และได้กล่าวถึงสมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงสำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาประเทศไทยและเสด็จพระราชดำเนินไป จ.เชียงใหม่ ได้ทรงนำความรู้ด้านการแพทย์ไปทรงช่วยเหลือชาวไทยภูเขาในพื้นที่ ซึ่งโรงพยาบาลที่ให้การรักษาก็เป็นโรงพยาบาลที่รัฐบาลอเมริกาในครั้งนั้นให้การสนับสนุนด้วย

 

 

 

 

ในขณะที่ นายอีโว ซีเบอร์ เอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า ประเทศไทยกันสวิสเซอร์แลนด์นั้นมีความสัมพันธ์อันดีกันมายาวนาน และเขารู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างมากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะยังทรงพระเยาว์ได้ทรงพำนักและศึกษาในประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นระยะเวลาถึง 17 ปี ภาครัฐและเอกชนมีความสัมพันธ์อันดี ได้มีการจัดตั้งวัดสาขาของวัดเบญจมบพิตรแห่งนี้ขึ้นในประเทศสวิสเซอร์แลนด์คือวัดศรีนครินทรวราราม ซึ่งป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

 

ทางด้านอุปทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ฮิเดโอะ ฟุกุชิมะ ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทางหน่วยงานต่างๆได้จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์นี้และได้เชิญทางคณะทูตให้มีส่วนร่วม ทำให้ได้รับทราบถึงความเป็นไปของชาวไทยภูเขาและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะหาโอกาสในการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาต่อไป

 

จากนั้นคณะทูตได้ร่วมขลิบผมเด็กชาวเขา ทำพิธีเปิดข่วงวัฒนธรรมชนเผ่า และถ่ายภาพหมู่หน้าพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถคณะทูตได้มอบอัฐบริขารให้แก่นาค จากนั้นพระเทพกิตติเวที เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯได้บรรยายประวัติความเป็นมาของพระอาราม คณะทูตลงนามในสมุดเยี่ยมและรับมอบของที่ระลึกเป็นเงินแกะสลักเป็นรูปพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจาก จ.เชียงใหม่

 

 

 

 

 

 

ในการนี้ พระเทพกิตติเวที ได้มอบพระพุทธชินราชปิดทอง ขนาด 5 นิ้ว ในนามของคณะสงฆ์วัดเบญจมบพิตรฯ เพื่อเป็นของขวัญแด่ เจ้าชายกยาลซี พระโอรสของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ผ่านทางท่านอุปทูตภูฏานประจำประเทศไทย หลังจากนั้นคณะทูตได้เดินชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของชาวไทยภูเขาที่นำมาจัดแสดง

 

พระเทพกิตติเวที ประธานคณะพระธรรมจาริก เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเชิญท่านเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ได้แก่ ศรีลังกา สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ภูฏาน และญี่ปุ่น มาร่วมกิจกรรมของคณะพระธรรมจาริกนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ประเพณีศิลปวัฒนธรรมอันงามของไทยสู่สายตาชาวโลกและเป็นการส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลสู่สังคมโลกผ่านทางท่านเอกอัครราชทูต โดยเฉพาะงานด้านสังคมสงเคราะห์ของโครงการพระธรรมจาริกโครงการพระธรรมจาริก ในปีนี้โครงการพระธรรมจาริกก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แล้ว ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โครงการพระธรรมจาริกได้จัดบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวเขาแล้ว กว่า 2500 รูป ได้ดำเนินงานผ่านโครงการต่างๆเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับจิตใจของชนในพื้นที่สูงให้อยู่อย่างมีศีลมีธรรม มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความทุ่มเทและเสียสละของพระธรรมจาริกรุ่น และในฐานะประธานคณะพระธรรมจาริก ขอให้คติว่า คณะพระธรรมจาริกจะยังคงมุ่งมั่นทำงานด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อชนเผ่ากลุ่มชาติพันธุ์ในถิ่นทุรกันดารบนพื้นที่สูงต่อไป และเพื่อความเจริญงอกงามในบวรพระพุทธศาสนา

 

 

 

 

 

 

โครงการพระธรรมจาริกนั้น ก่อตั้งโดยมติมหาเถรสมาคมโดยมีเจ้าพระคุณ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นองค์ปฐมประธานคณะพระธรรมจาริก เมื่อปี พ.ศ.2508 ด้วยปณิธานที่มุ่งหวังให้ชนเผ่ากลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ มีจำนวนประมาณ 1,400,000 คน อาศัยอยู่กระจัดกระจายบริเวณภูเขาสูง ทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ รวม 20 จังหวัด แบ่งเป็นเผ่าต่างๆได้แก่ กะเหรี่ยง ม้ง เมี่ยน ลาหู่ ลีซอ อาข่า ลั้วะ ขมุมลาขรี มูเซอ ถิ่น และตองเหลือง ซึ่งแต่ละเผ่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตน ในด้านต่างๆ เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย อาหาร และทำเลที่ตั้งบ้านเรือน ให้พัฒนาเป็นพลเมืองไทยที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองได้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านอาชีพ  ความเป็นอยู่ และมีการปลูกฝังด้านศีลธรรมจริยธรรม ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นได้มอบหมายให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ร่วมกับมูลนิธิเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดารในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ คณะพระธรรมจาริก มีภารกิจเพื่อการกระชับความสัมพันธ์ทางจิตใจระหว่างชนพื้นที่ราบกับชนในพื้นที่สูง โดยอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวประสานให้เกิดความสงบสุขผ่านการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและอบรมศีลธรรมให้กับชาวเขาตามโครงการต่างๆและใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนบนที่ราบสูงให้สามารถดำรงชีพได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 

สำหรับพระภิกษุและสามเณรจะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2559 และจะเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ณ วัดศรีโสดา (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นกำลังในพระพุทธศาสนาต่อไป

 

 

 

ที่มา : วัดเบญจมบพิตร  :  14 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264