ไม่จบ !

 

 

เจ้าคุณประสารต่อกลอนนายกรัฐมนตรี

 

ดูทีว่าถอย แต่ไม่ถอยเปล่า มีถีบด้วย

 

ไม่ได้วิตก ไม่ได้ท้าทาย ก็หมายความว่า..?

 

 

 

อา..โบราณว่า "รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ" ต่อบทต่อกลอนนั้นเขาเอาไว้ใช้ในตอนจีบพระจีบนาง แต่ในทางการเมืองนั้น ยิ่งต่อมากก็ยิ่งสั้นมาก หลักการและเหตุผลอะไรๆ ที่เจ้าคุณประสาร "จำแนกแจกแจง" มา ก็ดูดีอยู่หรอก เช่นที่ว่า "ประเทศไทยเป็นของทุกคน โดยไม่จำกัดว่าต้องประกาศว่ารักชาติเท่านั้น" ถึงจะไม่เฉียบคมระดับโกวเล้ง แต่ก็พอฟังได้ มันหลักการประชาธิปไตยพื้นๆ แต่การที่เจ้าคุณประสาร นุ่งเหลืองห่มเหลือง แถมเป็นพระราชาคณะ แล้วออกมาต่อปากต่อคำกับ "ผู้นำประเทศ" นั่นไม่ทราบว่าเหมาะสมหรือไม่ ถามง่ายๆ ว่า ทะเลาะกับผู้มีอำนาจแล้วได้อะไร ได้เป็นฮีโร่อย่างนั้นหรือ หรือคิดว่าถ้าทะเลาะกับรัฐบาลแล้ว จะสามารถนำเอาพระพุทธศาสนาไปเป็นศาสนาประจำชาติได้ ทำได้ก็เชิญ เอ๊ย นิมนต์เลยฮ่ะ !

 

 

 

 

 

 

หัก..ไม่งอ !

 

 

 

นายกรัฐมนตรีพูด เจ้าคุณประสารคิดอย่างไร ?

 

 

จากการที่อาตมาได้โพสต์มติที่ประชุมของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ โดยได้สรุปมติที่ประชุม 5 ข้อ รายละเอียดทราบกันแล้วนั้น

 

 

อาตมาขอขยายความในมติที่ประชุมทั้งทั้ง 5 ข้อดังกล่าว ดังนี้


1.
ข้อที่ 1 เป็นเรื่องการอนุโมทนาต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา

 

2. ข้อที่ 2-4 เป็นข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและผู้ที่เดินหน้าคัดค้าน

 

3. ข้อที่ 5 เป็นเรื่องภายในองค์กรพุทธที่จะดำเนินการต่อไปเมื่อรวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูล

 

 

หลังจากอาตมาได้โพสต์ข้อความจากมติที่ประชุมดังกล่าวแล้ว เกิดการ "ตีความ" ไปกันต่างๆนาๆ มากมาย ดังนี้


1.
อาตมายื่นคำขาดต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วัน ให้เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 

2. หากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องภายใน 7 วัน จะมีการนำม็อบพระมากดดันซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาวันที่ 19 กรกฎาคมนี้พอดี

 

อาตมา ยืนยันว่าทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้มีปัญหาอะไร วันที่ 12 กรกฎาคม มีนักข่าวถามนายกรัฐมนตรีด้วยความหวังดีว่า พระเมธีฯ ยื่นคำขาดต่อนายกรัฐมนตรีว่าให้เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะภายใน 7 วันจะทำอย่างไร

 


นายกรัฐมนตรีตอบแยกได้เป็น 4 ประเด็น ดังนี้


1.
ประเทศนี้เป็นของใคร

 

2. หากออกมาผิดกฎหมายและประกาศ คสช. จะจับกุมทันที

 

3. มายื่นคำขาดแบบนี้กับนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

 

4. นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ยื่นคำขาด แต่ไม่ทำ

 

 

 

อาตมาตอบคำถาม ดังนี้


1.
ประเทศนี้เป็นของทุกคน ไม่ผูกขาดว่าเป็นของคนใดคนหนึ่ง และไม่จำกัดความว่าเป็นของผู้ที่ป่าวประกาศว่าเสียสละและรักประเทศชาติมากกว่าคนอื่น

 

2. ทำผิดกฎหมายและประกาศ คสช. เรื่องชุมนุมเกิน 5 คนต้องจับกุมคุมขัง เรื่องนี้ตรรกะควรเป็นอย่างนั้น แต่ขอให้คำนึงถึงความยุติธรรมด้านกฎหมายให้เสมอภาคกับทุกกลุ่ม ทุกคน อย่าเลือกปฏิบัติ ขอให้ทุกคน ทุกกลุ่มอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั่วประเทศ

 

3. มายื่นคำขาดแบบนี้กับนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ตอบว่าอาตมาไม่เคยท้าทาย ไม่เคยก้าวร้าว ไม่ได้ยื่นคำขาด เพียงแต่ต้องการรักษาคณะสงฆ์และพระศาสนาเอาไว้เท่านั้นเอง ถ้าอ่านให้ดี และใช้วิจารณญาณจะเห็นว่าในมติข้อที่ 5 นั่นไม่ใช่การยื่นเงื่อนไข ไม่ใช่เรื่องข่มขู่ เป็นแต่เพียงการพูดถึงเป้าหมายและวิธีการภายในองค์กรพุทธเท่านั้นเอง

 

4. นายกรัฐมนตรีต่างหากที่ควรยื่นเงื่อนไข แต่ไม่ทำ ข้อนี้ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เป็นอำนาจของท่านนายกรัฐมนตรี

 

 

วันนี้ อาตมาไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้หวั่นวิตก แต่ก็ไม่ได้ท้าทาย ยังคงยืนอยู่บนหลักการเดิมคือ การพิทักษ์ปกป้องคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา แม้จะมีใครแปลเจตนาเป็นอย่างอื่นก็ตาม

 


ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนที่ทำให้กลัวจนเสียสมณสารูปในความเป็นสงฆ์ แต่ขอยืนบนหลักการที่ถูกต้องชอบธรรมว่าวันนี้พระเมธีธรรมาจารย์ ขอเสียสละเพื่อรักษาคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาให้จิรัง ยั่งยืนสถาพรบนแผ่นดินไทยให้ตราบนานเท่านาน

 

 

พระเมธีธรรมาจารย์
‪#เจ้าคุณประสาร
13
กรกฎาคม 2559

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คเจ้าคุณประสาร  :  14 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264