วิษณุ ยืนยัน นายกฯ มีอำนาจ

 

ตรวจสอบ มติ มหาเถรสมาคม !

 

 

 

อา..ถ้างั้นก็แสดงว่า ความเห็นของกฤษฎีกาที่ระบุว่า "มติ มส. ที่โหวตให้สมเด็จช่วงเป็นสังฆราช ถูกต้องตาม พรบ.คณะสงฆ์" นั้น ก็ถูกแค่..ครึ่งเดียว เพราะยังมีอำนาจของนายกรัฐมนตรีเข้ามาคาน สามารถ "ทบทวน" ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ อำนาจแบบนี้ที่สหรัฐอเมริกาท่านเรียกว่า "วีโต้" ติดดาบให้แก่ประธานาธิบดีไว้ใช้คานกับสภาคองเกรส ตามหลักการ "Check and Balance" เพื่อมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป ดังนั้น การที่บางท่านระบุว่า "มส. มีอำนาจในการตั้งสมเด็จพระสังฆราช นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจยับยั้ง เป็นได้แค่เพียงบุรุษไปรษณีย์ นำเอามติ มส. ขึ้นทูลเกล้า เท่านั้น" พูดแบบนี้ก็ผิดซีคะ ไม่เชื่อก็ฟังคุณวิษณุและกฤษฎีกาพูดให้จบซี อย่าตัดเอาเฉพาะที่ตัวเองอยากฟัง เท่านั้น

 

อธิบายให้ชัดเจนอีกนิดนะจ๊ะ คือว่า มหาเถรสมาคมมีอำนาจในการสรรหาว่าที่สมเด็จพระสังฆราช แล้วส่งให้รัฐบาล (ถือว่ามีอำนาจที่ต้นทาง) ครั้นพอมติมหาเถรสมาคมถึงมือรัฐบาลแล้ว ก็เป็นอำนาจของรัฐบาล ในการตรวจสอบก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูล (ถือว่ามีอำนาจที่ปลายทาง) แต่ถ้ารัฐบาลเห็นว่าไม่เหมาะสม จะมีอำนาจวีโต้หรือตีกลับมติ มส. หรือไม่นั้น ท่านก็ไม่อธิบายไว้ สุดท้ายมันก็ยันกันอยู่ที่กลางทาง คือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ตรงพุทธมณฑลนี่เอง เอวัง !

 

 

 

 

 

 

วิษณุลั่น อำนาจทูลเกล้าฯ สังฆราชอยู่ที่นายกฯ

 

12 ก.ค.59 เวลา 08.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังขาในการทูลเกล้าฯ พระนามสมเด็จพระสังฆราช โดยนายกรัฐมนตรีว่าจะทำได้หรือไม่ หากเห็นว่ารายชื่อที่มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติเสนอมานั้นไม่เหมาะสม ว่า ตามหลักแล้ว ไม่ว่าตำแหน่งใดก็ตามหากเป็นอำนาจนายกฯ ในการพิจารณา นายกฯก็สามารถจะตรวจสอบได้ จนเกิดความมั่นใจว่าในการนำพระนามขึ้นทูลเกล้าฯ นั้นไม่มีความผิดพลาด ส่วนจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเรื่อง เพราะเวลานำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ นั้นนายกฯ ต้องเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ หากผิดพลาด เขาเอาผิดที่ผู้รับสนองฯ โดยเฉพาะในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนเอาไว้ว่าหากเกิดความผิดพลาดให้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการเป็นผู้รับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบให้ดี ส่วนจะตรวจอะไร หรือตรวจอย่างไร ตนบอกไม่ได้

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการปลุกม็อบของฝ่ายหนุนและฝ่ายต้าน รัฐบาลจะดูแลอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า การหนุนหรือการแบ่งฝ่ายนั้นมีมานานแล้ว ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องต้องวิตกอะไรมากมาย เพียงแต่อย่าทำให้เกินเลยไปเท่านั้น ทั้งนี้ วิธีที่รัฐบาลจะทำได้ก็คงเป็นการทำความเข้าใจ บางกลุ่มอธิบายแล้วก็เข้าใจ แต่บางกลุ่มอธิบายแล้วยังไม่เข้าใจก็ต้องอธิบายกันต่อไป รัฐบาลก็คงทำได้แค่นั้น

 

เมื่อถามว่า นายกฯมีอำนาจในการทบทวนมติ มส. หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องทบทวน แต่เป็นการพิจารณาก่อนที่จะดำเนินการ สื่อหลายสำนัก ทีวีหลายช่องไปออกข่าวทำนองว่ากฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าเป็นอำนาจของ มส. ซึ่งตนฟังแล้วมันไม่ผิดหรอก แต่มันก็ไม่ถูก เพราะความจริงแล้วเป็นอำนาจของ มส.ที่จะพิจารณาเริ่มเรื่องได้ แต่เมื่อส่งมาที่นายกฯ แล้ว ก็ถือว่าเป็นอำนาจของนายกฯ เรื่องอยู่ที่ใคร คนนั้นก็มีอำนาจ ดังนั้นขณะนี้เป็นเรื่องระหว่างนายกฯกับสำนักราชเลขาธิการฯ เท่านั้น ไม่มีอะไรที่ต้องกลับไปที่ มส.อีกแล้ว จบหน้าที่ของมส.แล้ว

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนความไม่โปร่งใสของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วงนั้น เราคงไม่ต้องเอาความมัวหมองหรือความไม่เหมาะสมอะไรขึ้นมาพูดจากันในที่สาธารณะมเพราะนายกฯ ย่อมมีเหตุผลอยู่ดีว่าการที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อใดนั้นจะต้องอาศัยความชัดเจนประการใด เพราะในที่สุดเวลาที่จะนำความกราบบังคมทูลฯ ก็ต้องได้รับคำอธิบายทั้งหมดว่าได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นอย่างไร

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก  :  12 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264