เอ๊ะยังไง !

 

 

ไหนสุวพันธุ์แถลงข่าว มติ มส. ถูกต้องทุกประการ

แต่แหล่งข่าวระบุ สุวพันธุ์พูดไม่หมด

คำวินิจฉัยของกฤษฎีกายังมีอีกว่า

"นายกฯ มีอำนาจยับยั้ง มติ มส. ได้"

ถ้า..ถ้าเห็นว่าจะเกิดปัญหา ก็อย่าเพิ่ง !

 

 

อา..นี่แหละหนา ที่โบราณว่า "ไปไหมมา สามวาสองศอก" เขาพูดยังมิทันจบ แต่ไปจับคำพูดไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งในทางกฎหมายนั้น ทุกตัวอักษรถือว่ามีความสำคัญ จะมองข้ามไปแม้แต่ตัวเดียวไม่ได้เด็ดขาด พลาดนิดเดียวเป็นตกม้าตาย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอดู "คำวินิจฉัยฉบับเต็ม" เสียก่อน วันนี้ มีกระแสข่าวออกมาเช่นนี้แล้ว ก็ต้องรอดูว่า ทางนายสุวพันธุ์จะแถลงอะไรเพิ่มเติม เพราะคำถามที่เกิดขึ้นนั้น มันมาจากแถลงการณ์ของท่านรัฐมนตรีเอง นะคุณสุวพันธุ์นะ ขอชัดๆ เต็มๆ อีกซักครั้ง ล้างตาให้สว่างจ้าไปเลย

 

 

 

 

 

 

กฤษฎีกายัน นายกฯ มีอำนาจทบทวนเสนอนามพระสังฆราช ไม่ใช่แค่ไปรษณีย์

 

กฤษฎีกายัน "นายกฯ" มีอำนาจทบทวนนาม "สมเด็จพระสังฆราช" ได้ หากเห็นว่ายังไม่เหมาะสม-มีคดีค้างอยู่ ชี้ไม่ใช่แค่บุรุษไปรษณีย์ไว้ทูลเกล้าฯอย่างเดียว เผย "สุวพันธ์" ไม่ยอมแถลงให้เคลียร์

 

แหล่งข่าวจากสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ถึงกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กรณีการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ชอบหรือไม่ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความทั้งหมด 3 ประเด็น โดยประเด็นสำคัญที่สุดและมีการถกเถียงกันคือ นายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มีอำนาจตาม มาตรา 7 ในฐานะผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์อย่างไร ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจที่จะดูความเหมาะสมของนามที่ มส. เสนอ เพื่อทูลเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชด้วย ดังนั้นหากมีการเสนอนามผู้สมควรดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช พบว่ามีปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีความ หรืออื่นๆ นายกรัฐมนตรีสามารถขอให้ทบทวนนามได้ ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างขัดเจน

 

ทั้งนี้ คมชัดลึก ออนไลน์ รายงานข่าวอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายสุวพันธ์ ระบุว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชต้องได้รับความเห็นชอบจาก มส. ก่อน และต้องเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการเสนอรายชื่อนั้นจำเป็นต้องริเริ่มจากนายกฯ ดังนั้น การส่งความเห็น มส.มา จึงไม่ขัดกับมาตรา 7 หนังสือฉบับนั้นจึงยังมีผลอยู่

 

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการกฤษฎีกายังได้ตีความอีกว่านายกฯไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่สามารถนำมาประกอบการใช้ดุลยพินิจได้ และแนวทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2482 ระบุด้วยว่าเมื่อรัฐบาลขอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องข้อกฎหมายไปให้ปฏิบัติตามนั้น ดังนั้น ตนจะยึดแนวทางตามนี้ โดยจะกราบเรียนให้นายกฯรับทราบเฉพาะเรื่องความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และแนวทางปฏิบัติตามมติ ครม. เพื่อให้นายกฯพิจารณาต่อไป

 

วันนี้เราดูเรื่อง มาตรา 7 ก่อน ขั้นตอนนี้จบแล้ว ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ขัดแย้งกับมาตรา 7 ส่วนการดำเนินการต่อไปเรายังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม หนังสือแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชยังอยู่กับผม ยังมีผลในทางราชการเหมือนเดิม นายกฯมีหน้าที่เสนอนามสมเด็จพระสังฆราช และรับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้นก่อนที่ผมจะเสนอเรื่องไปต้องดูทุกอย่างให้รอบด้าน ครบถ้วน ตอนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช จึงต้องขอเวลาดูเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องก่อนทำความเห็นถึงนายกฯต่อไป ไม่สามารถระบุเวลาได้ เพราะมีหลายปัจจัย ต้องให้สังคมเข้าใจตรงกันก่อน ผมขอแบกเรื่องนี้ รับภาระ เป็นของตัวเองก่อน และไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ นายสุวพันธุ์กล่าว

 

ส่วนแนวหน้าออนไลน์ รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกรณีนี้ว่า ไม่ได้ว่าอะไร อำนาจใครก็อำนาจใคร ตนมีหน้าที่อะไร มีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วตนทูลเกล้าฯ ในสิ่งที่มีปัญหาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็จบ

 

เมื่อถามว่า ต้องรอคดีจบก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องแสดง คิดไม่ออกเหรอว่าต้องรอกระบวนการเรียบร้อยก่อน แล้วไม่กลัวว่าจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันหรืออย่างไร วันนี้มีกี่พวก อย่ามองบ้านเมืองในแง่ดีแง่เดียว มันมีพร้อมทุกเรื่อง

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา  :  12 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264